สำรวจความเห็นพ่อค้าแม่ค้าตลาดห้วยขวาง หลังสงครามในตะวันออกกลางปะทุ เริ่มกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมัน ทำเอาต้นสัปดาห์ปั๊มน้ำมัน 2 แห่งชิงประกาศขึ้นราคาดีเซลไป 4.20 บาท จนประชาชนรีบเอารถเอาแกลลอนไปเติมน้ำมันกันอลหม่าน
แม้รัฐบาลจะประกาศยังไม่ให้ขึ้นราคาถึงปรับลดลงมาได้ แต่ก็ทำให้ประชาชนเริ่มส่งเสียงกังวลต่อสถานการณ์ราคาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภคที่อาจจะปรับขึ้นในอนาคตอันใกล้เพราะสถานการณ์สู้รบดูจะลากยาวออกไปอีกหลังเข้าวันที่ 6 แล้ว

เจ๊นุชเจ้าของเขียงหมูในตลาดห้วยขวาง
“เจ๊นุช” ร้านขายหมูในตลาดห้วยขวางกล่าวกับประชาไทว่าในขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบอะไร จากที่รัฐบาลยังคงตรึงราคาน้ำมันไว้อยู่ ทางซัพพลายเออร์ของเธอยังไม่ได้มีการแจ้งว่าจะปรับราคา ทั้งนี้ เธอบอกว่าราคาของเริ่มแพงขึ้นมาอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนจะมีความไม่สงบในตะวันออกกลาง
“ตอนนี้หน้าร้อน สินค้าบางตัวมันก็ขึ้นราคาแล้ว อย่างพวกมะนาว อย่างหมู หน้าร้อนจะขึ้นราคาเป็นธรรมดา ประเทศเรายังดีที่เป็นประเทศเกษตรกรรม ให้เขารบกันตายห่าเราก็มีกิน ถ้าเราไม่ส่งออก พอกินพอใช้ในประเทศ”
เมื่อถามว่าแล้วระยะต่อจากนี้ ประเมินว่าซัพพลายเออร์จะขึ้นราคาไหม เธอบอกว่าในความเป็นจริงของการค้าขาย ไม่ว่าจะเป็นซัพพลายเออร์หรือตัวเธอเอง การขึ้นราคาแบบ “ก้าวกระโดด” ก็ไม่น่าจะทำได้ เพราะถ้าขายแพงมาก ลูกค้าจ่ายไม่ไหว ผลกระทบก็จะตกอยู่ที่คนขายเอง
“ตอนนี้ยัง (ไม่มีซัพพลายเออร์สะท้อนมา) เพราะราคาน้ำมันยังไม่ขยับ แต่ว่าผลระยะยาวพี่ก็… คือตอนนี้สภาพของคนปกติ พอกังวลปุ๊บก็จะไม่กินไม่ใช้ มีแพลนจะทำอะไรก็เอ้ยหยุดก่อนดีกว่า จะซื้อรถสักคันก็เอ้ยหยุดก่อนดีกว่า”
“เขา (ซัพพลายเออร์) ก็คงไม่ขึ้น (ราคา) แบบกระโดดทีเดียวหรอก ค่อยๆ ไต่ไปล่ะมั้ง ทุกคนน่ะถ้าขึ้นราคาไปสูงมาก ผู้บริโภคมันก็ไม่ไหว ยอด (ขาย) เขาก็ลด เขาก็อยู่ไม่ได้ อย่างพี่ สมมติหมูขึ้นราคามา 2 รอบแล้ว รอบละ 8 บาท 6 บาท พี่ก็ปรับ (ขึ้นแค่) 10 บาท เพราะพี่ก็ต้องรักษาลูกค้า”
“เหมือนร้านอาหารน่ะ สมมติต้นทุน… พี่ก็เปิดร้านอาหารเหมือนกันนะ สมมติผัดกะเพรา พริกขี้หนูช่วงก่อนหน้านี้กิโลกรัมละ 200 บาทนะ ตอนนี้ 50 บาท ถามว่าเราลดได้ไหม ไม่ได้ เพราะว่าผัดกะเพรามันต้องใช้พริก วันไหนพริกแพง จากกะเพราจานละ 60 บาท ขึ้นเป็น 100 บาท ได้ไหม มันขึ้นอย่างนั้นไม่ได้นะ ยิ่งของแปรรูป กุนเชียง อะไรแบบนี้ ขึ้นได้แต่คนซื้อไม่มี คุณจะผลิตไปให้ใคร มันสำคัญที่ยอดขายถูกไหม พอยอดขายลดปุ๊บ ค่าใช้จ่ายในโรงงานมันจะไม่บาลานซ์กัน ก็อยู่ไม่ได้อีก”
เจ๊นุชเล่าว่าตัวเธอเองขายหมูมาตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ ผ่านช่วงฝืดเคืองมาหลายช่วงไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์รัฐประหาร และการระบาดของโควิด-19 วิกฤตเหล่านี้ดูเป็นสเกลเล็กกว่า เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อคนทั้งโลก ซึ่งเธอไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์นี้จะยืดเยื้อไปอีกนานเท่าไร
“แต่ประเทศเราอย่าลืมนะ เรายังไม่เคยเจอสงครามนะ แค่ (ความขัดแย้งชายแดน) กับเขมร เราก็ยังอยู่กันยากเลยนะ ถ้าเกิดว่ากระทบวงกว้างเป็นสงครามโลก มันก็จะยาก คือเรายังไม่เคยเจอน่ะ ประสบการณ์แบบนี้ เราจะทำตัวกันถูกไหม”
เมื่อถามต่อไปว่ามีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน เธอบอกว่าเธอมีความเชื่อมั่นในกองทัพมากกว่ารัฐบาล
“พี่ว่าตอนนี้ พี่เชื่อมั่นทหารนะ ถามว่าถ้าเกิดอะไรที่มันรุนแรง พี่ว่า…ฝากผีฝากไข้กับรัฐบาลไม่ได้ น่าจะต้องฝากกับกองทัพ”
เธอกล่าวต่อไปว่ากระทรวงพลังงานเป็นกระทรวงที่สำคัญที่สุดเลยในตอนนี้ ถ้าเกิดสงครามขยายวงลุกลาม ไทยมีน้ำมันสำรองมากแค่ไหน อยู่ได้ถึงเมื่อไหร่ โดยเธอย้ำความสำคัญของนโยบายด้านพลังงาน และ "ร่าง พ.ร.บ. โซลาร์เสรี" ที่ผลักดันโดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
“พอน้ำมันแพงขึ้น มันจะส่งผลกระทบโดยรวมนะ พอแพงปุ๊บ ค่าโดยสารก็เพิ่มขึ้นถูกไหม ของ (ประเทศไทย) เราไม่มีไฟฟ้าสะอาด ร่าง (กฎหมาย) ไว้แล้วแต่ยังไม่เข้า (สภา) ท่านพีระพันธุ์ทำไว้ แล้วก็ได้ (สส.) 2 เสียง จะทำอะไรได้เยอะไหม ก็ทำไม่ได้อีก”
“พี่ถึงบอกว่าปัจจัยของพลังงานสำคัญมากในทุกสถานการณ์เลยนะ ถึงสถานการณ์ไม่รบกันมันก็มีผล มีผลกับค่าครองชีพของเรา”
------------------------
ชายเจ้าของร้านข้าวหน้าเป็ดในตลาดห้วยขวาง วัย 40 ปี เป็นอีกคนหนึ่งที่บอกว่าตัวเขาเองที่ทำธุรกิจร้านอาหารนั้นยังไม่ได้รับกระทบเท่าไหร่ในขณะนี้ จึงไม่ได้รู้สึกกังวลมากนัก เนื่องจากลักษณะธุรกิจที่ไม่ได้ใช้น้ำมันโดยตรง จะมีก็แต่ในส่วนของค่าแก๊ส ซึ่งก็ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงว่าราคาจะปรับขึ้นไหมอย่างไร
เขาคิดว่าผลกระทบต่อร้านคงยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ทางซัพพลายเออร์ (คนที่ขายวัตถุดิบให้) ก็ยังไม่สะท้อนปัญหาอะไรมา จึงคิดว่าผลกระทบน่าจะต้องมองในระยะยาวมากกว่า ขึ้นอยู่กับว่าราคาวัตถุดิบจะมีการปรับขึ้นอย่างไร
“แต่ถ้าในระยะยาว ผมคิดว่าค่าสินค้าขึ้นแน่นอน ทุกอย่างมันก็ขนส่งมา พอน้ำมันขึ้น ค่าทุกอย่างก็ต้องขึ้นแน่นอน”
วันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลสั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท เป็นระยะเวลา 15 วัน หลังจากที่ปั๊มเชลล์และคาลเท็กซ์นำร่องขึ้นราคาน้ำมัน โดยล่าสุดทั้งสองปั๊มได้ปรับราคาลงมาแล้ว
จากที่น้ำมันยังไม่ขึ้นราคา เขาจึงยังไม่มีผลกระทบอะไรมากนัก
“(ทางซัพพลายเออร์) ยังไม่มีการแจ้งมาว่าจะปรับอะไร ถ้าถามถึงผลกระทบในตอนนี้ อาจจะยังเร็วไปที่จะตอบ และราคาน้ำมันก็ยังไม่ขยับด้วย ถ้าเขาบอกว่าเดี๋ยวจะขึ้นราคาก่อน (ที่ราคาน้ำมันจะปรับขึ้น) มันก็ไม่มีเหตุผล”
“อย่างปั๊มรัฐบาลเขาก็ไม่ขึ้น (ราคา) พอรัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ มันก็คงไม่มีเหตุผลที่ซัพพลายเออร์เขาจะขึ้นราคาหรอกฮะ ยังไม่มีเหตุให้ทำอย่างนั้น”
เมื่อถามต่อไปว่ามีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลชุดนี้มากน้อยแค่ไหน เพราะก็มีประชาชนบางกลุ่มที่อาจรู้สึกไม่เชื่อมั่นในฝีมือการบริหาร เมื่อนึกย้อนถึงช่วงโควิด-19 ระบาด
เขาบอกว่าตัวเองก็เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกคล้ายๆ แบบนั้น ยังไม่เชื่อมั่น 100% แต่คิดว่าเรื่องความเชื่อมั่นก็ต้องรอดูฝีมือกันไป รอดูมาตรการที่ออกมา
โดยเขามองว่าจุดที่คนไม่เชื่อมั่นอาจจะเป็นเพราะเมื่อเทียบกับต่างประเทศ หลายที่ก็มีมาตรการออกมาแล้ว เมื่อมองที่ไทยก็อาจจะรู้สึกว่าเราช้าไปไหม หรือว่ารัฐบาลอาจจะมีแผนรับมืออยู่แล้วก็ได้ แต่ว่าสื่อสารออกมาน้อยเกินไป
“แต่ถ้าเทียบกับต่างประเทศ ต่างประเทศ มาตรการเขาออกมาแล้ว ใช่ไหมครับ ว่าต้องประหยัดยังไง ตัวเลขมีเหลืออยู่เท่าไหร่ชัดเจน ประเทศไทยก็ดูจะช้า”
“ผมว่าอาจจะเกี่ยวกับการที่เขาสื่อสารน้อยนะ บางทีเขาอาจจะเตรียมการแหละ รัฐบาลอาจจะเตรียมการไว้บ้าง เตรียมแผนไว้แล้วแต่ไม่ค่อยสื่อสาร คนก็เลยไม่มั่นใจ”
------------------------
เจ้าของแผงผักวัย 65 ปี บอกว่าปัญหาค่าน้ำมันมีแนวโน้มจะปรับราคาสูงขึ้น ก็จะเพิ่มต้นทุนขนส่งของผู้ขายสินค้าตั้งแต่ต้นทางเพราะน้ำมันเป็นปัจจัยการผลิตตั้งแต่การผลิตและขนส่งออกจากสวนจากไร่ มาสู่ตลาด เราที่เป็นคนไปรับช่วงมาเพื่อขายให้ผู้บริโภคต่อเนื่องกันมา เราก็จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นแล้วต้นทุนตรงนี้เราก็คงเป็นคนแบกรับฝ่ายเดียวคงไม่ได้ แล้วถ้าแบกรับกันไม่ไหวก็คงมีการขึ้นราคากัน
ทั้งนี้ เขาบอกว่าทางสวนผักที่เป็นคู่ค้าตอนนี้ก็ยังไม่ได้บอกว่าจะมีการปรับราคาสินค้าขึ้น แต่ก็มีเสียงบ่นมาแล้วถึงราคาน้ำมันที่ขึ้นมาก่อนหน้านี้และคิดว่าคงจะมีการปรับราคาน้ำมันขึ้นอีกในเร็วๆ นี้ ซึ่งต้นทุนขนส่งก็เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาปรับราคาสินค้า ตอนนี้ทางร้านก็ยังไม่ได้มองเรื่องปรับราคาเพราะภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ก็ต้องพยายามช่วยผู้บริโภคด้วยบางทีก็ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มมาไว้ส่วนหนึ่ง
“ตอนนี้ยังพอแบกรับได้ แต่ถ้าราคาจากซัพพลายเออร์เพิ่มไปมากกว่านี้ 20-30% ก็คงต้องขึ้นอยู่แล้วล่ะ”
อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าไทยคงไม่ขาดแคลนน้ำมันเพราะมีการวางแผนความมั่นคงทางพลังงานค่อนข้างหลากหลายสำหรับเรื่องน้ำมัน แต่ที่กังวลก็คงเป็นเรื่องราคาที่จะสูงขึ้นมากกว่าเรื่องขาดแคลน
มาตรการที่เขาอยากเห็นจากรัฐบาล คือไม่อยากให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นลงแรงมากนักเพราะสร้างความหวาดวิตกกับประชาชน อยากให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประคองเอาไว้ให้มีความมั่นคงแล้วเท่าที่เห็นจากรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานออกมาให้ข่าวเมื่อคืนก็เห็นว่าแม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะขึ้นไปแล้วแต่ก็มีการใช้เงินกองทุนฯ รักษาอยู่แล้ว แต่เขาคิดว่าถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อออกไปก็คงมีการปรับราคาน้ำมันขึ้นแน่นอน
ผู้ขับรถตุ๊กตุ๊กรับส่งผู้ค้าในตลาดห้วยขวางรายหนึ่งกล่าวถึงข่าวที่มีปั๊มเชลล์และคาลเท็กซ์ประกาศขึ้นราคาน้ำมันไปเมื่อวันจันทร์ก่อนปรับลดลงมา
------------------------
“ทำไมเขากล้าขึ้นคนเดียว แล้วยี่ห้ออื่นเขาไม่ขึ้น เราก็ไม่ไปเติม เราก็เติมยี่ห้อที่เขาไม่ขึ้น”
เขาให้ความเห็นสั้นๆ ก่อนออกรถส่งลูกค้าว่า สำหรับคนที่อยู่กรุงเทพฯ คงไม่จำเป็นที่จะต้องไปตุน เพราะว่าปั๊มมีเยอะแยะไป แต่ถ้าคนอยู่ต่างจังหวัดก็จำเป็นเพราะต้องใช้เพื่อการเกษตรด้วยถ้าขาดก็เสียหาย แล้วก็คิดว่ารัฐบาลน่าจะแก้ไขได้ ไม่อย่างนั้นเศรษฐกิจก็คงพังพินาศหมด แต่ก็คิดว่าคงต้องรอดูผลงานของรัฐบาลอนุทินว่าจะจัดการปัญหาได้หรือไม่
