17 มีนาคม 2569 ณ ห้อง 909 ศาลอาญารัชดา วันนี้เป็นวันนัดสืบพยานคดี ม.112 เหตุปราศรัยหน้าธนาคาร SCB โดยมีจำเลยอย่าง ทนายอานนท์, แอมป์ ณวรรษ และฟ้า พรหมศร เดินทางมาจากเรือนจำเพื่อเข้ารับฟังคดีที่จะตัดสินอนาคตพวกเขาในไม่ช้านี้
เวลา 9 โมงกว่า ผู้คนเริ่มทยอยเข้าห้องพิจารณา เพียงหวังได้ให้กำลังใจแก่นักสู้ทุกคนที่ถูกจองจำในเวลานี้ ทั้งญาติพี่น้อง มิตรสหาย และยังมีพยานโจทก์ เจ้าหน้าที่ศาล อัยการ ทนายความ ทุกคนอยู่ในห้องที่แคบเท่าห้องขัง อากาศแสนเย็น พวกเขาต่างถามหาว่า “เขาขึ้นกันมารึยัง”
บรรยากาศในห้องวันนี้มีผู้เข้าร่วมเยอะเป็นพิเศษ ด้วยเป็นครั้งแรกหลังจากคุณฟ้าถูกคุมขังเพราะศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวและจะถูกเบิกตัวมายังศาล คุณฟ้าเลือกที่จะสู้ด้วยการ ‘อดอาหารประท้วง’ เพื่อทวงคืนสิทธิพื้นฐานอย่าง ‘สิทธิประกันตัว’ จากวันที่ 9 มีนาคม 2569 จนถึงวันนี้ก็เข้าวันที่ 8 แล้วในการอดอาหาร
แค่คิดว่า “จะไม่ได้กินมื้อเย็น” ก็รู้สึกทรมานแค่ไหนแล้ว
ทุกคนที่มา นอกจากกำลังใจที่พกมาฝาก ยังพกความหวังถึงอิสรภาพและความห่วงใยต่อสุขภาพของคุณฟ้ามาด้วย แม้การชุมนุมราษฎร 2563 จะล่วงเลยมาถึง 6 ปีแล้วก็ตาม แต่เราก็ต้องมาเรียกร้องเรื่องเดิมซ้ำๆ ในทุกปีกับดุลพินิจที่เต็มไปด้วยคำถาม จากสิทธิพื้นฐานกลับกลายมาเป็นสิ่งที่ต้องร้องขออย่างสิทธิการประกันตัว
“กริ่ง กริ่ง กริ่ง” เสียงโซ่กระทบกันดังขึ้นเป็นจังหวะ เป็นสัญญาณการมาถึงของเหล่านักสู้
“มากันแล้ว” หลายคนต่างหันไปที่บานประตู หวังได้เห็นใบหน้าที่กำลังจะปรากฏขึ้น ในใจพวกเขาคงคิดถึงบทสนทนาที่จะพูด จะเล่า จะถาม กับทุกคนอยู่เป็นแน่
ประตูเปิดออก “ทนายอานนท์กับแอมป์มาแล้ว แล้วฟ้าอยู่ไหน?” คำถามถูกตั้งขึ้นทันที ญาติถึงกับกังวลใจถามกับทนายความว่า “ฟ้าจะมามั้ย?”
ในเวลาเดียวกันหลายคนก็พยายามเข้าไปกอด และมอบคำที่พกมาแก่ทั้งอานนท์และแอมป์ที่มาถึงก่อน คนแล้วคนเล่า ผลัดไปเวียนมา เราก็เป็นหนึ่งในนั้น
ทนายความถามเจ้าหน้าที่ว่า “คุณฟ้าอยู่ไหน” เจ้าหน้าที่ตอบว่า “กำลังเดินทางมา”
แล้วตลอดหนึ่งชั่วโมงนั้น ทุกคนในห้องต่างรอว่าเมื่อไหร่ฟ้าจะมาปรากฏตัว เขาเป็นอย่างไรบ้าง ทรมานมากมั้ย จะผอมลงไปแค่ไหน
10 โมงกว่า ทุกคนถึงได้ทราบจากทนายความว่า “รถคุมขังคุณฟ้าน้ำมันหมด หาน้ำมันเติมไม่ได้ เลยอาจต้องรอจนกว่าเขาจะมาส่งถึง”
ทุกคนโล่งใจที่อย่างน้อยพวกเขาจะได้พบคุณฟ้าแต่ก็มีบางคนที่เสียงในหัวดังขึ้นมาว่า “นี่มันถึงขนาดผู้คุมน้ำมันหมด หาปั๊มไม่ได้แล้วหรอ”
ล่วงเลยจนถึง 11 โมง ทุกคนจึงได้รับข่าวดี ผู้คุมแจ้งว่า “ฟ้ามาถึงแล้ว กำลังพาขึ้นมา”
แล้วทุกบทสนทนาภายในห้องก็เงียบลง ในห้องนี้มีเพียงเสียงเคาะเอกสารของเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ที่ดังขึ้น
“ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ๊ง… ”
ฟ้าถึงแล้ว พร้อมประตูห้องที่ถูกเปิดออก ปรากฏใบหน้าที่ซีดเซียวจากการอดอาหาร เขาเดินเข้ามาช้าๆ ด้วยท่าทีที่ดูเหนื่อยกว่าปกติ ข้อเท้าของเขามีโซ่ตรวนขนาดใหญ่กว่าของทุกคนล็อกเอาไว้ด้วย นำมาสู่คำถามที่ว่า “มันเกินกว่าเหตุไปหรือไม่” เพราะเขาเป็นเพียงนักโทษทางความคิดเท่านั้น ทำไมปฏิบัติต่อเขาราวกับผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรง
“อดข้าวก็เหนื่อยอยู่ละ ต้องมาเสียแรงกับตรวนที่ใส่อีก” เสียงในหัวเราดังขึ้น แต่ไม่ได้พูดออกไป
คุณฟ้าเดินเข้ามาช้าๆ จนหยุดที่เก้าอี้ตัวหน้า เขาน้ำตาไหลเมื่อได้เห็นใบหน้าของ ‘คุณแม่’ เขาสวมกอดแม่ด้วยความเป็นห่วง ในหลายบทสัมภาษณ์คุณฟ้ามักกล่าวว่า “เขาเป็นเสาหลักของครอบครัว” การที่อิสรภาพของถูกพรากไปย่อมมีผลกระทบกับครอบครัวของเขาอย่างแน่นอน และมันเป็นเหตุผลสำคัญที่เขาต้องการอิสรภาพ มันคือความรักที่เขามีต่อ ‘คุณพ่อและคุณแม่’ ตลอดมาคุณฟ้าไม่เคยหลบหนีและมาตามที่ศาลนัดโดยตลอด ในศาลชั้นอุทธรณ์ก็ให้เขาได้รับการประกันตัว แต่ด้วยเหตุปัจจัยใดเล่าที่ทำให้ครั้งนี้กลับต่างออกไป (น่าเศร้าที่การตั้งคำถามนี้ อาจเสี่ยงต่อการถูกตั้งข้อหาละเมิดอำนาจศาลได้)
“นั่งตรงนี้” ผู้คุมพูดขึ้นพร้อมชี้จุดที่เขาเว้นไว้ให้ มันเป็นมุมหน้าสุดของเก้าอี้ฝั่งจำเลย ทนายอานนท์และแอมป์ ต่างสวมกอดคุณฟ้า แล้วถามไถ่ถึงชีวิตภายในเรือนจำที่ต่างออกไป
ในตอนนี้คุณฟ้าถูกควบคุมตัวที่ ‘เรือนจำอำเภอธัญบุรี’ ด้วยคดีมาตรา 112 จากกรณีทำกิจกรรมเรียกร้องให้ปล่อยตัว ‘นิว-สิริชัย’ ที่หน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2564 เมื่อศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตประกันตัว เขาจึงต้องถูกคุมขังในสถานที่ห่างไกลจากหลายเรือนจำที่มีผู้ต้องขังคดีทางการเมืองอยู่ เขาต้องอยู่ตัวคนเดียว
“ดูแลรักษาตัวเองด้วยนะ” เราแอบได้ยินประโยคเบาๆ ที่ทนายอานนท์พูดกับคุณฟ้า
ในเวลาไม่กี่นาทีก็มีเสียงดังขึ้น “ยืนเคารพศาล” หน้าบัลลังก์กล่าว
ตอนนี้คณะผู้พิพากษาเดินทางมาถึงห้องพิจารณาคดีแล้ว การสืบพยานกำลังจะเริ่มขึ้น แต่ในวันนี้จำเลยคนหนึ่งไม่สามารถมาศาลได้ เนื่องด้วยติดภารกิจสำคัญอย่างการสอบปลายภาค ทนายความจึงเขียนคำร้องเพื่อขอศาลเลื่อนการพิจารณาในวันนี้ออกไป ทำให้เวลาต่อจากนี้คือการรอให้ศาลจัดทำรายงานกระบวนพิจารณาคดี แล้วมีคำสั่งต่อไป
ตลอดหนึ่งชั่วโมงในห้อง ทั้งญาติ มิตรสหาย และทนายความ ต่างผลัดกันเดินไปนั่งกุมมือให้กำลังใจคุณฟ้าอย่างไม่ขาดสาย
เรามีจังหวะได้คุยกับคุณฟ้านิดหน่อย ภาพรวมเขายังมีกำลังใจที่ดีมาก ยังมุ่งมั่นในเป้าประสงค์ของเขาอยู่ “เขาเพียงต้องการประกันตัวไปดูแลพ่อแม่” เรื่องที่ฟังแล้วแสนง่าย แต่กลับห่างไกลสำหรับคุณฟ้า เราทำได้เพียงแค่ให้กำลังใจ และมองดูใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา น้ำตาที่ไหลรินจากการพลัดพราก เป็นภาพที่ทั้งบาดลึกลงไปในใจของเรา
น้ำตาหยดแล้ว หยดเล่า ที่ไหลหยดออกมา นอกจากคุณฟ้าและคุณแม่แล้ว แฟนของคุณฟ้าก็เช่นกัน เขาร้องไห้ด้วยความเป็นห่วงข้างๆ เรา ตัวเราทำได้เพียงแต่ให้กำลังใจเขา
เราไม่ได้ต้องการบอกว่าเขาอ่อนแอหรืออย่างไร เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความรู้สึกนึกคิด การเห็นเขาเป็นอื่นหรือเลือกปฏิบัติเพียงเพราะความคิดที่ต่างออกไป มันคือความจริงที่กำลังปรากฏตรงหน้า เราจึงหวังจะได้สื่อสิ่งเหล่านี้ออกมา ความรู้สึกที่อบอวลอยู่เต็มห้อง ในหน้ากระดาษนี้ไม่อาจเพียงพอที่จะบรรยายได้
เราหวังเพียงว่า “ไม่ใช่เพียงแต่คุณฟ้า แต่ทุกคนต้องได้รับความเป็นธรรม” ความยุติธรรมที่ทุกคนพร่ำบอก ในความเป็นจริงกลับสวนทางอย่างน่าตกใจ สิทธิแสนพื้นฐานที่ต้องมาร้องขอ นี่คือความจริงที่กำลังปรากฏในสังคมไทย
“ทั้งหมดยืนขึ้น ศาลจะอ่านรายงานกระบวนนะครับ” ผู้พิพากษาคนหนึ่งกล่าว เพื่อเป็นสัญญาณบอกว่า ภารกิจในวันนี้จบลงแล้ว แต่อีกนัยหนึ่งคือ ทุกคนจะกลับแล้วนะ “กลับเรือนจำที่จำขังพวกเขา”
หลังผู้พิพากษาอ่านจบ ทุกคนต่างมาห้อมล้อมกล่าวคำอวยพรพร้อมคำจากลากับคุณฟ้า ทุกคนต่างหวังให้คุณฟ้าได้ประกันตัว
จังหวะสุดท้ายก่อนจะจากลา คุณฟ้าเดินไปโอบกอดคุณแม่อีกครั้งพร้อมตรวนเส้นใหญ่ที่ข้อเท้า ในจังหวะที่คุย คุณแม่ก็เป็นลมล้มพับไป ทุกคนต่างตกใจ คุณฟ้ารีบอุ้มคุณแม่ไว้ คนในห้องควานหายาดม เจ้าหน้าที่ประสานให้พยาบาลขึ้นมาดูอาการคุณแม่
คุณฟ้านั่งข้างคุณแม่ที่นอนราบอยู่ที่พื้น เป็นทั้งภาพที่อบอุ่น แต่ในขณะเดียวกันก็แสนหดหู่
จากนั้นเจ้าหน้าพาตัวเขาลงไปใต้ถุนศาลเพื่อรอส่งกลับเรือนจำ เขาต้องจากลาคุณแม่ที่ยังไม่ได้สติ ไปอยู่ในห้องขังชั้นล่างที่มืดมิดอีกครั้ง
“เราต้องเห็นภาพแบบนี้อีกกี่ครั้งกันนะ” ความคิดปรากฏแผ่วเบา
มันชัดเจนว่า ‘คุณฟ้าสำคัญต่อครอบครัวถึงเพียงใด’ การพรากเขาจากครอบครัวโดยละทิ้งหลักพื้นฐานเรื่องสิทธิประกันตัว มันจะทำให้ประเทศชาติของเรามั่นคงขึ้นได้อย่างไร
นี่เป็นเพียงบันทึกในสายตาของเราที่ได้พบเจอเรื่องราวเหล่านี้ ในวันนี้
หวังว่าวันข้างหน้าทุกคนจะได้รับอิสรภาพนะครับ…
