Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

อนุ กมธ.พิจารณาศึกษาความยุติธรรม คุณภาพชีวิต การเข้าถึงคุณภาพการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำ สภาผู้แทนราษฎร เชิญอดีตผู้ต้องขัง หารือแนวทางคืนคนดีสู่สังคม มุ่งขับเคลื่อนแนวทางปฏิรูปมาตรฐานคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังเป็นรูปธรรม เสนอปฏิรูปฝึกอาชีพผู้ต้องขังในเรือนจำให้เท่าทันโลก ยุติการตีตรา และเร่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสิทธิมนุษยชน สร้างโอกาสใหม่กลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาคุกล้น

สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ว่า นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (อนุ กมธ.) พิจารณาศึกษาความยุติธรรม คุณภาพชีวิต การเข้าถึงคุณภาพการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำ และการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวผลการประชุมคณะ อนุ กมธ. ครั้งที่ 5 ว่า คณะ อนุ กมธ. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โรงพยาบาลราชวิถี และตัวแทนจากศาลฎีกา เพื่อหาแนวทางปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมและยกระดับการดูแลผู้ต้องขังตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยเป้าหมายหลักของคณะ อนุ กมธ. มี 4 ด้าน คือ ความยุติธรรมที่เท่าเทียม คุณภาพชีวิตภายในเรือนจำ การเข้าถึงการรักษาพยาบาล และการส่งเสริมให้ผู้พ้นโทษกลับคืนสู่สังคมได้จริง เพื่อขับเคลื่อนแนวทางปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันอุปสรรคสำคัญคือปัญหาคุกล้น โดยประเทศไทยมีขีดความสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ 2 แสนคน แต่มีผู้ถูกกักขังจริงถึง 3 แสนคน ส่งผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณและกำลังพลในการดูแล นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการตีตราจากสังคม ซึ่งเป็นอุปสรรคในการได้รับโอกาสอีกครั้งหลังพ้นโทษ

นางรัดเกล้า กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุมครั้งนี้ คณะอนุ กมธ. ได้เชิญอดีตผู้ต้องขัง จำนวน 5 ราย มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริง ได้แก่ นายเสกสรรค์ สุขพิมาย (เสก โลโซ) นายศรายุทธ ศรีกำเนิด (แอล โอรส) นายนพพันท์ ทองเหลือ (เอิน วัดใหญ่) นายอัครินทร์ ปูรี (หรั่ง พระนคร) และตัวแทนอดีตผู้ต้องขังหญิง ซึ่งสะท้อนถึงการใช้ดนตรีเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจ และเรียกร้องให้สถานประกอบการเปิดใจรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน เพราะเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะเป็นคนดีของชาติได้ พร้อมเห็นว่าการฝึกวิชาชีพในเรือนจำควรปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย เช่น ช่างตัดผม การตัดต่อวิดีโอ การทำ TikTok หรือการใช้ AI แทนการพับถุงกระดาษหรือเย็บแห ซึ่งไม่สามารถนำไปประกอบอาชีพจริงในยุคปัจจุบันได้ นอกจากนี้ อดีตผู้ต้องขังยังสะท้อนปัญหาด้านสุขอนามัย โดยตัวแทนผู้ต้องขังหญิงระบุว่า โควตาผ้าอนามัย 4 แผ่นต่อเดือนไม่เพียงพอ ส่วนปัญหาการรักษาพยาบาลมักพบว่ายาพาราเซตามอล ถูกใช้รักษาแทบทุกอาการ และระบบการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินบนเรือนนอนยังมีความล่าช้า ด้านรสชาติอาหารในเรือนจำปัจจุบันมีการจำกัดโซเดียมตามคำแนะนำของแพทย์จนไม่มีรสชาติ ส่งผลให้ผู้ต้องขังเลือกปรุงรสเองอย่างหนัก ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

ขณะที่ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาประธานคณะ อนุ กมธ. กล่าวทิ้งท้ายว่า เรือนจำเปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในแต่ละปีมีคนเดินเข้าและออกเรือนจำกว่า 2 แสนคน จึงเป็นความท้าทายของประเทศในการเปลี่ยนคนเหล่านี้ให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพผ่านหลักการ 3 Re คือ Rehabilitation (ฟื้นฟู) Reform (ปรับเปลี่ยนเป็นคนใหม่) และ Restart (เริ่มต้นใหม่) เพื่อคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสร้างศักยภาพให้กับประเทศไทยต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง