หลังภาคการผลิตเสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าเดินทางของกัมพูชา ซึ่งมีโรงงาน 1,810 แห่งและแรงงานกว่า 1.11 ล้านคน เผชิญภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 19% ตั้งแต่สิงหาคม 2025 หลังการเจรจาหลายรอบ ผลสำรวจโรงงานโดย Better Factories Cambodia พบว่าคำสั่งซื้อระยะกลางถึงยาวยังทรงตัว โดย 57% มีคำสั่งซื้อ 3-6 เดือน แต่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น สัดส่วนโรงงานที่ไม่แน่ใจต่อสถานการณ์เพิ่มจาก 10% เป็น 19% แม้ความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มระยะสั้นจะปรับดีขึ้นก็ตาม
- ภาคการผลิตเสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าเดินทางของกัมพูชา มีโรงงาน 1,810 แห่ง แรงงานกว่า 1.11 ล้านคน คิดเป็น 51.8% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด เผชิญภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ลดจาก 49% ในเมษายน 2025 เหลือ 19% ในสิงหาคม 2025 หลังการเจรจาหลายรอบ ใกล้เคียงกับหลายประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
- ผลสำรวจ Factory Pulse Tracker รอบสองในพฤศจิกายน 2025 พบว่า 57% ของโรงงานมีคำสั่งซื้อ 3-6 เดือน และ 29% มีคำสั่งซื้อเกิน 6 เดือน ใกล้เคียงรอบแรก แต่สัดส่วนโรงงานที่ไม่แน่ใจต่อสถานการณ์เพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 19% และ 17% ระบุว่าคำสั่งซื้อลดลงจากภาษีเป็นปัญหาสำคัญที่สุด
- แม้ผลกระทบต่อแรงงานยังจำกัด มีโรงงานเพียง 7% ที่เลิกจ้าง และความเชื่อมั่นต่อแนวโน้ม 3 เดือนปรับดีขึ้น แต่การขาดแคลนแรงงานฝีมือยังเป็นปัญหา ขณะที่การประชุม Cambodia Textile Summit 2026 ชี้ว่าภาคนี้เผชิญความเสี่ยงสะสมทั้งสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ราคาน้ำมัน และการพ้นสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDC)

ภาพจาก: ILO
ภาคการผลิตเสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าเดินทาง (garment, footwear and travel goods: GFT) ยังเป็นภาคเศรษฐกิจหลักของกัมพูชา ข้อมูลในปี 2025 ระบุว่าภาคนี้มีโรงงาน 1,810 แห่ง จ้างแรงงานกว่า 1.11 ล้านคน ราว 75% เป็นผู้หญิง และเป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คิดเป็น 51.8% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดในปี 2025 สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกหลักของภาค GFT โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 38% ของรายได้ส่งออกในปี 2024 รองลงมาคือสหภาพยุโรปที่เกือบ 28% ส่วนที่เหลือกระจายไปยังญี่ปุ่น แคนาดา สหราชอาณาจักร จีน และตลาดอาเซียน
จากภาษี 49% สู่ 19% และการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ
การพึ่งพาตลาดส่งออกในระดับสูงทำให้ภาค GFT อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าโลก ในเดือนเมษายน 2025 สหรัฐอเมริกาประกาศมาตรการภาษีนำเข้าที่เรียกว่าภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) โดยเสนออัตรา 49% ต่อสินค้าจากกัมพูชาในช่วงแรก อัตราดังกล่าวเป็นอัตราสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับผลกระทบ
ช่วงเดือนพฤษภาคม 2025 สื่อ Reuters รายงานว่ากัมพูชาได้จัดการเจรจาการค้ารอบแรกกับสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน โดยรัฐบาลกัมพูชาระบุว่าทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อเสริมสร้างการค้าและการลงทุนทวิภาคี และจะจัดการเจรจารอบที่สองในต้นเดือนมิถุนายน 2025 สื่อ Reuters ระบุว่าการส่งออกของกัมพูชาไปยังสหรัฐฯ คิดเป็น 37.9% ของการส่งออกทั้งหมดในปี 2024 มูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าและรองเท้าที่ผลิตให้กับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Adidas, H&M, Ralph Lauren และ Lacoste ก่อนหน้านั้น Moody's ได้ปรับมุมมองเศรษฐกิจกัมพูชาจากมีเสถียรภาพเป็นเชิงลบ โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านการเติบโตจากความไม่แน่นอนของภาษีสหรัฐฯ
หลังการเจรจาหลายรอบ กรอบภาษีขั้นสุดท้ายได้ข้อสรุปในเดือนสิงหาคม 2025 ที่อัตรา 19% ต่ำกว่าที่เสนอในช่วงแรก แต่ยังเป็นอัตราที่มีนัยสำคัญสำหรับภาคที่เน้นการส่งออก อัตรา 19% ของกัมพูชาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับหลายประเทศผู้ส่งออกเสื้อผ้าในภูมิภาค บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และเวียดนามอยู่ที่ 20% ปากีสถานอยู่ที่ 19% และศรีลังกาอยู่ที่ 20% หลังการปรับลดจากอัตราที่เสนอในเดือนเมษายน 2025 ซึ่งบางประเทศเคยถูกเสนอในระดับ 32% ถึง 46%
ผลสำรวจโรงงาน คำสั่งซื้อทรงตัว แรงกดดันด้านราคายังมีอยู่
เพื่อติดตามสภาพการดำเนินงานระดับโรงงานในช่วงที่มีความไม่แน่นอน โครงการ Better Factories Cambodia (BFC) ได้จัดทำแบบสำรวจ Factory Pulse Tracker รอบแรกในปลายเดือนพฤษภาคม 2025 มีโรงงานตอบแบบสำรวจ 203 แห่ง และรอบที่สองในเดือนพฤศจิกายน 2025 มีแบบสำรวจที่สมบูรณ์และใช้วิเคราะห์ได้ 205 ชุด จากโรงงานที่ขึ้นทะเบียนกับ BFC จำนวน 756 แห่ง โดยราว 50% ของโรงงานที่ร่วมตอบ ตอบแบบสำรวจทั้งสองรอบ โรงงานที่ตอบแบบสำรวจราว 95% เป็นของนักลงทุนต่างชาติ และมากกว่าครึ่งเป็นของบริษัทจีน
ผลสำรวจรอบที่สองพบว่าโรงงานส่วนใหญ่ยังมีคำสั่งซื้อระยะกลางถึงยาว โดย 57% มีคำสั่งซื้อสำหรับ 3 ถึง 6 เดือนข้างหน้า และอีก 29% มีคำสั่งซื้อที่ยาวเกิน 6 เดือน ซึ่งเป็นรูปแบบใกล้เคียงกับรอบแรก เมื่อถามถึงปัญหาสำคัญที่สุดที่กำลังเผชิญ ราว 17% ของโรงงานระบุว่าเป็นการลดลงของคำสั่งซื้อที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงภาษี สัดส่วนของโรงงานที่รายงานว่าการผลิตไม่เปลี่ยนแปลงมากลดลงเหลือ 32% ในไตรมาส 3 ปี 2025 ต่ำกว่ารอบแรก 10 จุด ขณะที่สัดส่วนของโรงงานที่ระบุว่าไม่แน่ใจหรือเลือกไม่ตอบเพิ่มขึ้นเป็น 19% เทียบกับ 10% ในไตรมาส 1 ปี 2025
ด้านความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่อง ผลสำรวจในเดือนพฤศจิกายน 2025 พบว่า 46% ของโรงงานมีคำสั่งซื้อและวัตถุดิบเพียงพอที่จะดำเนินงานได้มากกว่า 3 เดือน ใกล้เคียงกับรอบแรก ขณะที่สัดส่วนของโรงงานที่ระบุว่าไม่แน่ใจเพิ่มขึ้นจาก 8% เป็น 18%
ความสัมพันธ์กับผู้ซื้อยังคงอยู่เป็นส่วนใหญ่ ในรอบที่สอง 83% ของโรงงานระบุว่าไม่มีผู้ซื้อยกเลิกการสั่งซื้อตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ทำให้สัดส่วนที่สูญเสียผู้ซื้ออยู่ที่ 17% ลดลงจาก 22% ในรอบแรก ด้านการหาผู้ซื้อรายใหม่ ราว 24% ของโรงงานระบุว่าได้ผู้ซื้อรายใหม่แล้ว และราว 50% ยังอยู่ระหว่างการหาตลาดใหม่ ในเรื่องการขอส่วนลดราคา โรงงานเกือบ 3 ใน 4 ระบุว่าไม่ได้รับการร้องขอ ในกลุ่มที่ได้รับการร้องขอ 43% รายงานส่วนลดในช่วง 3 ถึง 5% ของราคา FOB (ราคาสินค้าที่รวมค่าใช้จ่ายจนถึงการนำสินค้าขึ้นเรือที่ท่าเรือต้นทางแล้ว หลังจากนั้นค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจะเป็นของผู้ซื้อ) และ 30% รายงานส่วนลดมากกว่า 5% ของราคา FOB รายงานระบุว่าตัวเลขเหล่านี้ควรตีความอย่างระมัดระวัง เนื่องจากการเจรจาราคามักดำเนินการที่สำนักงานใหญ่มากกว่าที่ระดับโรงงาน และแรงกดดันด้านราคาปรากฏชัดเจนกว่าในกลุ่มผู้ซื้อจากสหรัฐอเมริกา รวมถึงโรงงานที่ผลิตให้แบรนด์ระดับกลางและระดับล่าง
แรงงานคืนถิ่นจากไทย ความเชื่อมั่นที่ปรับดีขึ้น และความเสี่ยงที่สะสมเพิ่ม

ภาพจาก: ILO
ผลกระทบต่อแรงงานในช่วงแรกยังอยู่ในระดับจำกัด มีโรงงานเพียง 7% ที่รายงานการเลิกจ้างตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 ใกล้เคียงกับรอบแรก และสัดส่วนของโรงงานที่รายงานข้อร้องเรียนของแรงงานลดลงเหลือ 9% เทียบกับ 15% ในรอบแรก แบบสำรวจรอบที่สองยังสอบถามการจ้างแรงงานที่เดินทางกลับจากไทยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 โดยราว 84% ของโรงงานระบุว่าได้จ้างแรงงานกลุ่มนี้ รวมประมาณ 7,000 คน แม้จะมีแรงงานกลับเข้าสู่ระบบจำนวนมาก การขาดแคลนแรงงานยังเป็นปัญหาสำหรับหลายโรงงาน โดยราว 22% ระบุว่าปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญที่สุดคือความยากในการจ้างช่างเย็บที่มีทักษะ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันในตลาดแรงงานท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นหลังมีการตั้งโรงงานใหม่ โรงงานบางแห่งระบุว่าต้องจ้างแรงงานที่มีทักษะน้อยลง ทำให้ต้นทุนการฝึกอบรมสูงขึ้น และการลาออกของแรงงานในอัตราสูงยังกระทบต่อการผลิต
แม้มีปัญหาด้านความต้องการและแรงงาน ความเชื่อมั่นของโรงงานต่อแนวโน้ม 3 เดือนข้างหน้าปรับดีขึ้นในการสำรวจรอบที่สอง สัดส่วนของโรงงานที่มองในแง่ลบมากลดลงจาก 4% เหลือ 2% ที่มองในแง่ลบลดลงจาก 12% เหลือ 4% และที่เป็นกลางลดลงจาก 20% เหลือ 13% ขณะที่สัดส่วนที่ค่อนข้างมองในแง่บวกเพิ่มจาก 34% เป็น 42% และที่มองในแง่บวกมากเพิ่มจาก 31% เป็น 38% รายงานระบุว่าการปรับดีขึ้นสอดคล้องกับมาตรการปรับตัวของโรงงาน เช่น การหาผู้ซื้อและตลาดใหม่ การขยายช่องทางรับสมัครแรงงานผ่านระบบของกระทรวงแรงงานและฝึกอาชีพ (Ministry of Labour and Vocational Training: MLVT) รวมถึงระบบบริหารจัดการแรงงานอัตโนมัติส่วนกลาง (Labour Automated Central Management System: LACMS) การรับสมัครผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง Facebook และ TikTok และการลงทุนด้านการฝึกอบรมและการดูแลรักษาแรงงาน
ในการประชุม Cambodia Textile Summit 2026 เมื่อ 16 มิถุนายน 2026 ที่กรุงพนมเปญ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมราว 300 คน ได้ประเมินความเสี่ยงที่ภาค GFT เผชิญ สื่อ Cambodgemag รายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและฝึกอาชีพ เฮง ซัว (Heng Sour) ระบุว่าภาคนี้กำลังเผชิญการผสมของอุปสรรคทางการค้า ราคาน้ำมัน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก มาร์ติน บริซง (Martin Brisson) ผู้อำนวยการบริหารหอการค้ายุโรปในกัมพูชา (EuroCham Cambodia) ระบุว่าความเสี่ยงต่าง ๆ เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งสถานการณ์บริเวณชายแดนกัมพูชาและไทย ความไม่แน่นอนด้านภาษีสหรัฐฯ และต้นทุนการขนส่งที่ได้รับผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
สื่อ Cambodgemag ยังระบุว่ามูลค่าส่งออกของภาค GFT อยู่ที่เกือบ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 ที่ประชุมยังหยิบยกประเด็นการพ้นสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (Least Developed Country: LDC) ของกัมพูชา ซึ่งจะทำให้สิทธิพิเศษทางภาษีลดลง และความจำเป็นในการยกระดับไปสู่ขั้นตอนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น การย้อมและการเก็บงานสำเร็จ รวมถึงประเด็นความร้อนในโรงงานที่กำลังกลายเป็นเรื่องที่ต้องกำกับดูแล ขณะที่กัมพูชาอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายด้านความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน
ที่มา:
Cambodia holds trade talks with U.S. as 49% tariff weighs on outlook (Martin Petty, Reuters, 15 May 2025)
Assessing the impact of tariff uncertainty on the garment, footwear and travel goods sector in Cambodia: Follow-up survey findings (Better Factories Cambodia, January 2026)
Cambodia & Dossier: The Kingdom's Textile Sector Faces an Accumulation of Risks (Cambodgemag, 23 June 2026)
