Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายประชาชนเหนือเพื่อรัฐธรรมนูญใหม่ (D'Conner) จัดเวทีสาธารณะที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้ธีม "หมู่เฮาบ่าเอาระบอบสีน้ำเงิน" โดยวิทยากรจากหลายภาคส่วนสะท้อนปัญหาที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งเรื่องสิทธิชุมชน สิทธิที่อยู่อาศัย ความหลากหลายทางเพศ ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา และสิทธิแรงงาน พร้อมแถลงการณ์ยืนยันเจตจำนงของคนเหนือ 3,951,692 เสียงที่ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากประชาชน และเลือกตั้ง สสร. 100%

2026-06-10-เครือข่ายประชาชนเหนือเพื่อรัฐธรรมนูญใหม่จัดเวที ย้ำ รธน.ต้องเขียนใหม่ทั้งฉบับ-สสร.เลือกตั้ง 100%

10 มิถุนายน 2569 เครือข่ายประชาชนเหนือเพื่อรัฐธรรมนูญใหม่ (D’Conner) จัดเวทีสาธารณะ “หมู่เฮาบ่าเอาระบอบสีน้ำเงิน” ณ ห้องประชุม 1101 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์การส่อกินรวบของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย พร้อมแถลงการณ์ยืนยันเจตจำนงว่าคนเหนือต้องการรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน และอนาคตที่กำหนดเองได้

ณัชปกร นามเมือง เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) เปิดเวทีด้วยการชวนมองทางออกของประเทศผ่านการสถาปนารัฐธรรมนูญประชาชน และย้ำเหตุผลที่ประชาชนไม่ควรยอมรับการสืบทอดอำนาจ เขาระบุถึงโครงสร้างอำนาจของระบอบสีน้ำเงินที่ “กินรวบ” ทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และผู้นำฝ่ายบริหารซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรี

โฆษณา - Advertising

ณัชปกร ฉายภาพการก่อตัวของระบอบสีน้ำเงินที่เกิดขึ้นผ่านการออกแบบกระบวนการคัดเลือกสมาชิวุฒิสภา (สว.) ที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มการเมืองผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งนำมาสู่การได้มาซึ่ง สว. สีน้ำเงิน ที่ถือครองเสียงข้างมากและอำนาจในการเห็นชอบองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ ณัชปกร ระบุว่า “พรรคภูมิใจไทยแทบจะเป็นพรรคเดียวที่ครองเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ม.256) อย่างครบถ้วน” เขาย้ำหลักการว่าภาคประชาชนต้องปฏิเสธระบอบสีน้ำเงิน พร้อมนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (Con for All) และเครือข่ายเพิ่งเข้ายื่นรายชื่อผู้ริเริ่มเสนอร่างต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ซึ่งมีสาระสำคัญว่าด้วย

1. กำหนดให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จำนวน 300 คน แบ่งเป็นสสร. จังหวัด 150 คน และสสร. แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน
2. กำหนดให้มีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน โดยไม่อนุญาตให้คนที่มาจากการรัฐประหาร หรือมีส่วนร่วมกับการทำรัฐประหารมาสมัครเป็นกรรมาธิการดังกล่าว
3. กำหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะผ่านได้ ต้องมี สสร. เห็นชอบไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวน สสร. ทั้งหมด และประชาชนต้องออกเสียงประชามติ “เห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ นันทัชพร ศรีจันทร์ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเหนือเพื่อรัฐธรรมนูญใหม่ (D'Conner) ร่วมแลกเปลี่ยนถึงเหตุผลว่าทำไมคนเหนือต้องไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน เธอระบุถึงความเชื่อมโยงของปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งหมายรวมทั้งเรื่องทรัพยากร สิ่งแวดล้อม การเมือง และเศรษฐกิจ ซึ่งเธอมองว่าเป็นผลพวงจากการมีอยู่ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบธรรม

ถัดมาในช่วงแลกเปลี่ยนเสียงจากภาคประชาชน นิราพร จะพอ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) กล่าวถึงปัญหาเมื่อ “สิทธิชุมชน” ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ เธอระบุถึงความกังวลหากการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของระบอบสีน้ำเงิน พร้อมย้ำชัดว่า สิทธิชุมชนควรถูกบัญญัติไว้ในกติกาสูงสุดของประเทศ

“ไม่ใช่แค่ไม่มีอำนาจในการจัดการ แต่เราไม่มีอำนาจในการกำหนดชีวิตของตนเอง” นิราพร กล่าว

ในทำนองเดียวกัน ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ในฐานะตัวแทนพนักงานบริการ ระบุถึงผลกระทบที่กลุ่มพนักงานบริการ หรือ Sex worker ได้รับจากการถูกตีกรอบด้วยข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เธอกล่าวถึงความเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญของพนักงานบริการที่เข้าไม่ถึงการคุ้มครองโดยกฎหมาย เพราะได้รับผลกระทบจากการถูกตีตราโดยสังคมและผู้ทรงอำนาจที่เป็นคนกำหนดกติกาของสังคม

ด้าน วิเชียร ทาหล้า ผู้จัดการบ้านเตื่อมฝัน ศูนย์คนไร้บ้านจังหวัดเชียงใหม่ ระบุถึงความสำคัญของสิทธิที่อยู่อาศัยที่ขาดหายไปในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ในฐานะผู้ขับเคลื่อนประเด็นเรื่องคนจนเมือง เขาตั้งคำถามถึงรัฐธรรมนูญที่ทำให้ประชาชนต้องออกมาพิสูจน์ “ความจน”

“สิทธิที่อยู่อาศัยต้องบรรจุในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้ถ้ายังอยู่ในระบอบสีน้ำเงิน” วิเชียร กล่าว

ชาติชาย ธรรมโม คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช. ภาคเหนือ) กล่าวถึงปัญหา 6 ประการที่เกิดขึ้นจากมีอยู่ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมทั้งการกำหนดเจตนารมณ์ของประชาชนในรัฐธรรมนูญ การมีอยู่ของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การไม่บรรจุประเด็นว่าด้วยแนวทางการจัดการปัญหาข้ามพรมแดน รวมถึงการเยียวยาฟื้นฟู และการเปิดเผยข้อมูลของโครงการขนาดใหญ่ไว้ในรัฐธรรมนูญ ก่อนจะปิดท้ายประเด็นโดยชี้ให้เห็นความสำคัญของการกระจายอำนาจ ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นทางออกให้สังคมสามารถออกแบบกติกาที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้คนได้

“เราต้องแก้มาตรา 256 เพื่อตัดอำนาจระบอบสีน้ำเงิน ให้คนที่เข้าใจปัญหาเข้าไปออกแบบแนวทางของตนเอง” ชาติชาย กล่าว

เริงฤทธิ์ ละออกิจ สหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่ กล่าวถึงผลกระทบที่แรงงานได้รับจากการมีอยู่ของรัฐธรรมนูญ 2560 เขาย้ำหลักการว่าประชาชนเป็นผู้สถาปนาอำนาจอธิปไตย ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จะไม่มาจากประชาชน

“เราจะทุบทำลายประชาธิปไตยจอมปลอม และสรรสร้างประชาธิปไตยที่โอบอุ้มทุกคน เมื่ออำนาจสถาปนาอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ก็ไม่มีเหตุผลที่ สสร. จะไม่มาจากประชาชน” เริงฤทธิ์ กล่าว

ในขณะเดียวกัน เมื่อฟังเสียงจากคนรุ่นใหม่ แรงงาน และความหลากหลาย อภิบาล สมหวัง ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ (CAN) เปิดประเด็นถึงข้อจำกัดของการกระจายอำนาจที่ถูกตีกรอบไว้ด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 เช่นเดียวกับ ศิริศักดิ์ ไชยเทศ Chiang Mai Pride ที่ระบุถึงการต่อสู้เรื่องความหลากหลายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมตั้งความหวังถึงการบรรจุคำว่า “เพศหลากหลาย” ไว้ในหลักการของรัฐธรรมนูญ

“การที่คนสองคนจะรักกันทำไมต้องใช้เวลา 30-40 ปี ความจริงคนที่มีเพศหลากหลายมันไร้อนาคตมานานแล้ว เพราะฉะนั้น เราไม่เอาระบอบสีน้ำเงิน” ศิริศักดิ์ กล่าว

ด้าน กนกวรรณ มีพรหม เสริม แรง เรียน เชื่อมประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เธอมองว่าเป็นผลพวงของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เธอตั้งคำถามถึงการกระจายทรัพยากรทางการศึกษา และกล่าวในฐานะคนทำงานกับกลุ่มเด็กและเยาวชนว่า “จากประสบการณ์การทำงาน ไม่มีใครไม่อยากมีอนาคต แต่คำถามคือ เรามีสิทธิที่จะเข้าถึงโอกาสเหล่านี้มากแค่ไหน”

วัชรภัทร ธรรมจักร หน่วยงานประจำจังหวัดเชียงใหม่ สภาองค์กรของผู้บริโภค ย้ำประเด็นถึงผลกระทบของผู้บริโภคหากปล่อยให้มีการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญสีน้ำเงิน เขาระบุถึงข้อจำกัดว่าการขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน จะส่งผลให้ไม่มีการสร้างสรรค์สังคมที่ดี ทว่าสิ่งสำคัญที่จะต้องไม่ถูกละเลยในกระบวนการนี้ คือการบรรจุเงื่อนไขว่าด้วยการกระจายอำนาจ และกลไกป้องกันการผูกขาดของทุน

ขณะที่ ปริญญา ไตรกิจมงคล ตัวแทนจากกลุ่มนิติซ้าย (Law of Left) บอกเล่ามุมมองในฐานะนักศึกษาที่เผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำอันเป็นผลจากการมีอยู่ของกติกาที่ถูกกินรวบในรัฐธรรมนูญ

ช่วงท้ายของกิจกรรม ตัวแทนจาก D’Conner และภาคีเครือข่าย แถลงการณ์ “ยืนยันเจตจำนงของคนเหนือ 3,951,692 เสียง ที่ต้องการรัฐธรรมนูญประชาชน” พร้อมย้ำหลักการของภาคประชาชนที่เสนอการเขียนใหม่ทั้งฉบับและเลือกตั้ง สสร. 100%

“D’Conner ยืนยันว่า หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง กระบวนการจัดทำก็ต้องเป็นของประชาชนเช่นกัน ดังนั้น เราจึงเห็นด้วยกับหลักการของภาคประชาชนที่เสนอว่า “เขียนใหม่ทั้งฉบับ - สสร.เลือกตั้ง 100% และในขณะเดียวกัน เราก็พร้อมโหวตไม่เห็นชอบ หากการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีแนวโน้มที่จะตกอยู่ภายใต้การครอบงำของระบอบสีน้ำเงิน”
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising