ล่าชื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่พุ่งทะลุ 7 หมื่น หลัง 'ยิ่งชีพ' เปิดคนเอี่ยวฮั้วเลือก สว. - 'อนุทิน' ระบุมอบหมายให้ 'ศุภชัย' เดินหน้าฟ้องหมิ่นประมาท ‘ยิ่งชีพ' และจะไม่ยอมความ กรณีกล่าวหาบุคคลในพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเกี่ยวข้องคดีฮั้วเลือก สว.
22 กรกฎาคม 2569 iLaw เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของวันนี้ (22 ก.ค.) ยอดผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทะลุ 70,000 รายชื่อแล้ว และยังคงมีผู้ร่วมลงชื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้จำนวนรายชื่อจะเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่ผู้ริเริ่มแคมเปญระบุว่าจะเดินหน้ารวบรวมรายชื่อต่อไป เพื่อผลักดันข้อเสนอให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดำเนินการโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด 100%
พร้อมกันนี้ ภาคประชาชนแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งระบุว่าจะให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีบทบาทในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเห็นว่าจะทำให้ สว. มีอำนาจกำกับกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ
สำหรับข้อเสนอของภาคประชาชน เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อกำหนดกระบวนการยกร่างที่ยึดหลักประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกขั้นตอน พร้อมกำหนดให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ระบุมอบหมายให้ 'ศุภชัย' เดินหน้าฟ้องหมิ่นประมาท 'ยิ่งชีพ' และจะไม่ยอมความ
ด้านความคืบหน้า คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หลังนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw เปิดชื่อ 9 บุคคลในรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยที่ถูกกล่าวหาเชื่อมโยงขบวนการฮั้ว สว. เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (22 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันมอบหมายให้นายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรค เดินหน้าฟ้องหมิ่นประมาทยิ่งชีพโดยไม่มีการยอมความเด็ดขาด ขณะที่นายศุภชัยเองก็สวนกลับ เรียกร้องให้ตรวจสอบ iLaw ว่ามีความเชื่อมโยงกับคณะก้าวหน้าและพรรคประชาชนหรือไม่
หลังนายศุภชัยแถลงเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ว่านายอนุทินพร้อมด้วยรัฐมนตรีและบุคคลที่ถูกอ้างชื่อรวม 9 ราย เตรียมดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับนายยิ่งชีพ สืบเนื่องจากการนำหลักฐานคดีฮั้วเลือก สว. ไปยื่นต่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน นายยิ่งชีพได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ในคืนวันเดียวกัน ระบุว่าหากนายอนุทินฟ้องหมิ่นประมาทซึ่งเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เจ้าตัวต้องมาศาลด้วยตนเอง และตนต้องการแต่งตั้งนายอานนท์ นำภา เป็นทนายความ เพื่อทำหน้าที่ซักค้านยาวถึงสองวันเต็ม โดยตนจะนั่งฟังการซักค้านดังกล่าว
ต่อมาในวันนี้ นายอนุทิน (22 ก.ค.) ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าการกล่าวหาผู้ใดต้องมีหลักฐานชัดเจน เรื่องนี้ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมและยังไม่มีการส่งฟ้อง พร้อมตั้งคำถามถึงสิทธิของผู้ที่ออกมากล่าวหาจนทำให้ผู้อื่นเสียหาย นายกรัฐมนตรียืนยันมอบหมายให้นายศุภชัยเดินหน้าฟ้องดำเนินคดีโดยจะไม่มีการยอมความเด็ดขาด เนื่องจากเห็นว่าการกล่าวหาสร้างความเสียหายต่อสมาชิกพรรค และยืนยันว่าตนไม่กังวลเพราะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง
ต่อมา นายศุภชัยให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ข้อกล่าวหาที่ปรากฏยังไม่มีสิ่งใดแสดงให้เห็นว่าผู้ถูกพาดพิงกระทำผิดจริง พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบ iLaw ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ว่าได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศหรือในประเทศหรือไม่ และชี้ว่า iLaw ทำงานใกล้ชิดกับคณะก้าวหน้าที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน ต่อเนื่องมาจากอดีตพรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคประชาชนในปัจจุบัน โดยในช่วงเปิดรับสมัคร สว. iLaw มีส่วนรณรงค์ชักชวนประชาชนไปสมัครเป็น สว. ซึ่งบางส่วนได้รับเลือกเป็น สว. ชุดปัจจุบันหรือ สว. สำรอง จึงตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อผลการเลือกไม่เป็นไปตามที่ต้องการ จึงเป็นเหตุให้ออกมากล่าวหาบุคคลในพรรคภูมิใจไทย พร้อมยืนยันว่าการแจ้งความดำเนินคดีไม่ใช่การใช้กฎหมายปิดปาก
ด้านผู้ถูกพาดพิงรายอื่นมีท่าทีแตกต่างกันออกไป นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หนึ่งใน 9 รายชื่อที่ถูกระบุ เปิดเผยว่าวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 นี้ จะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจในจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อรักษาสิทธิไม่ให้คดีหมิ่นประมาทขาดอายุความ แต่ยังไม่ยื่นฟ้องในขณะนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างแรงกดดันต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และไม่ต้องการให้ถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองตอบโต้กันระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายตรงข้าม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลเรื่อง “รีสอร์ต” ที่ถูกเปิดเผยอาจมาจากสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตั้งคำถามว่าเหตุใดรายละเอียดในสำนวนของคณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 จึงหลุดออกมาภายนอกได้ ขณะที่นายนภินทร ศรีสรรพางค์ อีกหนึ่งผู้ถูกพาดพิง ระบุสั้นๆ ว่ายังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน และขอเวลาหารือกับนายศุภชัยก่อนตัดสินใจ
ขณะเดียวกัน นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง ออกมาชี้แจงความคืบหน้าของคดีว่า สำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 เป็นสำนวนหลักที่รวบรวมพยานหลักฐานไว้ทั้งหมด หากมีพยานหลักฐานใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนดังกล่าวก็ไม่สามารถนำมาพิจารณาได้ ส่วนกรณีที่นายยิ่งชีพนำข้อมูลออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะนั้น ยอมรับว่าไม่แน่ใจว่ามาจากแหล่งใด และมีความกังวลว่าอาจทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเตรียมตัวแก้ข้อกล่าวหาหรือทำลายพยานหลักฐานได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าคดีมีการตั้งประเด็นสอบสวนทั้งหมด 7 ประเด็น ขณะนี้เหลือเพียงส่วนปลีกย่อยและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพาดพิงนักการเมือง ซึ่งคาดว่าจะพิจารณาได้ในช่วงกลางเดือนหน้า และประธาน กกต. ได้วางไทม์ไลน์ให้ได้ข้อสรุปภายในเดือนสิงหาคม 2569 นี้ โดยจะไม่มีการขยายเวลาออกไปอีก
ที่มาเรียบเรียงจาก: iLaw | มติชนออนไลน์ | แนวหน้า | thestandard.co | Thai PBS [1] [2]
