Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการสอบแข่งขันเพื่อสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่ TOR จนถึงการประกาศผลสอบ พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ - หลังวานนี้ (22 ก.ค.) 'คณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น​' หรือ​ 'ก.กลาง' ​แจ้งเลื่อนประชุมไม่มีกำหนด


แฟ้มภาพตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปปป.

22 กรกฎาคม 2569 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่า นายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการตรวจสอบการสอบแข่งขันเพื่อสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นว่า จากการตรวจสอบพบว่าเงื่อนไขการจัดจ้าง (TOR) ยังมีช่องโหว่ โดยเฉพาะการจัดเก็บข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ที่ไม่มีการเข้ารหัส ทำให้สามารถแก้ไขข้อมูลได้ จึงได้เชิญผู้แทนมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง หลังถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดสอบ
         
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เดิมมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นสถาบันที่คาดว่าจะได้รับการว่าจ้างจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนคู่สัญญามาเป็น มศว จึงเห็นว่าควรตรวจสอบกระบวนการดังกล่าวอย่างโปร่งใส พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การประกาศผลสอบของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ไม่มีการตรวจสอบข้อมูลต้นทางทั้งจากแฟลชไดรฟ์และกระดาษคำตอบอย่างรอบคอบ จนนำไปสู่การบรรจุบุคคลจำนวนมาก และอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่มีมูลค่าความเสียหายสูง
         
ประธานกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ได้เชิญสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เข้าร่วมประชุม เพื่อเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน อายัดทรัพย์สิน และพิจารณาความผิดที่อาจเกี่ยวข้อง รวมถึงยืนยันว่าจำเป็นต้องตรวจสอบกระดาษคำตอบและเอกสารต้นฉบับ เนื่องจากไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ถูกแก้ไขหรือไม่
         
สำหรับการเพิกถอนรายชื่อผู้สอบผ่านกว่า 5,000 ราย นายรังสิมันต์ ระบุว่า ต้องแยกพิจารณาระหว่างผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วกับผู้ที่ยังไม่ได้บรรจุ พร้อมย้ำว่าการดำเนินการต้องยึดพยานหลักฐาน ไม่ควรตัดตอนคดีหรือโยนความรับผิดชอบให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับต้องร่วมรับผิดชอบหากพบการกระทำผิด
         
นายรังสิมันต์ ยังตั้งข้อสังเกตว่านายกรัฐมนตรีควรชี้แจงต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากเคยกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย พร้อมย้ำว่าประชาชนยังรอความชัดเจน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นจะต้องได้รับการตรวจสอบตามกฎหมาย

'ก.กลาง' ​แจ้งเลื่อนประชุมไม่มีกำหนด

วานนี้ (21 ก.ค.) Thai PBS รายงานว่า  สำนักงานคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) ทำหนังสือด่วนที่สุดที่​ มท.0809.2/ว.80​ มท.0809.2/ว.81 และ​ มท.0809.2/ว.82​ จำนวน​ 3 ฉบับ ลงวันที่ 21 ก.ค.2569​ เรื่อง​ขอเลื่อนกำหนดการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น​ หรือ​ ก.กลาง​ ครั้งที่​ 7/2569 ทั้งส่วนจังหวัด​ ส่วนตำบล และส่วนเทศบาล

ใจความสำคัญของหนังสื​อ​ ตามที่ สำนักงานในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกลาง ขอความเห็นชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการกลางฯ​ กําหนดจัดประชุมคณะกรรมการกลาง​ ครั้งที่​7/2569 ในวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค.2569​ เวลา 13.30 น. โดยใช้การประชุม ทางไกลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Web Conference) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นไปตามพระราชกําหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์​ พ.ศ.2563 โดยประชุมผ่านระบบฯ จากห้องประชุม 5501 อาคาร 5 ชั้น 5 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นั้น

เนื่องจากประธานคณะกรรมการ​ ​ก.​กลาง​ ได้เห็นชอบให้ฝ่ายเลขานุการฯ แจ้งเลื่อนกําหนดการประชุมออกไปก่อน ฝ่ายเลขานุการฯ จึงขอเลื่อนวันประชุมคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล ในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569​ ทั้งนี้จะแจ้งกำหนดการประชุมให้ทราบอีกครั้ง

ลงนามโดย นายบุญประสงศ์ นวลสายย์​ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เลขานุการคณะกรรมการกลาง​

ต่อมา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงกรณีการเลื่อนประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการ หรือ พนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เพื่อพิจารณากรณีการบรรจุบุคลากรท้องถิ่น 5,928 คนว่า เป็นเพียงการเลื่อนตามขั้นตอน เนื่องจากต้องรอผลการดำเนินการของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ให้แล้วเสร็จก่อน โดยเดิมมีกำหนดประชุมในวันที่ 23 ก.ค. แต่ผลการตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ จึงจำเป็นต้องเลื่อนการประชุมออกไป

นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า การเลื่อนประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีนัยทางการเมือง หรือเป็นการประวิงเวลา พร้อมปฏิเสธกระแสวิจารณ์ว่าเป็น “มวยล้มต้มคนดู” โดยย้ำว่าจะเลื่อนออกไปเพียงไม่นาน และเมื่อ กสถ. ดำเนินการแล้วเสร็จ ก็สามารถนัดประชุมได้ทันที พร้อมยืนยันว่าการตรวจสอบยังเป็นไปตามกระบวนการ และทุกกรณีสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริง ได้จากข้อมูลและหลักฐานที่มีอยู่ จึงไม่มีเหตุผลที่ประชาชนต้องกังวล

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง