สหภาพคนทำงานต่างประเทศ ยื่นหนังสือถึง กมธ.แรงงาน ช่วยติดตามการเยียวยา หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากคนงานที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องค่าจ้างจากการไปทำงานเก็บเบอร์รีป่า ที่ฟินแลนด์ และสวีเดน เมื่อปี 2565-2566
18 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (18 มิ.ย.) ที่รัฐสภา ห้องแถลงข่าวสภาผู้แทนราษฎร สหภาพคนทำงานต่างประเทศ (KMUT) นำโดย มลิวรรณ อาธนู เลขานุการสหภาพคนทำงานฯ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการแรงงาน (กมธ.การแรงงาน) สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง “ขอความอนุเคราะห์ติดตามความคืบหน้าการจ่ายเงินประกันรายได้ และเงินช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ” จากกรณีแรงงานไทยถูกละเมิดสิทธิฯ ระหว่างการเดินทางไปเก็บเบอร์รีป่าในประเทศฟินแลนด์ และสวีเดน ในปี 2565 - 2566 โดยวันนี้มีวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ประธานคณะ กมธ.การแรงงาน พร้อมด้วยธนพร วิจันทร์ โฆษกคณะ กมธ. เซีย จำปาทอง สมาชิก กมธ.การแรงงาน และสหัสวัต คุ้มคง สมาชิกกรรมาธิการการแรงงานและที่ปรึกษาคณะ กมธ.การแรงงาน เป็นผู้รับหนังสือ
รายละเอียดในหนังสือระบุว่า เนื่องด้วยสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย ได้รีบเรื่องความเดือดร้อนของแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานเก็บผลไม้ป่า (เบอร์รีป่า) ณ ประเทศฟินแลนด์ และประเทศสวีเดน ในช่วงฤดูกาลปี พ.ศ. 2565 และ 2566 โดยไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องค่าจ้าง และเงินประกันรายได้ ตามที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างและข้อตกลงของกระทรวงแรงงานกระบวนการส่งแรงงานดังกล่าว
มีการกำหนดให้บริษัทผู้ประสานงานและนายจ้างต้องวางเงินหลักประกันหรือมีเงื่อนไขประกันรายได้ขั้นต่ำให้กับแรงงาน แต่จนถึงปัจจุบัน แรงงานจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินประกันรายได้จำนวนดังกล่าว อีกทั้งการขอรับเงินชดเชยเยียวยาจาก “กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ” ยังไม่มีผลความคืบหน้าเท่าที่ควร ส่งผลให้แรงงานและครอบครัวต้องแบกรับภาระหนี้สินที่กู้ยืมมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ผ่านมา ทางสหภาพฯ ได้เคยยื่นเรื่องร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมจัดหางาน และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแล้ว แต่การดำเนินการติดตามเงินประกันและเงินกองทุนดังกล่าวยังคงล่าช้า และไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนให้กับแรงงาน
ดังนั้น สหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย จึงขอให้คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ในการช่วยใช้อำนาจตามหน้าที่ของกรรมาธิการฯ เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้
- ติดตามและเร่งรัดหน่วยงานที่รับผิดชอบ (โดยเฉพาะกรมจัดหางาน) ให้เร่งนำเงินหลักประกันของบริษัทผู้ประสานงานมาจัดสรรและจ่ายชดเชยเงินประกันรายได้ให้แก่แรงงานโดยเร็ว
- ตรวจสอบความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนงานไปทำงานในต่างประเทศให้แก่แรงงานที่ยื่นคำขอไว้
- เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน กรมจัดหางาน เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง และหาทางออกร่วมกัน เพิ่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่แรงงาน
มลิวรรณ กล่าวว่า ทางสหภาพฯ เคยยื่นเรื่องร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างกรมการจัดหางานและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไข จึงขอให้ กมธ.แรงงานติดตามและเร่งรัดกรมการจัดหางานให้นำเงินหลักประกันของบริษัทมาจัดสรรและจ่ายชดเชยแก่แรงงานโดยเร็ว และขอให้เชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อร่วมกันหาทางออกและคืนความเป็นธรรมให้กับแรงงาน
ขณะที่สหัสวัต คุ้มคง ที่ปรึกษา กมธ.แรงงาน กล่าวว่า กรณีความเดือดร้อนของแรงงานเก็บเบอร์รีป่านั้นความจริงแล้วกองทุนฯ มีหน้าที่โดยตรงในการจ่ายเงินประกันรายได้และเยียวยาเมื่อแรงงานประสบปัญหา แต่จนถึงปัจจุบันแรงงานกลับยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือที่เป็นสิทธิอันชอบธรรมของตน หากกรมการจัดหางานปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลการส่งแรงงานไปต่างประเทศอย่างเต็มที่ ปัญหาคงไม่เกิดขึ้น
