วันที่ 30 มิ.ย. 2569 ณ ศาลอาญารัชดา ห้อง 811 เป็นอีกวันของมหากาพย์การสืบพยานคดี “19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร”
ผ่านมาสักพักแล้วกับกระแสซีรีส์ทนายปีศาจ แต่คนในห้องพิจารณาคดีวันนี้ยังคงพูดถึง และแซวเล่นกันเป็นระยะ “ทนายปีศาจมาแล้ว” “อ้าวๆ ลูกความปีศาจ” มีคนถามเหล่าผู้ต้องขังคดีทางการเมืองที่เดินทางมาศาลในวันนี้ว่าดูเรื่องนี้กันหรือยัง ทุกคนตอบกันเป็นเสียงเดียวว่า “ติดคุก จะให้ไปดูจากไหนก่อน” กับอีกเสียงว่า “คงต้องรอผู้คุมมาเปิดให้ดูแหละ”
"ไม่มีใครไม่เจ็บแค้นจากการถูกจองจำ"
นี่เป็นประโยคที่ทำให้สะเทือนในวันนี้ จากที่ตั้งใจมาคุยกับคุณไบรท์ (ชินวัตร จันทร์กระจ่าง) ในเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะ หลังจากทราบข่าวว่าเขาป่วยและถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์เมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่พอคุยในประเด็นอื่นกลับรู้สึกหดหู่ใจไม่แพ้กัน
คุณไบรท์เป็นผู้ต้องขังคดีทางการเมืองอีกคนหนึ่ง ที่ถูกคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาแล้ว 852 วัน จากคำพิพากษา ม.112 โทษจำคุกในตอนนี้รวมทั้งหมด 15 ปี 24 เดือน จึงทำให้แม้จะถูกคุมขังย่างเข้าปีที่ 3 แต่คำว่า “อิสรภาพยังคงยาวไกลสำหรับเขา”
“ไม่ได้เจอกันนาน เป็นยังไงบ้างครับคุณไบรท์”
“ก็ติดคุกสิถามได้” คุณไบรท์ตอบ ซึ่งก็ถูกของแก จะให้ตอบอะไร
“อ่า แล้วได้ข่าวมาพักหนึ่งแล้วว่าคุณถูกย้ายไปแดน 3 ตอนนี้แดนเป็นยังไงบ้าง ต่างจากแดน 2 มั้ยครับ”
“มันก็เหมือนๆ กันแหละคุก”
ก่อนเขาจะขยายความต่อว่า หลังจากมีคำสั่งปรับให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กลับเป็นเรือนจำระหว่างคดีทั่วไปเหมือนเดิม เรือนจำจึงเริ่มส่งผู้ต้องขังคดียาเสพติดไปทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ตอนนี้ในพิเศษกรุงเทพผู้ต้องขังเลยน้อยลงไปมาก อย่างในแดน 3 ก็เหลือแค่ 300 – 400 คนแล้ว และยังเปลี่ยนให้เป็นแดนโทษต่ำปี เลยทำให้แดนไม่ค่อยวุ่นวาย
“แล้วตอนนี้คุณไบรท์ทำอะไรอยู่ ยังเป็นผู้ช่วยอยู่มั้ยหลังจากออกจากแดน 2”
“ทำงานเป็นผู้ช่วยฆ่าเวลา ไม่ให้ฟุ้งซ่าน”
ตอนนี้ชินวัตรทำงานเป็นผู้ช่วยหน้าแดน เปิด/ปิดประตู เดินเอกสาร ดูแลห้องเยี่ยมไลน์ในแดน หรือช่วยผู้ต้องขังคนอื่นเขียนคำร้อง เขาเล่าต่อว่าอย่างน้อยหาอะไรทำจะได้ไม่คิดมาก อยู่ข้างในมันคิดถึงครอบครัวทุกวัน การทำงานก็ดีตรงที่ได้ช่วยคนอื่นด้วย อย่างบางคนอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ ก็ยังได้ช่วยเขา
"แต่ก็นะเรือนจำทำงานช้า"
“ทำงานอะไรช้าครับ”
“ส่วนทัณฑ์ (เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ต้องขัง) ช้ามาก ทำให้เสียโอกาสที่จะได้ลดโทษ ได้อภัย แต่กลายเป็นว่าผ่านมา 2 ปีแล้วที่ยื่นเอกสาร ตอนนี้ยังไม่ได้คำตอบเลย”
ไบรท์เคลือบแคลงใจในเรื่องนี้มาก เพราะเคยยื่นขอเอกสารเพื่อทราบวันต้องรับโทษในทุกคดี จะได้วางแผนถูกว่าต้องทำยังไง หรือเดินเอกสารยังไงต่อ แต่ส่วนทัณฑ์แจ้งว่าต้องแจ้งศาล ซึ่งเขางงว่าติดคุกจะไปศาลยังไง เมื่อยื่นเอกสารไปแล้วมาถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบ เสียทั้งเวลา เสียทั้งความรู้สึก เรือนจำควรต้องมีข้อมูลผู้ต้องขังในมือจะได้ให้ข้อมูลเขาได้ แบบนี้ไม่ใช่แค่เขาที่เสียเวลา แต่ผู้ต้องขังคนอื่นก็เสียโอกาสด้วยจากการทำงานล่าช้าแบบนี้ของเรือนจำ
“ตอนนี้รู้แค่ มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่าได้ลดโทษ 5 ปี แต่ไม่รู้คดีไหนจากอภัยลูกนี้” ไบรท์เสริม
การอยู่นานเกิน 2 ปี ทำให้คิดมาก คิดถึงครอบครัว
“แล้วตอนนี้ร่างกายเป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่าป่วยหนักมา”
“ผมโดนส่งไปตรวจที่โรงบาลราชทัณฑ์ 18 วัน หมอบอกเป็นโรคเครียด เป็นแรงกว่าไมเกรน ทำให้ชาครึ่งซีกเลยตอนนั้น แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว”
ก่อนที่เขาจะเล่าต่อว่า ทุกวันนี้เครียดเรื่องครอบครัว เป็นห่วงและคิดถึงทุกวัน เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน ยิ่งอยู่ในนี้นานวันยิ่งเครียด ยิ่งแย่ลง พอวันนั้น (24 เม.ย. 2569) ชาครึ่งตัวเลย ไม่เคยเป็นมาก่อน เลยถูกส่งตัวไปนอนโรงบาล หมอก็บอกตามนั้น มันแย่ มันทรมาน
“คุณไบรท์อ่านไรไหมช่วงนี้” ผู้เขียนถามคั่นประเด็นพักหายใจนิดนึง
“คือมันไม่ค่อยมีเวลาอะ เพราะทำแต่งาน ถ้าอ่านหรอ ก็มีแค่ ‘มรดกคณะราษฎร’ ” แกตอบกลับมา (เป็นเล่มไหนแน่คงต้องถามเขาต่อในรอบหน้า)
ผู้ต้องขังก็คนนะ
“แล้วมีอะไรอยากบ่นอีกมั้ยเรื่องข้างใน”
“เรื่องตลกคือ แดน 3 เป็นแดนเดียวในเรือนจำที่ไม่มีเครื่องดนตรี เงียบมากเลย”
นอกจากนี้เขายังเป็นกังวลเรื่อง “ไฟฟ้า กับอาคารทรุด” เพราะตอนนี้ในแดนพื้นตรงบันไดมทรุดตัวลงไปมาก กลัวซักวันมันจะถล่มเอา ใครจะอยากตายในเรือนจำล่ะ ไหนจะเรื่องสายไฟในเรือนจำอีก คือติดกล้องเยอะมากมันดีแล้ว แต่การวางสายไฟเอาให้ปลอดภัยกับผู้ต้องขังก็ดี ถ้าไฟช็อตขึ้นมาใครโดน ผู้ต้องขังไง ตอนนี้บอกกับเจ้าหน้าที่แดนไปแล้วบ้างแล้วเรื่องนี้ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเขียนของบเรือนจำไม่ผ่านเพราะ 'แพงเกินไป'
"ผมคิดว่าชีวิตผู้ต้องขังสำคัญกว่าเงินพวกนั้นอีกนะ"
“เออ คุณไบรท์ไม่รู้ทราบยัง ตอนนี้สภาออกร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 มาแล้ว งบราชทัณฑ์ใช้ซื้อ เช่า รถใหม่ด้วยนะ”
“ก็ขอให้มันดีแล้วกัน ทุกวันนี้มาศาลจะตายอยู่แล้ว รถแน่น แออัดไปหมด รถคันหนึ่งอัดคน 40 กว่าคน เป็นอะไรขึ้นมาใครรับผิดชอบ”
ปกติรถเรือนจำเวลาออกศาลจะไม่จบแค่เรือนจำเดียว ต้องไปรับเรือนจำอื่นด้วย
ไบรท์เล่าอีกว่า ตอนนี้รถของเรือนจำมี 3 แบบ คือ รถแอร์ รถร้อน รถคางหมา เขาเห็นว่ารถคางหมายกเลิกไปเลยก็ดี มันอึดอัด นั่งไม่มีอากาศ ส่วนรถร้อน ถ้าจะไม่ตืดแอร์ก็ทำให้มันดี ให้มีที่นั่ง ให้มีอากาศถ่ายเท ไม่ใช่อัดคนเข้ามาแต่ไม่มีอากาศหายใจ แล้วคนเขาจะอยู่กันยังไง
ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองควรจับเข่าคุยกัน ก้าวข้ามความขัดแย้ง เวลานี้เหมาะที่สุดแล้ว
“วันนี้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เข้าสภา สว. โหวตวาระ 2-3 คุณไบรท์ทราบมั้ย แล้วคิดยังไงบ้าง”
“ถ้าคุณอยากสร้างเสริมสันติสุข แต่ไม่รวม ม.112 แล้วมันจะสันติสุขได้ยังไง” น้ำเสียงของเขาขุ่นเคือง
เขาเห็นว่า พ.ร.บ. นี้ คดีการเมืองได้รับประโยชน์ แต่ไม่ใช่กับ 'ขบวนการราษฎร 2563' ถ้าไม่นิรโทษ ม.112 แล้วจะมีประโยชน์ยังไง ความขัดแย้งก็ยังอยู่ ถึงยังดีว่าถ้าคดีทั่วไปเราได้ประโยชน์อย่าง พ.ร.บ.ชุมนุม แต่อย่าง ม.116 ที่รวม ม.112 ด้วยจะลดโทษให้มั้ย ต้องพิจารณาใหม่มั้ย อยากได้ความชัดเจนตรงนี้มากกว่า
“คำถามสุดท้าย มีอะไรอยากฝากคนข้างนอกมั้ย”
“อยากให้คนข้างนอกช่วยผลักดันนิรโทษ 112 ให้สำเร็จ ขอให้คนข้างนอกเป็นกำลังใจกับคนข้างในที่ต้องสู้ในเรือนจำต่อไป”
ก่อนเราจะบอกลา หันไปจับมือคุณไผ่ คุณแอมป์ ในระหว่างที่ทนายอานนท์กำลังถามค้านด้วยตัวเองอยู่ มันเหมือนฉากในซีรีส์ทนายปีศาจจริง ๆ แต่ในที่นี้ ทนายอานนท์คือปีศาจที่ชนชั้นนำประเทศนี้กลัวเสียแทน
แล้วเราก็เดินออกจากห้องไปพร้อมเสียงทนายอานนท์ไล่หลังมา
"พยานอย่าถามวัวตอบควาย ผมถามน่ะ ผมถาม เอกสารชิ้นนี้พยานอ่านออกหรือไม่ แล้วทำไมถึงไม่อ่าน หรือกลัวว่าถ้าอ่านแล้วจำเลยจะพ้นผิด”
