Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) เผยความคืบหน้าคดีพลทหารเพรชรัตน์ เพื่อนร่วมห้องขัง มทบ. 12 ยืนยัน ผู้ตายถูกทำร้ายก่อนเสียชีวิต ศาลนัดฟังคำสั่งไต่สวนการตาย 30 ก.ย. 69

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ศาลจังหวัดปราจีนบุรีนัดไต่สวนชันสูตรพลิกศพ คดีหมายเลขดำ ช.1/2569 กรณีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง เสียชีวิตภายในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี ระหว่างถูกควบคุมตัวภายในเรือนจำ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 โดยญาติและครอบครัวยังคงติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากแพทย์ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากกล้ามเนื้อหัวใจหนากว่าปกติ และได้มอบอำนาจให้ทนายความของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ดำเนินการทางกฎหมาย รวมถึงการเป็นทนายความในคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ โดยเป็นทนายความผู้ร้องซักถามร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรีในการค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นกับผู้เสียชีวิต

ในนัดไต่สวนพยานดังกล่าว พนักงานอัยการในฐานะผู้ร้องได้นำพยานขึ้นเบิกความต่อศาลจำนวน 2 ปาก ได้แก่ เจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน 2 และพนักงานสอบสวน สภ. เมืองปราจีนบุรี  ได้เบิกความยืนยันถึงอำนาจหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุ การตรวจเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ลายพิมพ์นิ้วมือ รวมถึงบันทึกกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ  และไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือร่องรอยการทำร้ายร่างกายของผู้ตายในพื้นที่เกิดเหตุ

ในขณะที่พยานฝ่ายญาติของผู้ตายได้ขอให้ศาลออกหมายเรียกพลทหารที่อยู่ในห้องเรือนจำ มทบ. 12  จำนวน 3 ปาก เพื่อนำมาเบิกความถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นในห้องขัง แต่ปรากฏว่ามีพลทหารจำนวน 1 นาย ที่เดินทางมาที่ศาลและได้เข้าพูดคุยกับครอบครัวของผู้ตาย โดยแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของพลทหารเพรชรัตน์ และยังได้กล่าวกับญาติในทำนองว่า ไม่อยากให้พลทหารเพรชรัตน์ต้องตายฟรี อยากให้มีการลงโทษผู้กระทำความผิด ตนจึงตัดสินใจเดินทางมาเบิกความในวันนี้ โดยในการให้การ พลทหารได้ยืนยันลำดับเหตุการณ์ที่เกิดเหตุกับพลทหารเพรชรัตน์อย่างเป็นลำดับขั้นตอน รวมถึงกล่าวถึงผู้ที่ลงมือกระทำต่อพลทหารเพรชรัตน์โดยการเรียกให้พลทหารเพรชรัตน์ออกไปนอกแถวเพื่อลงโทษ และทำร้ายร่างกายโดยการเตะเข้าที่หน้าอก จำนวน 2 ครั้ง จึงทำให้ผู้ตายมีอาการช็อค และเสียชีวิตในเวลาต่อมา พยานปากดังกล่าวถือเป็นประจักษ์พยานคนสำคัญอย่างยิ่งต่อการแสวงหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปิดลับของเรือนจำทหารดังกล่าว

นอกจากนี้พยานฝ่ายผู้ตายยังมีนายก้องภพ ปานพูน ครอบครัวของผู้ตาย มาเบิกความถึงข้อสงสัยที่เกิดขึ้นจากการเสียชีวิตที่ยังคงเป็นปริศนา รวมไปถึงพยานซึ่งเป็นสัปเหร่อ และนางสาวนิชนันท์ วังคะฮาด ผู้ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือและประสานงานระหว่างครอบครัวผู้ตายกับกองทัพ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม รวมพยานฝ่ายผู้ตายทั้งสิ้น 4 ปาก

ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรมให้ความเห็นว่า

“การเสียชีวิตของพลทหารในช่วงที่มีการเกณฑ์ทหารเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ มาอย่างยาวนาน ซึ่งแม้ว่าจะมีการตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของพลทหาร แต่กลับไม่มีคำตอบหรือการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมจากหน่วยงานต้นสังกัด ยิ่งกว่านั้น การดำเนินคดีอาญาต่อผู้ที่กระทำความรุนแรง ยังเป็นไปได้ยาก มักจะมีเพียงเจ้าหน้าที่ทหารชั้นผู้น้อยเท่านั้นที่ถูกดำเนินคดี ขณะที่ผู้บังคับบัญชามักจะรอดพ้นจากความรับผิดรับชอบ นอกจากนี้ หลายกรณียังจบลงที่การจ่ายเงินค่าชดเชยเยียวยา แต่ไม่มีการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำผิด”

“ความท้าทายเหล่านี้นำไปสู่วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด และยังเป็นการใช้ภาษีของประชาชนในการแก้ไขปัญหาปลายเหตุของหน่วยงานรัฐที่ขาดความรับผิดชอบ ขณะที่ต้นตอของปัญหาอย่างวัฒนธรรมอำนาจนิยมและชายเป็นใหญ่ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ส่งผลให้เหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจและความสูญเสียเกิดขึ้นเป็นวงจรต่อเนื่องไปทุกปี ด้วยเหตุนี้ จึงขอเรียกร้องให้กองทัพแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจัง โดยการปรับปรุงแก้ไขระบบและวัฒนธรรมภายในองค์กร พัฒนามาตรการที่จะป้องกันความรุนแรงในค่ายอย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน จึงจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมได้ต่อไป”

การไต่สวนคดีชันสูตรพลิกศพพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง ในครั้งนี้ ถือเป็นการสืบพยานครั้งสุดท้าย ก่อนที่ศาลจังหวัดปราจีนบุรีจะมีคำสั่งไต่สวนการตายพลทหารเพรชรัตน์ ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนถึงผู้กระทำความผิด และการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในการคืนความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวของผู้เสียหาย และสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยให้กับสังคมต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง