Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สถานทูตจีนขู่ 'Doc Club' ผู้จัดเทศกาลฉายภาพยนตร์สารคดีไต้หวัน ห้ามใช้โลโก ก.วัฒนธรรมไต้หวันบนสื่อประชาสัมพันธ์ หากไม่ทำตาม จะทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่

 

1. สืบเนื่องจากเมื่อ 21 ก.ค. 2569 ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ ผู้ก่อตั้ง Documentary Club (Doc Club) ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ได้ติดต่อมาหาเธอ พร้อมพูดจาข่มขู่ให้ปิดโลโก “กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน” ที่อยู่บนสื่อประชาสัมพันธ์ของเทศกาลภาพยนตร์สารคดีไต้หวัน ประจำปี 2569 

รู้จักเทศกาลภาพยนตร์สารคดีไต้หวัน

2. สำหรับงานเทศกาลภาพยนตร์สารคดีไต้หวัน ประจำปี 2569 จัดโดย Doc Club โดยปีนี้จัดเป็นปีที่ 8 ภายใต้ธีม ‘เรื่องราวความสัมพันธ์ของครอบครัว’ (Family Matter) ภายในเทศกาลมีทั้งภาพยนตร์ขนาดยาว และสารคดีจากผู้กำกับไต้หวัน ให้คนไทยได้ลองรับชม และหนึ่งในไฮไลท์ของงาน คือ ภาพยนตร์ของผู้กำกับรางวัลออสการ์ 'อั้งลี่' (Ang Lee)

ปีนี้สถานที่จัดงานมี 2 จังหวัด ได้แก่ ที่กรุงเทพฯ คือที่โรงภาพยนตร์เซ็นจูรี สุขุมวิท และเฮาส์สามย่าน ระหว่างวันที่ 22-26 ก.ค. 2569 และจังหวัดขอนแก่น ที่โรงภาพยนตร์ประตูแดง ตั้งแต่ 25-26 ก.ค. 2569

อ้างไทยรับจีนเดียว ใช้โลโก ก.วัฒนธรรมใต้หวันไม่ได้

3. วันนี้ (22 ก.ค.) ที่หน้าโรงภาพยนตร์ เฮาส์สามย่าน ซึ่งเป็นวันเปิดเทศกาลภาพยนตร์สารคดีไต้หวัน ผู้สื่อข่าวจึงขอสัมภาษณ์ธิดา ถึงรายละเอียดความเป็นมาของประเด็นดังกล่าว โดยเบื้องต้น เธอเผยว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา (20 ก.ค.) มีเจ้าหน้าที่ที่บอกว่ามาจากสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ได้โทรติดต่อมาที่โรงภาพยนตร์ที่ใช้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์สารคดีไต้หวัน คือ เฮาส์สามย่าน และเซ็นจูรี สุขุมวิท ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนไม่ได้เจอตัวเรา แต่มีการฝากเบอร์ไว้กับโรงภาพยนตร์ พร้อมกับแสดงความกังวล 2 เรื่องหลัก คือ

  • ไม่ต้องการให้มีโลโกกระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน บนสื่อประชาสัมพันธ์ของเทศกาลฯ 
  • ไม่พอใจที่มีการฉายภาพยนตร์ที่มีประเด็นทางการเมืองที่กระทบหรือต่อต้านนโยบาย ‘จีนเดียว’ 

4. ทางโรงภาพยนตร์จึงมาสอบถามกับทาง Doc Club ในเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งธิดา ยืนยันว่า ในเทศกาลไม่มีภาพยนตร์ที่เป็นข้อกังวล แต่ในประเด็นการเอาโลโกของกระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน ออก ทาง Doc Club ยังไม่ได้มีการตอบรับอะไรในเรื่องนี้ 

(ซ้าย-บน) โลโก กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน บนสื่อประชาสัมพันธ์งานเทศกาลภาพยนตร์สารคดีไต้หวัน ครั้งที่ 8

5. ผู้สื่อข่าวได้สอบถามพนักงานโรงภาพยนตร์เซ็นจูรี สุขุมวิท ที่มาร่วมพิธีเปิดเทศกาลฯ ก็ได้รับการยืนยันข้อเท็จจริงในลักษณะเดียวกันว่ามีเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนฯ ติดต่อเข้ามา และได้ฝากเบอร์ติดต่อไว้ให้ Doc Club ซึ่งทางสถานทูตจีนมีความกังวลว่า หากมีการใช้โลโกของกระทรวงวัฒนธรรมบนสื่อประชาสัมพันธ์ และมีการแสดงออกเกี่ยวกับไต้หวัน อาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่า 'ไต้หวัน' เป็นประเทศแล้ว

6. ธิดา กล่าวต่อว่า วันถัดมา (21 ก.ค.) ประมาณเวลา 11.00 น. ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนฯ มาหาทีม Documentary Club ที่โรงภาพยนตร์เฮาส์สามย่าน เขาก็พูดเหมือนเดิมว่าเขาต้องการให้เรานำโลโกของกระทรวงวัฒนธรรมไต้หวันออก แต่เนื่องจากเราไม่ได้อยู่ที่โรงภาพยนตร์ เลยให้ทางเจ้าหน้าที่โทร.ติดต่อมาหา ซึ่งเราก็ยืนยันว่าเอาโลโกฯ ออกให้ไม่ได้ เพราะว่าเราไม่มีอำนาจทำแบบนั้น 

7. "เขาก็พูดซ้ำๆ แบบเดิมว่าไม่ได้ คุณเข้าใจไหมว่ารัฐบาลไทยยอมรับการมีจีนเดียวแล้ว การที่มีโลโกกระทรวงวัฒนธรรม มันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไต้หวัน ซึ่งยอมรับไม่ได้ …คุณทำผิด คุณเป็นผู้จัดงาน คุณมีอำนาจที่จะเอาออก ทำไมไม่ทำ" ธิดา เล่าถึงคำพูดของเจ้าหน้าที่สถานทูตจีน 

8. ธิดา ระบุว่า เธอก็พยายามตอบเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนฯ ว่า ทาง Doc Club ไม่สามารถเอาโลโกออกได้ เนื่องจากในฐานะผู้จัดงาน หรือออแกไนเซอร์ที่รับงานมา เราไม่มีอำนาจที่จะไปเอาโลโกของผู้สนับสนุนงานออกจากสื่อประชาสัมพันธ์ และประการต่อมา เราจัดงานเชิงวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีการฉายภาพยนตร์ที่ทางสถานเอกอัคราชทูตจีนฯ กังวลแต่อย่างใด ถ้าจีนต้องการดำเนินการอื่นใดนอกจากนี้ ก็ต้องทำตามขั้นตอน เช่น คุยกับทางไต้หวันโดยตรง เราพร้อมจะเปลี่ยนแปลง ถ้าไต้หวันบอกเรา หรือให้สถานเอกอัคราชทูตจีนดำเนินการตามขั้นตอนทางราชการ หรือติดต่อหน่วยงานรัฐ อย่างกระทรวงการต่างประเทศของไทย ทางสถานทูตจีนฯ ไม่มีสิทธิมากดดันแบบนี้ 

9. "เราก็เถียงกันไป-มาสักพักหนึ่ง เขาก็พูดกลับมาว่า ในเมื่อเราเสนอทางออกง่ายๆ คุณแค่เอาสติกเกอร์มาติดโลโกก็จบ แต่ในเมื่อคุณไม่รับข้อเสนอนี้ ผมจะไปทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ ผมจะทำให้เป็นเรื่องระดับชาติเลยนะ พูดขู่อยู่ประมาณ 2-3 รอบ” ธิดา กล่าว และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีการขึ้นเสียงตอนพูด แต่เธอก็ยืนยันคำเดิมว่าทำให้ไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนฯ ก็บอกว่าโอเค และก็วางสาย

10. ผู้ก่อตั้ง Doc Club เล่าความรู้สึกว่า ตอนแรกก็รู้สึกงง เพราะว่าเทศกาลภาพยนตร์สารคดีไต้หวัน จัดมา 8 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ทำไมไม่เคยมีประเด็น และเธอก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องทำตัวอย่างไรเวลามีสถานการณ์แบบนี้ แต่ก็มองว่าการที่เจ้าหน้าที่สถานทูตจีนพยายามมากดดันผู้จัดงานต่างๆ ให้ทำตาม ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง 

11. อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สถานเอกอัคราชทูตจีน ระบุว่าที่ไม่เคยมีประเด็นมาก่อนหน้านี้ เพราะว่าเขาไม่เคยทราบว่ามีงานนี้มาก่อน 

ไม่ใช่ครั้งแรก

12. ธิดา บอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกด้วยที่ทางจีนพยายามกดดัน เนื่องจากเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว จีนได้มีการติดต่อไปยังทีมจัดงานเทศกาลฯ ที่ขอนแก่น เป็นข้อเรียกร้องเดียวกันคือไม่สบายใจที่มีโลโกกระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน และไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้เป็นกิจกรรมการเมืองหรือเปล่า ซึ่งเราก็เคยตอบยืนยันแล้วว่า งานนี้เป็นงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ไม่มีประเด็นการเมือง 

13. นอกจากนี้ ตอนนั้นจีนมีข้อเรียกร้องด้วยว่า ไม่ต้องการให้เทศกาลฯ มีการใช้ธงชาติไต้หวัน และร้องเพลงชาติไต้หวันอีกด้วย

14. ย้อนไปในปี 2568 จีนเคยพยายามเซ็นเซอร์งานศิลปะมาแล้วก่อนหน้านี้ บีบีซีไทย ประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวของเว็บไซต์ข่าวสดอิงลิช และ The Active รายงาน ระบุว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตจีน ประจำประเทศไทย ร้องเรียนผ่านกระทรวงการต่างประเทศไทย ขอให้ยกเลิกนิทรรศการ "ดาราภิวัตน์ ■ ภูมิทัศน์เงา: สำรวจกลไกระดับโลกของความเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้ระบอบอำนาจนิยม" ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร (BACC) โดยอ้างว่างานดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า BACC จะสามารถเจรจาประนีประนอมจนทำให้นิทรรศการยังจัดต่อไปได้ แต่ ‘ไซ’ ภัณฑรักษ์นิทรรศการ ชาวเมียนมา ต้องเอางานที่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับฮ่องกง ทิเบต และอุยกูร์ บางส่วนออกจากงาน และมีการแปะสติกเกอร์คาดดำชื่อของศิลปินจากทิเบต ฮ่องกง และอุยกูร์

ขณะที่บีบีซีไทย รายงานด้วยว่า หลังจากเปิดนิทรรศการเพียง 2 วัน 'ไซ' และภรรยา ต้องเร่งรีบลี้ภัยออกนอกไทยไปสหราชอาณาจักร หลังพบว่าตำรวจไทยพยายามตามหาตัวพวกเขา 

15. ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ามีความกังวลเรื่องการจัดงานเทศกาลหลังจากนี้หรือไม่ ธิดา กล่าวว่า ถ้าเรื่องความกังวลอาจมีอยู่ 2 อย่าง คือ ความวุ่นวายที่ทำให้เทศกาลฯ ต้องชะงักลง และผลกระทบต่อทางไต้หวัน ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์ของเรา ว่าเขาจะได้รับความเดือดร้อนจากงานที่เราจัดหรือไม่ แต่ทางไต้หวัน ไม่ว่าอะไร และเขาก็ให้เสรีภาพกับเราเต็มที่ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว 
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง