สมัชชาคนจนหัวนา-ราษีไศล ทำบุญกุ้มข้าวใหญ่ รวมใจคนรักป่าทามแม่น้ำมูน

 

เมื่อวันที่ 22-23 มกราคม 2553 ณ สันเขื่อนราษีไศล อ.ราษีไศล จ. ศรีสะเกษ สมัชชาคนจนเขื่อนหัวนาและเขื่อนราษีไศล จัดงานประเพณีบายศรีสู่ขวัญข้าว “บุญกุ้มข้าวใหญ่ โฮมใจฮักป่าทาม” เพื่อประยุกต์ประเพณีท้องถิ่นมาสร้างความสามัคคี และรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำป่าทามแม่น้ำมูน รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำป่าทามของเครือข่ายลุ่มน้ำมูนตอนกลางสู่สาธารณะ ตลอดจนระดมทุนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและการฟื้นฟูนิเวศป่าทามมูนและชุมชนให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งผู้มาร่วมงานประกอบด้วยสมาชิกสมัชชาคนจนเขื่อนหัวนา-เขื่อนราษีไศลกว่า 1,000 คน รวมทั้งเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการ เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับแม่น้ำมูน ป่าทาม ผลกระทบจากการสร้างเขื่อน และวิถีชีวิตชาวบ้านในแถบลุ่มน้ำมูนตอนกลาง บริเวณจังหวัด ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และในวันที่ 22 ม.ค. ได้มีการเวทีเสวนาเรื่อง “แนวทางและนโยบายในการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำป่าทามมูน โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน” และในช่วงกลางคืนก็มีการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้านจากแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ในวันที่ 23 ม.ค. ยังมีการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ “เวทีสาธารณะ” โดยทีวีไทย ทีวีสาธารณะ ในหัวข้อ “การเคลื่อนไหวของชุมชนจากการเผชิญหน้าสู่ความร่วมมือ จากการเรียกร้องสิทธิ์สู่การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำป่าทามและพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน” นำโดยนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, แกนนำสมัชชาคนจนเขื่อนหัวนา และเขื่อนราษีไศล รวมทั้งภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกันตลอดงาน 2 วัน ชาวบ้านก็ได้ทยอยนำข้าวที่เก็บรวบรวมจากสมาชิกมากองรวมกันไว้โดยแยกออกเป็นกองทุนของเขื่อนหัวนาและเขื่อนราษีไศล

นายประดิษฐ์ โกศล แกนนำสมัชชาคนจนเขื่อนราษีไศล กล่าวถึงงานบุญกุ้มข้าวใหญ่ครั้งนี้ว่า “จริงๆแล้วมันเป็นประเพณีดั้งเดิมของบรรพบุรุษ โบราณเอิ้นกันว่า สู่ขวัญข้าว คือบุญเดือน 3 เป็นประเพณีการสู่ขวัญข้าว ให้เห็นว่าบุญคุณวัว บุญคุณควาย ที่ได้ไถ ได้ลงมาเป็นแรงงานในการทำไร่ทำนา จะได้รำลึกถึงว่า การทำไร่ใส่นากว่าจะได้ข้าวมาแต่ละเม็ดแต่ละรวง หยาดเหงื่อแรงงานที่ได้มา คนโบราณส่วนใหญ่จะเอาไปบริจาควัดกัน ไปทำบุญรวมกันอยู่วัด เรียกว่าบุญกองข้าวใหญ่ ซึ่งหลังจากสู่ขวัญแล้วก็นำไปขาย ไปเป็นทุนในการสร้างศาลาการเปรียญ หรือสร้างโบสถ์ นี่คือการตุ้มโฮมบุญกุ้มข้าวใหญ่สมัยโบราณ”

นายประดิษฐ์ กล่าวต่อถึงการนำประเพณีมาปรับใช้ในครั้งนี้ว่า “พี่น้องสมัชชาคนจนที่มาชุมนุมต่อสู้อยู่ที่สันเขื่อนราษีไศล 6 เดือนที่ผ่านมา มารวมกันทำบุญตุ้มโฮมบุญกุ้มข้าวใหญ่ในครั้งนี้ก็เพื่อบอกให้เห็นถึงความสามัคคี รำลึกถึงการชุมนุมของพี่น้องช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจกันและระดมทุน เพื่อที่จะพัฒนาองค์กรของสมัชชาคนจนในพื้นที่เขื่อนหัวนา - ราษีไศล ให้เข้มแข็งและมีทุนขับเคลื่อนติดตามงานในอนาคตต่อไป”

ด้านนางสำราญ สุรโคตร แกนนำสมัชชาคนจนเขื่อนหัวนา กล่าวเสริมว่า “พี่น้องแต่ละหมู่บ้านมารวมกัน มาเจอกัน ได้มีการทำบุญกุ้มข้าวร่วมกัน เพื่อว่าเป็นทุนในการต่อสู้ในวันข้างหน้าต่อไปเพราะว่าประเพณีของเราก็ต้องทำตลอด ไม่ว่าบุญกุ้มข้าวใหญ่ วัฒนธรรมในการทำไร่ทำนา เราก็ต้องทำทุกปีไม่เคยขาด เป็นประเพณีที่แต่ละหมู่บ้านต้องรักษาไว้ และที่พี่น้องมาร่วมกันในวันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ดีที่ได้มาเจอกัน ได้มาเรียนรู้ร่วมกัน ได้เห็นหน้าเห็นตา คนที่หายไปตั้งนานก็ได้มาเจอกัน เป็นสิ่งที่ดีที่พี่น้องได้รู้จักกัน ได้พูดคุย อยากให้ลูกหลานที่ไม่เคยเห็นในเรื่องนี้ ให้มาดูการทำพิธี การจัดทำเรื่องต่างๆ ให้รู้ว่าต่อไปข้างหน้าลูกหลานจะสืบสานประเพณีแบบนี้อย่างไร”

สำหรับการระดมทุนในครั้งนี้ สมัชชาคนจนเขื่อนราษีไศลรับบริจาคข้าวได้ประมาณ 8 ตัน ขายได้เป็นเงินประมาณ 100,000 บาท ขณะที่สมัชชาคนจนเขื่อนหัวนารับบริจาคข้าวได้ประมาณ 3 ตัน ขายบางส่วนได้เป็นเงินประมาณ 30,000 บาท

นายประดิษฐ์ โกศล กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในอนาคตข้างหน้า ปัญหาของทั้งหัวนาและราษีไศล เราก็ขับเคลื่อนร่วมกันมาตลอด คิดว่าจะต้องช่วยกันขับเคลื่อนและติดตามทั้งหัวนาและราษีไศลเป็นประเด็นร่วม ในเรื่องการเรียกร้อง ในเรื่องการชุมนุม การติดตามงาน เราก็จะช่วยกัน ดูแลกันในนามสมัชชาคนจน ช่วยเหลือกันแบบนี้มาตลอดและคาดหมายไว้ว่า ถ้างานยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา เราก็จะต้องมาชุมนุมและได้มารวมตัวกันแบบนี้อีกอย่างแน่นอน”

และในเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 23 มกราคม 2553 สมัชชาคนเขื่อนหัวนาและเขื่อนราษีไศล ได้ร่วมกันอ่านคำประกาศเจตนารมณ์ “บุญกุ้มข้าวใหญ่ โฮมใจฮักป่าทาม” ก่อนที่จะแยกย้ายกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ

0 0 0

คำประกาศเจตนารมณ์
“บุญกุ้มข้าวใหญ่ โฮมใจฮักป่าทาม”

              พี่น้องชาวหัวนา-ราษีไศล วันนี้ พวกเราได้ต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์ของพี่น้อง มาเป็นระยะเวลา 16 ปี
              ณ วันนี้เราประสบความสำเร็จจากการต่อสู้ เราจึงได้มีงานบุญกุ้มข้าวใหญ่ โฮมใจฮักป่าทามขึ้น
              กองข้าวกุ้มใหญ่ คือการโฮมใจ โฮมข้าว โฮมทุน แสดงจุดยืนว่าเราจะสู้ จะรวมตัวกันต่อไป เพื่อพิทักษ์รักษา ศักดิ์ศรีของคนลุ่มน้ำมูน
              และขอประกาศว่า หากการแก้ไขปัญหาของเราไม่ได้รับการแก้ไขภายในเดือนกุมภาพันธ์ พวกเราจะต้องได้มาเจอกัน ณ ที่แห่งนี้อีกครั้ง

 

สันเขื่อนราษีไศล อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ
23 มกราคม 2553

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์