นปช. ชุมนุมรำลึก 6 ปี 19 กันยา "วีระกานต์" หยิบข้อเสนอ "นิธิ-ใจ" มาถก

แต่ยังเชื่อเสื้อแดง-เพื่อไทยเสมือนคนยืนสองขาอยู่ห่างอยู่ใกล้ตามสมควร และไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ "ใจ อึ๊งภากรณ์" ที่ให้เสื้อแดงแยกตัวไปตั้งอีกพรรค เพราะตอนนี้ยังร่วมรัฐบาลสู้อำมาตย์ ด้าน "ทักษิณ" โฟนอินเข้ามาโดยโทษว่า รธน.ไม่เป็นประชาธิปไตยทำให้รัฐบาลติดขัด

วันนี้ (15 ก.ย.) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คนเสื้อแดงได้มาชุมนุมเพื่อรำลึกการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยใช้ชื่องานว่า "ครบรอบ 6 ปีรัฐประหาร คนสั่งการยังลอยนวล" โดยมีผู้เริ่มมาจับจองพื้นที่ฟังปราศรัยกันตั้งแต่ช่วงบ่าย ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนทั้งหมด 4 กองร้อย เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และวางจุดตรวจสิ่งผิดกฎหมายรอบที่ชุมนุม ขณะเดียวกันีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจจราจรและ สน.ท้องที่เข้ามาจัดการจราจรบนถนนราชดำเนิน โดยปิดการจราจร ถ.ราชดำเนิน เฉพาะฝั่งขาเข้าจากแยกคอกวัว จนถึงก่อนข้ามสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ส่วนช่องขาออกยังคงใช้สัญจรได้ โดยมีการปราศรัยจากแกนนำ นปช. ตั้งแต่เวลา 15.45 น. โดยช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. มีผู้ฟังการปราศรัยประมาณสองพันคน

 

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมขึ้นปราศรัยเมื่อ 15 ก.ย. 55 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

 

"โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" วอนเสื้อแดงอย่าขวางอภิสิทธิ์

ต่อมาเวลาประมาณ 19.30 น. นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความ นปช. ปราศรัยว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศกำลังพิจารณาคำร้องของ นปช.และอ้างว่ากำลังมีข่าวดี และว่าไทยเป็นรัฐหนึ่งที่เคยลงมติสนับสนุนธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ยังมิได้ให้สัตยาบัน อย่างไรก็ตามประเทศอังกฤษทั้งลงมติสนับสนุนธรรมนูญกรุงโรมและลงสัตยาบันแล้ว และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ก็ถือสัญชาติอังกฤษ นายอภิสิทธิ์ทราบดีว่าจะไม่มีวันถูกลงโทษในประเทศไทย แต่อยากจะบอกว่าวันหนึ่งนายอภิสิทธิ์จะต้องถูกลงโทษ และถึงแม้ว่าเราจะไม่ประสบความสำเร็จในศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่จะต้องหาทางลงโทษนายอภิสิทธิ์ให้ได้ นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมอ้างด้วยว่าตอนนี้ทางศาลอาญาระหว่างประเทศมีความสนใจและต้องการข้อมูลมากขึ้นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของคนเสื้อแดง และอยากให้สู้เพื่อความยุติธรรมต่อไป 

ทนายสัญชาติแคนาดาผู้นี้กล่าวด้วยว่าไม่มีทางที่ประเทศไทยจะปรองดองได้หากไม่มีความยุติธรรม พวกเรามาที่นี่เพื่อร่วมรำลึกวันครบรอบรัฐประหาร อยากบอกว่าช่วงเวลารัฐประหารนั้นยังไม่จบสิ้นลง  คนเสื้อแดงยังไม่มีเสรีภาพหากพี่น้องเรายังคงอยู่ในเรือนจำ เมื่อวานนี้ผมได้ไปเยี่ยมนักโทษที่เรือนจำหลักสี่ เขาต้องถูกลงโทษจำคุก 34 ปี ทั้งที่ไม่ได้กระทำ ซึ่งคดีเหล่านี้จะต้องถูกนำมาพิจารณาใหม่

ทนายความ นปช. กล่าวด้วยว่า ไม่อยากให้คนเสื้อแดงไปชุมนุมขัดขวางนายอภิสิทธิ์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็มีสิทธิเสรีภาพที่จะพูด แต่สิ่งที่พูดไปนั้นไม่มีความหมายอยู่แล้ว ซึ่งนับเป็นเรื่องดีของกลุ่ม นปช. หากฝ่ายค้านยังให้นายอภิสิทธิ์เป็นผู้นำต่อ รวมทั้งรู้สึกยินดีที่พรรคประชาธิปัตย์อยากไปศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งเราทั้งหมดอยากให้เป็นอย่างนั้น โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมยังอ้างด้วยว่าจะไม่สามารถปรองดองได้ ถ้าไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี

 

วีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. ขึ้นปราศรัยในการชุมนุมรำลึก 6 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย. 49 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 15 ก.ย. 55

 

แกนนำ นปช. วิจารณ์ข้อเสนอนิธิ-ใจ
แต่เชื่อเสื้อแดง-รัฐบาลควรมีระยะห่าง-ใกล้เหมือนขาสองขา

นอกจากนี้นายวีระกานต์ มุกสิกพงศ์ แกนนำ นปช. ได้ขึ้นปราศรัยด้วย ตอนหนึ่งกล่าวว่า ในโอกาสนี้ขอให้คนเสื้อแดงได้รำลึกตัวเอง ด้วยการเอาข้อเสนอของนักวิชาการ 2 คน มาพิจารณษ นักวิชาการคนแรกชื่อ นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนบทความแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ขบวนการคนเสื้อแดง และว่าสิ่งที่คนเสื้อแดงต้องทำคือพยายามถอยห่างออกมาเสียจากพรรคการเมืองระดับหนึ่ง แล้วทำเป็นพลังของประชาชนที่แท้จริง คอยดูงานหลักๆ ของประเทศ (อ่านบทความนิธิ เอียวศรีวงศ์)

นายวีระกานต์ กล่าวว่าสิ่งนี้เป็นอุดมการณ์ของ นปช. ไม่เชื่อให้ถามธิดา ถาวรเศรษฐ์ แกนนำ นปช. ทั้งนี้คนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยตกลงกันว่าจะเป็นแนวร่วมทางการเมือง เป็นพันธมิตรทางการเมือง เปรียบเสมือนคนยืนสองขา หนึ่งคือพรรคเพื่อไทย สองคือ นปช. สองขานี้ฉีกแยกออกจากกัน คนก็อยู่ไม่ได้ สองขานี้ถ้ามัดรวมกันเป็นขาเดียวก็เดินไม่ได้ สองขาจึงต้องแยกจากกันอยู่ห่างอยู่ใกล้ตามสมควร ดังนั้น ความคิดนี้เป็นความคิดที่คนเสื้อแดงควรรับฟัง และน่าพิจารณาว่าเราจะทำงานการเมืองในแบบที่นิธิ แนะนำ และตรงกับนโยบาย นปช. หรือไม่

ต่อมานายวีระกานต์ กล่าวถึงบทความของนักวิชาการคนที่สอง โดยบอกว่า "คนที่สองมีทั้งคนชอบ และคนสลดหดหู่ใจ  แต่เราตัดความรู้สึกชอบไม่ชอบออกไปเสีย ถือว่ากำลังฟังคนภายนอก ซึ่งเป็นปัญญาชนเขานำเสนอ" โดยนายวีระกานต์ กล่าวว่า ข้อเสนอต่อมาเป็นของใจ อึ๊งภากรณ์ ซึ่งมองต่างจากนิธิ เอียวศรีวงศ์ (อ่านบทความใจ อึ๊งภากรณ์)

โดยใจเสนอว่าถ้าไม่ปรับอุดมการณ์ วิธีการทางการเมือง การต่อสู้ของคนเสื้อแดงตลอด 6 ปี จะสูญเปล่า คือการไปร่วมมือกับพวกอำมาตย์ในอีกรูปแบบหนึ่ง หมายความว่าพวกเราเป็นเครื่องมือให้คนที่มีสถานะได้เปรียบในสังคมไปกดขี่คนชั้นล่าง แล้วสรุปว่าถ้าหากว่าคนเสื้อแดงที่มีความคิดก้าวหน้าจะได้ขบคิดกันแล้วมาตั้งพรรคการเมืองอีกพรรคชื่อ "พรรคสังคมนิยม" ประเทศไทยจะมีทางเลือกที่สาม

นายวีระกานต์วิจารณ์ว่า การต่อสู้ทางการเมืองช่วงนี้มีความแหลมคม แต่การต่อสู้ทางการเมืองต้องใช้สติปัญญา ที่นำมาเล่านี้ คิดว่าเราอย่าเพิ่งไปลงโทษรัฐบาล อย่าเพิ่งกินแหนงแคลงใจพรรคเพื่อไทย ที่ตรงนี้เมื่อครบรอบ 10 เม.ย. 19 พ.ค. เคยบอกว่า นปช. และรัฐบาลกำลังสู้กับอำมาตยาธิปไตย ซึ่งมีเลห์เพทุบายสูงส่ง ถ้าเรามองไม่ทะลุ ถ้าเรารีบแตกตัวออกจากกันด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด สภาพก็จะกลับไปเหมือนอดีตเมื่อก่อน 19 ก.ย. 2549 สิ่งที่เราควรทำในเวลานี้คือต้องผนึกกำลัง แต่ขาสองขาจะแยกกันต่อเมื่อสร้างระบอบประชาธิปไตยให้ได้เสียก่อน สร้างรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชนให้ได้เสียก่อน นอกนั้นเรื่องเล็กๆ จิ๊บจ๊อย อย่าเที่ยวเก็บเล็กผสมน้อย แต่เชิญวิจารณ์รัฐบาลได้ แต่ต้องคิดตลอดเวลาว่านั่นคือพันธมิตรอันแข็งแกร่ง

 

แนะใช้วิธีการทางกฎหมาย จัดการผู้เกี่ยวข้องการสลายชุมนุม

นายวีระกานต์กล่าวต่อว่า ส่วนที่ว่าเมื่อไหร่คนสั่งฆ่าประชาชนจะได้ขึ้นศาลเสียที ผมว่าใกล้เต็มที่แล้ว การไต่สวนความตายของประชาชนช่วงสลายการชุมนุมรู้สึกจะเริ่มมีคำตัดสินแล้วในวันที่ 18 ก.ย. นี้ และการสอบสวนของดีเอสไอก็คืบหน้า เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ขอให้คนเสื้อแดงเดินบนเส้นทางของสันติวิธี หมายความว่าต้องมีกฎหมายรองรับ มีความยุติธรรม อย่าเดินบนเส้นทางเลือดต้องล้างด้วยเลือด

ทั้งนี้ ถ้าคนเสื้อแดงมีอำนาจรัฐแล้วไม่ฟังเสียงใคร จะจัดการตามประสงค์ ผมเรียนว่าถ้าเราทำอย่างนั้นเราจะกลายเป็นผู้ใช้อำนาจเผด็จการไปปราบปรามปฏิปักษ์ ต้องยืนหยัดและยืนยันว่าจะต้องใช้กฎหมายอย่างเป็นอารยะจัดการกับโจรผู้ก่ออาชญากรรม คนเสื้อแดงจะอดทน และรอวันนั้น เพราะเชื่อว่าวิธีใช้กฎหมายจัดการเป็นวิธีการที่ หนึ่ง นานาชาติยอมรับ สอง ฝ่ายปฏิปักษ์ก็ปฏิเสธไม่ได้ และสาม เมื่อฝ่ายดังกล่าวถูกจัดการด้วยกฎหมายไปแล้ว พฤติกรรมล้างแค้นกันอย่างไม่สิ้นสุดก็จะไม่เกิดขึ้น

 

ทักษิณอ้าง ปชช.เลือกเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้ว แต่ยังติดขัดเพราะ รธน. ไม่เป็นประชาธิปไตย

ต่อมา เวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินเข้ามา โดยกล่าวว่า 6 ปีที่ผ่านมาของการทำรัฐประหารทำให้ประเทศชาติเสียหายขนาดไหน บ้านเมืองบริหารยากมาก แม้พี่น้องเลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลอย่างท่วมท้นแต่ยังติดขัดเรื่องกติการัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ส่วนนักการเมืองมุ่งเอาชนะกันโดยไม่คำนึงถึงจริยธรรม นิติธรรม พยายามดิ้นรนทุกอย่างเพื่อเข้าสู่อำนาจ นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยไปสนับสนุนฝ่ายเผด็จการ

6 ปีรัฐประหาร ทำให้ประเทศชาติบอบช้ำมาก เพราะขณะนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว และเทียบกันได้ว่าประเทศไหนเป็นอย่างไร ที่สำคัญโลกตอนนี้เชื่อมโยงกันหมด ทำให้รู้ว่าไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นที่ไหนก็รู้ถึงกันหมด อีกทั้งปี 2558 ประเทศไทยต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ถ้าเรายังทะเลาะกันอย่างนี้ก็คงสู้ประเทศอื่นไม่ได้ ทั้งที่เรามีศักยภาพดีที่สุดในภูมิภาค

 

บอกอยากกลับไปตอบแทนบุญคุณเสื้อแดงที่เสียสละเพื่อประชาธิปไตย

“ขอวิงวอนทุกฝ่ายให้ทบทวนให้ดี ให้หันหน้าเข้าหากันและเดินหน้าร่วมกัน โดยส่วนตัวผมไม่มีปัญหาว่าจะได้กลับหรือไม่ได้กลับ ไม่ใช่ปัญหา แต่จะทำอย่างไรก็ได้ให้บ้านเมืองดีขึ้น เพราะผมเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ที่มาพูดวันนี้ไม่ได้มาพูดเพื่อใคร แต่จะพูดให้เห็นว่า 6 ปีที่ผ่านมามันมีอะไรเกิดขึ้นกับบ้านเมือง จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้อีก 7-8 ปีก็ได้ แต่จะมาพูดให้ทุกฝ่ายกลับไปคิดถึงการรัฐประหารทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสขนาดไหน” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

 
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า “คนเสื้อแดงเสียสละเพื่อประชาธิปไตย ทำให้การรัฐประหารในประเทศไทยเกิดยากขึ้น เพราะคนเสื้อแดงไม่เคยลืมว่าการรัฐประหารทำลายบ้านเมืองและประชาธิปไตย วันนี้จึงอยากขอบคุณน้ำใจของคนเสื้อแดงที่ผมไม่เคยลืม อยากกลับไปตอบแทนบุญคุณ และหวังว่าในอีกไม่นานจะได้กลับไปรับใช้พี่น้องประชาชนและได้อยู่ร่วมกัน”

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์