2475 กับสถาบันกษัตริย์

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

การปฏิวัติสยาม 24 มิถุนายน 2475 คือความพยายามในการดึงอำนาจการปกครองประเทศจากกษัตริย์มาเป็นของราษฎร เอกสารร่วมสมัยที่ผู้อ่านจะได้พบด้านล่างนี้ คือตัวอย่างรูปธรรมของความพยายามดังกล่าวใน 3 ปริมณฑล ได้แก่ (1) การบริหารจัดการราชสำนัก (2) การเมืองเรื่องวัฒนธรรม และ (3) การจัดการทรัพย์สินกษัตริย์ รายละเอียดและการคลี่คลายของแต่ละประเด็น เป็นเรื่องที่ยังรอการวิเคราะห์อภิปรายต่อไป

                หมายเหตุ: การสะกดเป็นไปตามต้นฉบับ และเอกสารไม่ได้เรียงตามลำดับเวลา

 

(เอกสารชิ้นที่ 1)

ด่วน

ที่ ว.๗๑๐๑/๒๔๘๔                                                                                                              กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

                                                                                ๘ กันยายน ๒๔๘๔

เรื่อง ให้ปรับปรุงระเบียบการต่างๆ

จาก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ถึง นายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งบังคับบัญชาสำนักพระราชวัง

                ด้วยคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้สำนักพระราชวังพิจารณาปรับปรุงระเบียบการต่างๆ เกี่ยวกับงานพระราชพิธี งานเฝ้า การเลี้ยง ฯลฯ โดยให้อนุโลมปฏิบัติอย่างเดียวกับใน Court ของอังกฤษให้มากที่สุดเท่าจะทำได้ แล้วให้ส่งมายังกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ทันใช้ในวันเฉลิมพระชนม์พรรษาปีนี้

                จึ่งเรียนมาเพื่อดำเนินการต่อไป.

                                                                                ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง

                                                                                            ทวี [ลายมือชื่อ]

                                                                                               ๘ ก.ย. ๘๔

                                                                                         (นายทวี บุณยเกตุ)

 

 

(เอกสารชิ้นที่ 2)

สำเนารายงานประชุมคณะรัฐมนตรี

ครั้งที่ ๑๓/๒๔๘๑

วันจันทร์ ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๑

ฯลฯ                                                        ฯลฯ                                                                        ฯลฯ

เรื่องจร

                ๑๘. เรื่องงานปีใหม่ (เนื่องจากรายงานประชุมครั้งที่ ๔/๒๔๘๑ ตอนที่ ๒ ข้อ ๔๒)

                นายนาวาอากาศเอก พระเวชยันตรังสฤษฏ์ .- ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ลงมติให้มอบหมายงานรื่นเริงปีใหม่ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าหน้าที่ ส่วนการจะแบ่งหรือโอนให้จังหวัดหรือเทศบาลเพียงใดนั้น ให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาดำเนินการต่อไป บัดนี้ได้ประชุมผู้แทนกระทรวงต่างๆ ไปแล้ว สำหรับหน้าที่กระทรวงเกษตราธิการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า พิธีแรกนาขวัญหากจะงด จะทำแต่เพียงแจกพันธ์ข้าว

                หลวงประดิษฐมนูธรรม .- พิธีแรกนาควรทำไปตามเดิมก่อน เพราะจะเกี่ยวกับขวัญของประชาชน

                นายพันตรี หลวงเชวงศักดิ์สงคราม .- เรื่องแรกนานั้น เดิมก็พิจารณากันว่าจะเลิก เพราะกระทรวงเกษตราธิการเป็นเจ้าหน้าที่อ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ทางวิทยาศาสตร์ เหตุไรจะให้มาทำพิธีไสยศาสตร์ เมื่อโอนงานแรกนาให้รวมกับงานปีใหม่ ข้าหลวงประจำจังหวัดก็ต้องไปทำพิธีไสยศาสตร์ บัดนี้จะโอนงานปีใหม่ให้เทศบาล จะให้เทศบาลไปทำพิธีไสยศาสตร์อย่างไรได้

                นายนาวาเอก หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ .- การแรกนาเวลานี้จะเอาขวัญอะไรไม่ได้แล้ว เพราะเราทำพิธีเดือนห้า ซึ่งเป็นการแผลงอยู่แล้ว ถ้าจะทำพิธีแรกนาให้ถูกต้อง ก็ต้องทำในเดือนพฤษภาคม และจะใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์อย่างไรก็ได้

                นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม .- พิธีแรกนาแสดงว่าจะเริ่มทำนา รัฐบาลควรแจกพันธ์ข้าวให้แก่ราษฎร ส่วนพิธีไสยศาสตร์ เช่น มีพระยาแรกนาสรวมชะฎานั้นควรเลิกเสียได้

                หลวงวิจิตรวาทการ .- พิธีแรกนาแต่เดิม พระมหากษัตริย์ทรงกระทำด้วยพระองค์ เป็นการแสดงว่าสยามเราการทำนาเป็นสำคัญ และเพื่อให้ชาวนาเห็นความสำคัญแห่งการทำนา พระมหากษัตริย์ไปทรงไถนา ประเพณีนี้เป็นของไทย ถ้าเลิกเสียทีเดียวก็เป็นของน่าเสียดาย ส่วนวิธีการจะลดให้น้อยลงก็ได้ เช่น เลิกการใส่ชะฎา

                นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม .- การที่เราร่นมาทำการแรกนาในเดือนเมษายนนั้น เพราะดินฟ้าอากาศไม่คงที่ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งการที่เราจะรอไปทำในเดือนพฤษภาคม เผอิญมีฝนตกมาก่อน ราษฎรก็ไม่ลงมือทำนากัน เราจึงเริ่มทำเสียก่อนแต่ต้นปี

                นายพันเอก หลวงสฤษยุทธศิลป์ .- เจ้าหน้าที่ส่วนมากยืนยันว่า ให้มีการแรกนา ข้าพเจ้าก็เลยตกลงไปว่า ให้มีแต่การทำพิธีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นการแสดงเผยแพร่ให้ราษฎรได้รับความรู้ สำหรับการแจกพันธ์ข้าวนั้น ในพระนครไม่ได้ประโยชน์ เพราะผู้ที่มารับแจกไม่ใช่ชาวนา ฉะนั้น จะคงให้แจกต่อไปหรือไม่

                นายนาวาเอก หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ .- ควรแจกต่อไปพอเป็นพิธี

                หลวงเดชสหกรณ์ .- ถ้าแจกพันธ์ผักเป็นประโยชน์ดี

                หลวงวิจิตรวาทการ .- สำหรับพิธีแรกนานั้นขอรับไปตรวจเรื่องเดิมก่อน

                ที่ประชุมตกลงว่าพิธีแรกนานั้นไม่เลิก แต่ให้ทำให้ผลทั้งทางวิทยาศาสตร์ และทางขวัญของประชาชน สำหรับการทำพิธีเพียงใดนั้น ให้กระทรวงเกษตราธิการติดต่อกับหลวงวิจิตรวาทการด้วย.

                นายนาวาอากาศเอก พระเวชยันตรังสฤษฎ์ .- ในการทำพิธีแรกนากับการแสดงพืชและสัตว์นี้ สำหรับจังหวัดพระนครจะต้องใช้เงินอีกมาก เงินรายได้สลากกินแบ่งจะให้ได้ก็เพียง ๖๐๐ บาท จะต้องหาเงินมาเพิ่มอีก ๑๑,๐๐๐ บาท

                หลวงเดชสหกรณ์ .- เงินค่าใช้สอยของกระทรวงเกษตราธิการมีเหลือพอโอนมาใช้ได้ แต่จำนวนเงินที่ขอเพิ่มนี้ถ้าเห็นว่ามากไปก็ตัดลงได้บ้าง

                หลวงประดิษฐมนูธรรม .- ถ้าเงินค่าใช้จ่ายไม่พอจะโอนค่าใช้สอยมาก็ไม่ขัดข้อง

                นายนาวาอากาศเอก พระเวชยันตรังสฤษฎ์ .- ขอโอนสัก ๑๐,๐๐๐ บาทก็พอ

                หลวงประดิษฐมนูธรรม .- งานควรให้มี ๓ วัน

                นายพันเอก หลวงเสรีเริงฤทธิ์ .- งานนี้ควรจัดให้มโหฬาร มีการแจกพันธ์ข้าวด้วย

                นายนาวาเอก หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ .- เห็นด้วยว่าฉะเพาะส่วนกลางควรมีงาน ๓ วัน ส่วนทางภูมิภาคแล้วแต่เจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร

                ที่ประชุมตกลงเห็นชอบด้วยในการที่จะจัดให้มีงานนี้ ๓ วัน และอนุมัติให้กระทรวงเกษตราธิการโอนเงินค่าใช้สอยมาใช้ในการนี้ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท.

 

 

(เอกสารชิ้นที่ 3)

รายงานประชุมคณะรัฐมนตรี

ครั้งที่ ๒/๒๔๘๒

วันเสาร์ที่ ๘ เมษายน ๒๔๘๒

                ๔๒. เรื่องทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ไปตกอยู่ในมือคนอื่น

                นายนาวาอากาศเอก หลวงกาจสงคราม : ด้วยตามที่คณะรัฐมนตรีได้ลงมติให้กระทรวงการคลังดำเนินการรับมอบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์จากสำนักพระราชวังนั้น กระทรวงการคลังได้ตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ซึ่งมีข้าพเจ้าเป็นประธานกรรมการ บัดนี้คณะกรรมการได้ตรวจพบหลักฐานว่ามีทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ตกอยู่ในมือคนอื่นโดยมิชอบ ฉะนั้นจึ่งขอเสนอคณะรัฐมนตรีว่าจะควรดำเนินการต่อไปประการใด และขออนุมัติให้นายพันตรี ขุนนิรันดรชัย กรรมการผู้หนึ่งเข้ามาชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณา

                ที่ประชุมตกลงอนุมัติ

                นายพันตรี ขุนนิรันดรชัย เข้ามาในที่ประชุม

                ขุนสมาหารหิตะคดี : ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นกรรมการรับมอบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ผู้หนึ่ง ขอชี้แจงเรื่องเท่าที่ได้ทราบไว้ด้วย คือ เมื่อครั้งรัชชกาลที่ ๕ ทรงได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาราชการคลังให้ทรงนำเงินไปฝากไว้ในยุโรป ๒ แสนปอนด์ ต่อมาเงินรายนี้แยกไปฝากไว้ที่อเมริกา ๑ แสนปอนด์ คงฝากอยู่ที่อังกฤษ ๑ แสนปอนด์ คณะกรรมการฯ ได้เชิญพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์มาสอบถาม พระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์ ทรงรับว่าเงินรายนี้มีจริง เงินที่รัชชกาลที่ ๕ ฝากไว้นั้นฝากไว้ในนาม King of Siam

                นายนาวาอากาศเอก หลวงกาจสงคราม : ปัญหามีว่าทรัพย์ที่ฝากไว้นี้เป็นทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ หรือทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพราะเดิมปนกันอยู่ เราเพิ่งมาแยก เมื่อรัชชกาลที่ ๖ มีการเก็บภาษีมฤดก ได้มีประกาศฉะบับหนึ่งว่าทรัพย์สินที่อยู่นอกราชอาณาจักร์เป็นทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ และเมื่อมาถึงรัชชกาลที่ ๗ ก็ทรงสนับสนุนว่าทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ไม่ควรฟุ่มเฟือย ส่วนหนึ่งเอาไปใช้ อีกส่วนหนึ่งขึ้นบัญชี ๒ ไว้ไม่ให้จ่าย ทรัพย์รายที่ว่านี้จึ่งควรเป็นทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ต่อมาเมื่อเปลี่ยนการปกครองแล้วรัชชกาลที่ ๗ ได้ทรงเปลี่ยนนามเจ้าของเงินฝากรายนี้เป็น King Prajadhipok

                นายพันตรี ขุนนิรันดรชัย : เมื่อ ร.ศ. ๑๑๙ ในรัชชกาลที่ ๕ ที่ปรึกษาราชการคลังให้ความเห็นว่ามีเงินในพระคลังข้างที่ ๒๐ ล้านบาทเศษ ควรจัดหาผลประโยชน์ แม้สยามจะถูกย่ำยี กษัตริย์ก็จะไม่ทรงเดือดร้อน และเห็นว่าที่ดินฝั่งตะวันตกเจริญต่อไปคงมีสะพานข้าม ควรซื้อที่ดินรายนี้ไว้ รัชชกาลที่ ๕ จึ่งทรงนำเงินไปฝากธนาคารไว้เพื่อซื้อที่ดิน ในสมัยนั้นหลักฐานปรากฏว่าฝากไว้ ๒ แสนปอนด์ ในธนาคารในลอนดอน เมื่อรัชชกาลที่ ๕ สวรรคคตอังกฤษจะเก็บภาษีมฤดก รัชชกาลที่ ๖ ได้มีพระราชหัตถเลขาไปยังเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี อัครราชทูต ณ กรุงลอนดอนให้เป็นทนายความแทนรัชชกาลที่ ๖ ต่อมาเงินรายนี้เพิ่มพูลขึ้นเกินกว่า ๒ แสนปอนด์ เมื่อ ๑๑ ตุลาคม ๒๔๗๕ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์กราบบังคมทูลรัชชกาลที่ ๗ ให้ทรงเปลี่ยนนามผู้ฝากจาก King of Siam เป็นของสมเด็จพระปกเกล้าฯ และพระนางรำไพพรรณี เงินรายนี้ก็ไม่พบปะอีกเลย

                หลวงประดิษฐมนูธรรม : เงินรายนี้เป็นทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ก่อนออกพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ อำนาจของพระมหากษัตริย์จะสั่งเปลี่ยนบัญชีได้เพียงใด เราจะมีอำนาจเรียกเงินรายนี้ได้เพียงอย่างไร ควรให้อธิบดีกรมอัยยการปรึกษาหารือกับหลวงกาจสงคราม ประธานกรรมการรับมอบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์

                หลวงกาจสงคราม : ยังมีแหวนฝังเพ็ชร์ดำอีกที่สมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงเอาไป

                นายพันตรี ขุนนิรันดรชัย : เรื่องแหวนนี้ได้เชิญเจ้าพระยารามราฆพมาสอบถามได้ความว่า เมื่อรัชชกาลที่ ๖ สวรรคคตสมเด็จพระปกเกล้าฯ ได้เรียกแหวนฝังเพ็ชร์สีดำจากเจ้าพระยารามราฆพไป นอกจากนี้ยังมีแหวนอื่นอีก ๓ วงที่เจ้าพระยารามราฆพถวายไปพร้อมกัน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ก็รับสั่งว่าทรงเคยเห็นสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงแหวนเพ็ชร์ดำอยู่

                ที่ประชุมตกลงให้ส่งเรื่องเงินและสิ่งของอันเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ซึ่งตกไปอยู่ในมือคนอื่นโดยมิชอบนี้ให้คณะกรรมการรับมอบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์พิจารณาต่อไป โดยให้เชิญอธิบดีกรมอัยการมาร่วมในการพิจารณาด้วย

                นายพันตรี ขุนนิรันดรชัย ออกจากที่ประชุม

 

 

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์