พ่อค้าแม่ค้าเจรจานายด่านช่องจอม สรุปผ่อนผัน 30 วันก่อนขึ้นภาษี

กลุ่มผู้ประกอบค้าตลาดชายแดนช่องจอม เจรจานายด่านศุลกากรได้ข้อสรุป ด่านจะผ่อนผันการจัดเก็บภาษีให้กับกลุ่มผู้ประกอบการค้าอีก 30 วัน รองรับการเปิดประเทศสู่ AEC ขณะที่ผู้ค้าชาวกัมพูชาวอนเจ้าหน้าที่ไทยเห็นใจ ให้นำสินค้า เข้ามาจำหน่ายในตลาดไทย เพราะมีหนี้สิน ในการกู้เงินไปชื้อสินค้ามาขาย

 

23 ต.ค. 2556 เวลา 13.00 น.ที่ด่านศุลกากรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กลุ่มผู้ประกอบการค้าชายแดน ที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ได้ส่งตัวแทนเพื่อเจรจาหาข้อสรุปในการดำเนินการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี สินค้าผ่านแดนจากประเทศกัมพูชา เข้ามายังประเทศไทยโดยกลุ่มผู้ประกอบการค้าชายแดนตลาดช่องจอม มีความไม่พอใจการจัดเก็บภาษีของด่านศุลกากรช่อจอมที่ไม่เป็นธรรม คนละมาตรฐานในแต่ละช่วงเวลา และไม่มีการออกใบเสร็จให้กับผู้นำสินค้าข้ามแดนเข้ามายังประเทศไทย ผู้ประกอบการค้าชายแดนช่องจอมจึงต้องข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดเก็บภาษี และมีการก่อม็อบประท้วง ด่านศูลกากรช่องจอม ไปแล้เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา

ตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยและชาวกัมพูชา ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ได้เดินทางเข้าร่วมเจรจากับนายเรวัตร เอี่ยมวสันต์ นายด่านศุลกากรช่องจอม และนายอดิศร สิทธิชอบธรรม ผู้ช่วยนายด่านศุลกากรช่อง โดยมีนายพัฒนา ชื่นยง ผู้จัดการตลาดการค้าชายแดนช่องจอมและตัวแทนผู้ประกอบการค้าชายแดนช่องจอม  เข้าร่วมหารือเพื่อหาข้อสรุปรวมกัน

นายเรวัตร เอี่ยมวสันต์ นายด่านศุลกากรช่องจอม กล่าวว่า กรมศุลกากรดีมีนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี จึงได้ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการค้าในตลาดชายแดนช่องจอม สินค้าที่นำเข้าประเทศไทยตามบริเวณแนวชายแดนหรือด่านถาวรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด่านถาวรชั่วคราวหรือจุดผ่อนปรนทางการค้า ถ้าสินค้ามีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสามารถออกอากรบัตรระวางได้เลย โดยไม่ต้องทำใบประทวนสินค้า แต่กรณีที่สินค้ามีมูลค่าราคาเกินกว่า 20,000 บาท ต้องทำใบประทวนสินค้าและชำระค่าภาษีอากร อาจเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการอธิบายให้ผู้ประกอบการเข้าใจอยู่ว่า หลักเกณฑ์เป็นเช่นนี้ ปรากฏว่าในช่วงนี้ยังใหม่อยู่ ผู้ประกอบการบางรายอาจจะยังไม่เข้าใจ ด่านศุลกากรช่องจอมจึงขอเวลาในการทำความเข้าใจ ถึงหลักเกณฑ์ดังกล่าว ประมาณ 30 วัน ซึ่งทางด่านศุลกากรช่องจอมมีนโยบายในการจัดเก็บภาษีให้ได้มากขึ้น และให้เกิดความเป็นกับผู้ประกอบการ ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการทั้งหมดแล้ว ก็เป็นที่เข้าใจกันเป็นอย่างนี้ และก็จะใช้ช่วงเวลานี้ ในการทำความเข้าใจร่วมกัน

นางรส ธา อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดอุดรมีชัย ที่เป็นผู้นำเข้ารถจักรยานสองล้อมือสองมาขายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ระบุว่า ตนเองเดือดร้อนเป็นอย่างมาในขณะนี้ที่ไม่สามารถนำจักรยานสองล้อมาขายในตลาดช่องจอมได้ เนื่องจากจะเก็บภาษีสูงขึ้น ตนเองเช่าที่เก็บรถในฝั่งกัมพูชามีค่าใช้จ่ายมากขึ้น และหากเก็บภาษีสูงขึ้นก็จะทำให้เพิ่มราคาขายสูงขึ้นไปด้วย คนไทยก็ไม่ชื้อเพราะราคาสูง รถมือสองราคาสูงก็ขายไม่ได้ ตนเองมีหนี้สินจากการกู้เงินไปชื้อรถมาขาย มีดอกเบี้ย จึงขอความเห็นใจจาก จากเจ้าหน้าที่ไทยช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้ด้วย

นางเฮง วิเชียรรัตน์ ผู้ประกอบการค้าผ้าห่มมือสอง ที่สั่งผ้าห่มมือสองจากญี่ปุ่นและเกาหนีมาขายให้ข้อมูลเช่นเดียวกันว่าเดือดร้อนมาก เนื่องจากการจัดเก็บภาษีของเจ้าหน้าที่ศุลกากรไทยสูงขึ้น และยังนำผ้าห่มข้ามแดนมายังไทยไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่ศุลกากรไทยไม่อนุญาตให้นำเข้า หากนำเข้าก็ต้องเสียภาษีสูงขึ้น ตนเองก็เดือดร้อน เพราะต้องกู้เงินมาชื้อสินค้ามีภาระหนี้สิน ดอกเบี้ย จึงขอความเห็นใจได้ยึดระเบียบภาษีแบบเดิมที่ไม่สูงมากนัก จะได้นำสินค้ามาขาย พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว หวังว่าจะได้รับความเห็นใจ และขอความเป็นธรรมจากเจ้าที่ศุลกากรไทยต่อไป

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์