แถลงการณ์แสงสำนึก ฉบับที่ 4 61 ปีกบฏสันติภาพ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

คำลิขิต
ประกาศิตประกาศเสียงเพียงภูตผี
ช่างเหี้ยมโหดโฉดชั่วกลั้วราคี
สิ้นศักดิ์ศรียุติธรรมพร่ำหลอกลวง

คุณค่าผองมนุษย์สุดใจคิด
รักษาสิทธิ์เสรีที่แสนหวง
กลไกรัฐมัดไว้แน่นแม้นเปรียบปวง
ดุจดังบ่วงบีบอยู่ไม่รู้คลาย

เปิดหน้ากากฉากหนึ่งซึ่งประจักษ์
สิทธิ์และศักดิ์มนุษย์ไซร้ไร้ความหมาย
รูปเจว็ดเท็จถ่อยคอยวันตาย
เจ้ามุ่งร้ายรับใช้โจรโค่นคุณธรรม

เธอทั้งหลาย
กล้าเชิดกายพร้อมกับสรวลทวนเสียงขำ
เพราะรู้แน่แก่ดวงจิตติดใจจำ
ความหมายคำยุติธรรมนั้นเพียงไร

ประกาศิตชนิดไหนในโลกนี้
จะไม่มีพรึงพรั่นหรือหวั่นไหว
ความชอบธรรมล้ำล้นพ้นอื่นใด
คือมั่นในอุดมการณ์หาญทระนง

ถึงจอมเทพบัญชาประกาศิต
ด้วยลิขิตจากสวรรค์อันสูงส่ง
ไม่อาจลบหลักธรรมที่ดำรง
แสนเที่ยงตรงสถิตอยู่คู่ดินฟ้า

คำลิขิต
เจ้าเบือนบิดสัจธรรมล้ำเลิศหล้า
ล้วนความเท็จสถุลถ่อยด้อยราคา
ด้วยสันดานสัตว์ป่าปีศาจร้าย

สันติภาพผนึกแน่นแม้นบรรพต
ถูกโป้ปดทุรชาติสาดโคลนป้าย
สิทธิ์เสรีมิ่งขวัญมันทำลาย
เธอยังกล้าท้าทายด้วยศักดา

ด้วยดวงจิตสุจริตมิตรหมายมาด
ตราบกรงขังพังพินาศในวันหน้า
คงยืนหยัดกัดฟันมั่นศรัทธา
เอาเพลิงแค้นเช็ดน้ำตาเถิดมิตรมวล

          
เนื่องในโอกาสครบรอบ 61ปีของเหตุการณ์กบฏสันติภาพซึ่งมีการจับกุมนักคิด นักเขียน และประชาชนจำนวนมากตามบางส่วนของแถลงการณ์กรมตำรวจที่ประกาศเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2495 ว่า

“..มีบุคคลคณะหนึ่งได้สมคบกันกระทำผิดกฎหมายด้วยการยุยงให้มีการเกลียดชังกันในระหว่างคนไทยเพื่อก่อให้เกิดการแตกแยก เกิดการทำลายกันเอง โดยใช้อุบายต่าง ๆ เช่นปลุกปั่นแบ่งชั้น เป็นชนชั้นนายทุนบ้าง ชนชั้นกรรมกรบ้างชักชวนให้เกลียดชังชาวต่างประเทศที่เป็นมิตรของประเทศบ้าง อันเป็นการทำให้เสื่อมสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศยุยงให้ทหารที่รัฐบาลส่งออกไปรบในเกาหลีตามพันธะที่รัฐบาลมีอยู่ต่อองค์กรสหประชาชาติให้เสื่อมเสียวินัยเมื่อเกิดการปั่นป่วนในบ้านเมืองได้ระยะเวลาเหมาะสมแล้วก็จะใช้กำลังเข้าทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบอื่น ซึ่งมิใช่ระบอบประชาธิปไตยด้วยการชักจูงชาวต่างประเทศเข้าร่วมทำการยึดครองประเทศไทย...”

เราจึงขอนำบทกวี“เพื่อนของเธอยังอยู่” ของ ทวีป วรดิลก ซึ่งได้เขียนถึงกรณีดังกล่าว ลงพิมพ์ในนิตยสาร สุดสัปดาห์ ในปี พ.ศ. 2497 มากล่าวนำในแถลงการณ์ฉบับนี้

หลังจากดำเนินการจับกุมบุคคลจำนวนมากรัฐสภาขณะนั้นได้เร่งผ่าน พ.ร.บ. ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 (สามวาระรวด)ออกประกาศในวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2495 เพื่อที่จะใช้ดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ต่อมาเมื่อผู้ต้องหาถูกนำตัวขึ้นศาล แต่ไม่สามารถนำข้อหาการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์มากล่าวหาได้เนื่องจากเป็นการใช้กฎหมายย้อนหลังศาลจึงพิพากษาว่าจำเลยส่วนใหญ่มีความผิดในข้อหากบฏ โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปีและส่วนใหญ่ 13 ปี 4 เดือน

ผู้ที่ถูกจับกุมจากกรณีกบฏสันติภาพนี้ติดคุกไปเป็นเวลา 5 ปีเศษ กระทั่งในปี 2500 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หลังจากการยึดอำนาจการปกครองซึ่งมีจอมพลสฤษดิ์เป็นผู้นำคนสำคัญในปีเดียวกัน ในปีต่อมาเมื่อจอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารซ้ำก็ได้มีการจับกุมผู้คนอีกเป็นจำนวนมากด้วยข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ควบคู่ไปกับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

วิกฤตการเมืองปัจจุบัน หากนับจากกรณีของ"ดา ตอร์ปิโด"ซึ่งถูกจับกุมในปี 2551 จนถึงขณะนี้ก็กินเวลาร่วม 5 ปีแล้วและหากนับตั้งแต่ที่มีการนำเสนอประเด็นเรื่องพระราชอำนาจ โดยนายประมวล รุจนเสรีในปี 2548 ก็เป็นเวลาร่วม 8 ปีแล้ว ตลอดเวลา 8ปีของวิกฤตการเมืองนี้มีประเด็นทางการเมืองที่เกี่ยวพันกับสถาบันกษัตริย์จำนวนเท่าไรมีผู้ต้องขังด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นจำนวนเท่าไรมีนักโทษการเมืองที่ถูกกุมขังอย่างไร้ความเป็นธรรมอีกเท่าไรแม้ไม่มีสถิติที่ชัดเจนแต่ทั้งหมดนี้มากกว่าเมื่อครั้งเหตุการณ์กบฏสันติภาพอย่างแน่นอนและคนเหล่านี้จะต้องติดคุกไปอีกนานเท่าไร ดูเหมือนจะไม่มีคำตอบในปัจจุบัน

ในท่ามกลางความขัดแย้งของเหตุการณ์ทางการเมืองเรื่องนิรโทษกรรมณ ขณะนี้ คณะนักเขียนแสงสำนึกขอแสดงความคิดเห็น และประกาศจุดยืนดังต่อไปนี้

ประการแรก เราไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมอันไม่ซื่อสัตย์ของพรรคเพื่อไทยในการผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมครั้งนี้ และเห็นว่า แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย ลงวันที่ 6 พ.ย. 56นั้นเป็นท่าทีทางการเมืองที่ขี้ขลาดและไร้ความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ถูกกุมขังซึ่งสมควรได้รับการนิรโทษกรรมโดยเร็ว

เหตุผลที่แท้จริงของความไม่ถูกต้องของการผลักดันพ.ร.บ.นิรโทษกรรมในครั้งนี้หาใช่สิ่งอื่นใด นอกจากความไม่ตรงไปตรงมาและทำผิดหลักการพิจารณาร่างกฎหมาย โดยนำประเด็นซึ่งไม่อยู่ในร่างกฎหมายแรกใส่เข้ามาในขั้นตอนแปรญัตติและลงมติวาระ 3 อย่างเร่งด่วนโดยไม่เปิดโอกาสให้มีการอภิปรายอย่างรอบด้านทั้งที่เป็นกฎหมายสำคัญและประชาชนจำนวนมากต้องการทราบข้อเท็จจริงและเห็นการดำเนินการอย่างโปร่งใส

แม้ว่าเราจะตระหนักถึงความไม่ถูกต้องชอบธรรมของการดำเนินคดีต่อทักษิณชินวัตร ที่ริเริ่มคดีโดย คตส. ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารแต่เราขอปฏิเสธพฤติกรรมและท่าทีทางการเมืองที่ไม่เคารพวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยและเห็นแก่ตัวเช่นนี้

และด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่เราไม่เห็นด้วยกับการไม่เคารพหลักประชาธิปไตยของพรรคเพื่อไทยเราขอแสดงจุดยืนที่จะปฏิเสธแถลงการณ์คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทุกฉบับที่อ้างเหตุผลเรื่องคอร์รัปชั่นและการล้างผิดให้คนโกงหรือในท่วงทำนองเดียวกัน เนื่องจากเราไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารและผลบังคับสืบเนื่องจากการรัฐประหารในทุกกรณีและยืนยันว่าการตรวจสอบดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ จะต้องกระทำไปบนครรลองของระบอบประชาธิปไตยเราใคร่ขอเรียกร้องให้พลเมืองไทยทุกคนใช้วิจารณญาณและแยกแยะการคัดค้านด้วยเหตุผลที่ผิดออกจากการคัดค้านด้วยเหตุผลที่ถูก การคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมโดยอ้างเรื่องการล้างผิดในคำพิพากษาที่มาจากการริเริ่มคดีโดย คตส.มีความหมายเท่ากับการยอมรับกระบวนการดำเนินคดีด้วยวิธีการทำรัฐประหารซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง ไม่มีข้ออ้างใด ๆ สำหรับผู้ที่เลือกระบอบประชาธิปไตยที่จะคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมด้วยเหตุผลเช่นนี้ การพิสูจน์ความผิดของทักษิณชินวัตร หรือใครก็ตาม จะต้องเป็นไปโดยกลไกของระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นจึงจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้

เราเห็นว่าการรณรงค์คัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมโดยให้เหตุผลว่าเป็นการรักษาหลักนิติรัฐและความยุติธรรมในการดำเนินคดีกับทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะโดยกลุ่มบุคคลหรือสถาบันใดคือการโกหกหลอกลวง เพราะแท้จริงแล้ว มันคือการปกป้องผลของการรัฐประหารซึ่งเป็นการทำลายล้างหลักนิติรัฐและประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิงและร้ายแรงยิ่งกว่า

ประการที่สอง เราขอแสดงจุดยืนปฏิเสธการนิรโทษกรรมให้กับผู้บงการสั่งการ หรือมีส่วนในการบงการหรือสั่งการให้มีการสังหารประชาชนและขอเรียกร้องให้ต้องมีการพิสูจน์ความจริงให้เป็นที่ประจักษ์และมีการนำตัวคนผิดมาลงโทษเสียก่อน เราขอปฏิเสธการให้อภัยที่เป็นไปไม่ได้ในเมื่อไม่มีคำขออภัย ไม่มีการกล่าวโทษและนำคนผิดมาลงโทษการให้อภัยย่อมไม่ใช่การให้อภัย หากแต่เป็นเพียงละครตบตาของชนชั้นนำที่ทรยศต่อประชาชนรัฐบาลที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชนปฏิเสธการเอาผิดผู้ทำลายชีวิตของประชาชน คือรัฐบาลที่ไม่เคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชน แม้ว่าจะไม่ใช่รัฐบาลที่สั่งการก็ไม่สมควรและไม่ชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลอีกต่อไป

ประการที่สาม เราขอกล่าวย้ำจุดยืนที่เคยประกาศไว้ในแถลงการณ์แสงสำนึกฉบับที่ 2 อีกครั้งว่า การนิรโทษกรรมที่ไม่นับรวมผู้ต้องขังจากการกระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา112 เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ การปฏิเสธกรณีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอาญามาตรา 112คือการหลีกหนีความจริงและหลบเลี่ยงการเผชิญปัญหาการเมืองที่แหลมคมที่สุดอย่างไร้ความรับผิดชอบแม้ว่ารัฐสภาจะยังไม่พร้อมจะพิจารณายกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112  อย่างน้อยที่สุดเราหวังว่ารัฐบาลและรัฐสภาจากการเลือกตั้งนี้ควรพร้อมที่จะนิรโทษกรรมผู้ต้องขัง

ประการสุดท้าย เราขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยทบทวนวิธีทางการเมืองของตนและตระหนักว่าความขัดแย้งในวิกฤตการเมืองในขณะนี้เป็นความขัดแย้งทางอุดมการณ์ ที่ต้องการความจริงใจต่อวิถีทางของประชาธิปไตยหากเลือกที่จะเป็นรัฐบาลของฝ่ายประชาธิปไตย เรามีความเห็นต่อการแก้ปัญหาในกรณีความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับทักษิณชินวัตรว่า ทักษิณและพรรคเพื่อไทยสมควรต้องพิสูจน์ความซื่อสัตย์ต่อระบอบประชาธิปไตยและเคารพหลักการประชาธิปไตยโดยเคร่งครัดใช้วิธีการลบล้างผลพวงของการรัฐประหารตามข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ หรือวิธีการอื่นที่โปร่งใสและตั้งอยู่บนหลักการของระบอบประชาธิปไตยและแสดงให้เห็นอย่างสิ้นสงสัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมและยินดีขึ้นศาลเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

เราหวังว่าหากยังมีสำนึกต่อระบอบประชาธิปไตยและต่อประชาชนหลงเหลืออยู่ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะเร่งหาหนทางนิรโทษกรรมให้กับประชาชนโดยไม่เว้นผู้ถูกกุมขังจากกฎหมายอาญามาตรา112 โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะยากลำบากและได้รับแรงเสียดทานเพียงใด

และในวาระ 61ปีของเหตุการณ์กบฏสันติภาพนี้เราขอร้องให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความอยุติธรรมที่เกิดกับผู้ต้องขังด้วยเหตุผลทางการเมืองได้โปรดอย่าปล่อยให้ประชาชนถูกกุมขังเพราะเหตุการณ์ทางการเมืองไปเนิ่นนานยิ่งกว่าที่เกิดขึ้นในอดีตอีกเลย

 

คณะนักเขียนแสงสำนึก
ประเทศไทย
 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์