อัพเดทล่าสุดเมื่อ 3 ชั่วโมง 1 นาที ที่ผ่านมา

'กิตติศักดิ์’ อ้าง ‘ชัยวัฒน์’ ยึดสถานที่ราชการเป็นสันติวิธีเชิงรุก

กิตติศักดิ์ ปรกติ ปราศรัยอ้างความเห็นชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ระบุยึดสถานที่ราชการอย่างสงบเป็นสันติวิธีเชิงรุก แต่เตือนตำรวจแกนนำยึดความปลอดภัยผู้ชุมนุมอันดันหนึ่ง พร้อมยกตัวอย่างเทียบออกคิวพาย วอลล์สตรีท

 

29 พ.ย.2556 เวลา 22.30 น. กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขึ้นเวทีเครือข่ายต่อต้านระบอบทักษิณ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปราศรัยช่วงหนึ่งถึง ศ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ที่เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงสุเทพ ว่า การต่อสู้โดยสันติวิธีนั้นสามารถมีได้ทั้งในทางรับและในทางรุก ในทางรับทำได้ด้วยการร้องเรียน การอุทธรณ์ การฟ้องร้อง ทำการประท้วงคัดค้าน อันนี้เป็นการตั้งรับ แต่การเข้ายึดครองสถานที่ราชการนั้นก็อยู่ในขอบเขตสันติวิธีเรียกว่าสันติวิธีเชิงรุก

“อาจารย์ชัยวัฒน์ยังอธิบายต่อด้วย การกระทำด้วยการเข้ายึดครองสถานที่โดยสันติไม่ใช้กำลังประทุษร้าย ไม่ใช้อำนาจข่มขู่ว่าจะทำร้ายผู้คน ไม่ทำร้ายทรัพย์สิน เข้าไปยู่อย่างสงบ นี่คือการแสดออกซึ่งการโต้แย้งคัดค้านอย่างสันติที่สุด” กิตติศักดิ์กล่าว

เขากล่าวด้วยว่า ตัวอย่างที่ใกล้เคียงที่สุดขณะนี้ที่เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา คือ ขบวนการออคคิวพายวอลล์สตรีท (Occupy Wall Street) ขบวนการยึดพื้นที่ที่วอลล์สตรีท เพื่อโต้แย้งคัดค้านบรรดานายทุนสามานย์ทั้งหลายเอาบริษัทเงินทุนมาขูดรีดประชาชน หลอกลวงประชาชนจนแทบทำให้สหรัฐอเมริกาล่มจม ออคคิวพายวอลล์สตรีท หรือการเข้ายึดวอลล์สตรีทนั้นเป็นการปิดพื้นที่ทั้งหมดของวอลล์สตรีท ในขณะเดียวกันในประเทศเยอรมันมีขบวนการคัดค้าน ประท้วง หลายกรณีที่รัฐบาลดำเนินนโยบายผิดพลาด ในการรื้อถอนหรือทำตึกบางตึกที่เป็นแหล่งสำคัญ เช่น เบอร์ลิน ฮัมบูร์ก หรือในเนเธอแลนด์ โดยบรรดาเยาวชน คนหนุ่มสาวและประชาชนในเขตพื้นที่นั้นพากันเข้าไปอยู่ในตึกที่รัฐบาลที่จะเข้าไปรื้อนั้นแล้วบอกว่าไม่ยอม นี่ก็คือการใช้อารยะขัดขืนยึดพื้นที่ ถือว่าเป็นสันติวิธี ส่วนที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยเห็นได้ชัดในกรณีที่รัฐบาลจะทำการรื้อโบราณสถานอย่างเช่นที่บางลำพูใช้วิธีประท้วงคัดค้าน ยื่นข้อเสนอแล้วไม่ฟัง ก็เข้าไปยึดครองอาคารที่เขาจะรื้อนั้นแล้วบอกว่าเราจะไม่ยอมออกไปจนกว่าจะเลิกโครงการทุบตึกนั้น แล้วเขาก็ประสบความสำเร็จ

กิตติศักดิ์กล่าวว่า เพราะฉะนั้นถ้าเราฟัง ศ.ชัยวัฒน์ สถานอานันท์ เราจะเข้าใจว่าการกระทำนั้นเป็นการกระทำที่ชอบ ข้อนี้ก็อยากจะเรียนไปถึงผู้รู้ท่านอื่นๆ โดยเฉพาะคุณกรณ์ จาติกวาณิช ขอให้อ่านบทความของอาจารย์ชัยวัฒน์ อีกสักครั้งแล้ว พิจารณาเรื่องราวเสียใหม่ แต่อาจารยชัยวัฒน์ก็ได้เตือนด้วยว่าการใช้สันติวิธีในการประท้วงคัดค้านสิ่งใดต้องทำไปเพื่อสิ่งที่มีคุณค่าสำคัญยิ่งกว่ าเพื่อสิ่งที่เป็นธรรมยิ่งกว่า จึงจะชอบธรรม การกระทำของพ่อแม่พี่น้องขณะนี้ก็คือช่วยกันกู้ชาติที่ถูกผลักให้ตกลงไปในท้องทะเลจนจะล่มจมอยู่ทุกวันนี้ให้กลับขึ้นมาอันนี้เป็นคุณค่าที่สำคัญ

กิตติศักดิ์กล่าวต่อว่า อาจารย์ชัยวัฒน์ยังเตือนต่อไปด้วยว่านอกจากนั้นการใช้สันติวิธีไม่เพียงไม่ทำร้ายผู้อื่นเท่านั้นยังต้องคำนึงถึงว่าบรรดามวลชนที่เข้าร่วมขบวนการนั้นจะต้องได้รับการประกันว่าจะไม่ถูกทำร้าย จะไม่ถูกเอาชีวิตและจะไม่ถูกประทุษร้าย เพราะฉะนั้นต้องเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่ทหารคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนด้วย ในขณะเดียวกันผู้นำของการชุมนุมก็จะต้องถือเอาชีวิตและความปลอดภัยของร่วมผู้ชุมนุมเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ทำการสุ่มเสียงไม่เอามวลชนไปท้าทายจนกระทั่งอาจจะทำให้ต้องเสียชีวิต แต่ถ้าจะเกิดภยันตราย การป้องกันตัวเองทำได้ อำนาจป้องกันตัวเองเป็นอำนาจโดยชอบด้วยกฏหมายสำหรับประชาชนทุกคนในกฏหมายอาญา ม. 68 รับรองไว้ชัดเจนว่าหากมีอันตรายโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะป้องกันได้ หลักนี้เป็นหลักเดียวกับ ม. 69 ของรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีสิทธิที่จะต่อสู้ปกป้องรัฐธรรมนูญของตน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai