กปปส. เช้านี้เตรียมเคลื่อนหลายจุด มุ่งทำเนียบ - สตช. - ที่ตั้ง ศอ.รส.

'สุเทพ เทือกสุบรรณ' แจง กปปส. ยึด กสท. - ทีโอที เพื่อสกัดราชการสั่งการผ่านระบบสื่อสาร และจะต่อสู้จนกว่าระบอบทักษิณจะสิ้นไปจากแผ่นดินไทย 'สาทิตย์ วงศ์หนองเตย' บอกเน็ตล่ม เป็นฝีมือของผู้แอบอ้าง หวังทำให้ผู้ชุมนุมเสียหาย โดยเตรียมเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่สำคัญหลายจุดเช้าวันอาทิตย์นี้

สุเทพ-สาทิตย์ลั่น 'กปปส.' ดีเดย์ยึดหลายจุด เช้าวันอาทิตย์นี้

30 พ.ย. 2556 - เมื่อเวลา 19.30 น. ที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" หรือ กปปส. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยตอนหนึ่งกล่าวว่า วันที่ 1 ธ.ค. ถือเป็นวันแห่งชัยชนะของประชาชน  มีการลงมือปฏิบัติการขจัดระบอบทักษิณให้พ้นจากแผ่นดินไทยตั้งแต่เช้าวันที่ 30 พ.ย. โดยผลปฏิบัติราบรื่นมีความสำเร็จตามที่กำหนดแผนการไว้ และที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ถือเป็นศูนย์รวมหน่วยราชการ มีความชัดเจนว่าวันที่ 2 ธ.ค.ไม่มีข้าราชการมาทำงานแน่นอน มีเพียงบางส่วนของกองทัพไทย และศาลต่างๆ เท่านั้น ที่เหลือได้ควบคุมหมดแล้วรวมทั้งพื้นที่ บริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน และบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด ที่เป็นหน่วยงานควบคุมการสื่อสารก็อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว

สุเทพกล่าวว่า การที่ต้องควบคุมทั้ง 2 บริษัท เพราะในสมัยนี้งานราชการต้องสั่งการผ่านการสื่อสารดังกล่าว นอกจากนั้นมีคนภายในได้แจ้ง กปปส. ว่า เมื่อรัฐบาลถูกควบคุมพื้นที่สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และกระทรวงการคลัง ก็พยายามใช้สถานที่ทีโอทีเพื่อกอบกู้สถานการณ์ ทำให้ กปปส.ต้องเข้าควบคุมพื้นที่ และวันที่ 1 ธ.ค.จะเข้าควบคุมทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยนัดหมายเวลา 10.45 น. และวันที่ 1 ธ.ค. กระทรวงที่สำคัญเป็นมือเท้าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกควบคุมโดยประชาชน และวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค. ข้าราชการไปทำงานไม่ได้

ส่วนสถานการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง นายสุเทพกล่าวว่าเป็นเพราะ นปช. ทำร้ายนักศึกษาที่รามคำแหง และการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดก็มีรถตำรวจนำ และบนเวทีเสื้อแดงก็มีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยขึ้นเวทีปราศรัยด้วย

ส่วนเหตุวุ่นวายที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น สุเทพกล่าวว่า มีทหารบอกเขาว่ามีคนเสื้อแดงออกจากสนามกีฬาปลอมตัวเป็นผู้ชุมนุมติดธงชาติเพื่อไปก่อเหตุตามสถานที่ต่างๆ จึงยืนยันว่าผู้ชุมนุม กปปส. เป็นคนดีไม่มีนิสัยเลวทราม ไม่ก่อเหตุที่ไหนแน่นอน และยืนยันว่าผู้เข้าร่วมชุมนุม กปปส. มีความคิดสร้างสรรค์ รักประเทศ ไม่ใช่เป็นนักทำลาย สุเทพกล่าวด้วยว่า กปปส. จะไม่เจรจากับรัฐบาล แต่จะดำเนินการตามวิถีการประชาธิปไตยโดยตรงของประชาชน จะสู้จนกว่าชนะ และใช้อำนาจตั้งสภาประชาชน เพื่อกำหนดนโยบายและตั้งฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อออกกฎหมาย และตั้งรัฐบาลประชาชนที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

สุเทพกล่าวด้วยว่า จะได้ชี้แจงทำความเข้าใจ ขอร้องประชาชนชาวไทยพี่น้องร่วมชาติ ฟังเหตุฟังผล จะเข้าใจได้ว่า ที่มวลมหาประชาชนลุกขึ้นต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อสุเทพ ไม่ได้ทำเพื่อประชาธิปัตย์ หรือพรรคการเมืองไหนทั้งสิ้น

"กปปส. จะสู้จนกว่าชนะ สู้จนระบอบทักษิณหมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย แล้วพวกเราประชาชนเจ้าของประเทศ จะจัดวางประเทศไทย ตั้งสภาประชาชน กำหนดนโยบาย เป็นฝ่ายทำงานนิติบัญญัติออกกฎหมาย ให้สภาประชาชนจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทำการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข"

สุเทพกล่าวด้วยว่า ที่จะให้เจรจานั้นไม่ทันแล้ว คนมามากแล้ว พอแล้ว สู้มาเดือนกว่าแล้ว และชัยชนะอยู่แค่เอื้อม จะไม่หวั่นไหวกับสิ่งล่อใจใดๆ ของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ฟังแล้ว

"เพราะฉะนั้น วันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันแห่งชัยชนะของมวลมหาประชาชน พวกเราประชาชนทั้งหลายจะลุกขึ้นปฏิบัติการร่วมกัน ในพื้นที่กระทรวงต่างๆ ที่กระผมกราบเรียนพี่น้องไปแล้ว พี่น้องจะออกจากราชดำเนินที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สำหรับพวกเราที่นี่ ทานข้าวทานปลาเสร็จ 9.00 โมงมารวมตัวกัน มีภารกิจให้ไปปฏิบัติที่กระทรวงพาณิชย์และที่อื่นๆ ท่านที่มีรถปิคอัพมาจอดรอไว้ให้เรียบร้อย จะได้เดินทางไป ขี้เกียจเดินแล้ว อาศัยรถหน่อย พี่น้องที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ทานข้าวทานปลา น้ำสองขวด ข้าวหนึ่งห่อ ติดตัวไปด้วย จะได้ไม่ต้องตามไปส่งข้าวเที่ยง และอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะเป็นวันแห่งชัยชนะของมวลมหาประชาชน ขอให้สนุกสนาม ขอให้ร่าเริง ขอให้เบิกบานใจ"

สาทิตย์ชี้แจงเป้าหมายเคลื่อนขบวนจาก 3 เวทีหลัก พร้อมเก็บเป้าหมายสำคัญไว้เป็นความลับ

ต่อมาหลังการปราศรัยของสุเทพ ที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ในเวลา 20.30 น. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.ตรัง และแกนนำ กปปส. กล่าวที่เวทีชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า นี่คือปฏิบัติการของพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตย สถานการณ์หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงวิกฤตอย่างยิ่ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าด้วยช่วยเหลือกลุ่มมวลชนเสื้อแดง ถอดเสื้อตำรวจใส่เสื้อแดงมาล้อมนักศึกษารามคำแหง และตั้งด่านไม่ให้นักศึกษารามคำแหงมาสมทบ และมีการยิงปะทะด้านหลังมหาวิทยาลัย ถึงเวลาที่พลเมืองดีจะต้องเข้าไปช่วย เรามีหน้าที่ช่วยเหลือพลเมืองดี ให้พ้นอิทธิพลมืดจากอันธพาลที่มาข่มขู่คนไทยมานาน โดนด่วนในขณะนี้ด้วย

สาทิตย์กล่าวด้วยว่า พื้นที่ในกรุงเทพมหานครทุกเขต รวมทั้งรามคำแหงคือเขตหัวหมาก และที่ตั้งสนามกีฬาราชมังคลา ถูกรัฐบาล ศอ.รส. ประกาศเป็นพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระงับเหตุ ผู้บริสุทธิ์ ศอ.รส. ไม่เอาตำรวจระงับเหตุ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เจอคดีแน่นอน

นอกจากนี้สาทิตย์กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ตึก กสท. บางรักว่า เป็นเพราะมีผู้เข้าไปกวนสัญญาณดาวเทียมจานเล็ก ทำให้ดาวเทียมระบบ KU-Band, NSH6 ถูกรบกวน มีการแอบอ้างชื่อผู้ชุมนุมเข้าไปดำเนินการทำให้เกิดความเสียหาย ป้ายความผิดให้มวลมหาประชาชน ถือเป็นฝีมือพวกมันแน่นอน ขอให้รู้เลยว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นแบบเดียวกับการสร้างข่าวเท็จแบบสร้างข่าวเป่านกหวีดลูกนายกฯ

"การต่อสู้กับรัฐบาลชั่ว จะเจอการสร้างข่าวเท็จแบบนี้ กำลังมีการกู้คืนเว็บไซต์ ทั้งของไทยแอร์เวย์ ของเมเนเจอร์ และอื่นๆ และมวลมหาประชาชนจะเอาใจช่วยกลับมาโดยเร็ว เพราะสหภาพแรงงานอยู่กับพวกเรา ในวันพรุ่งนี้ และคืนนี้คงจะเจอพฤติกรรมชั่ว ทำเป็นถือธงชาติ แล้วออกก่อกวนปั่นป่วนทั่วกรุงเทพฯ ตอบได้เลยไม่ใช่มวลมหาประชาชนแน่นอน ถ้าประชาชนที่ไหนพบพฤติกรรมแบบนี้ให้จับส่งโรงพัก จับส่งตำรวจ อย่าให้มีการบั่นทอนกระบวนการต่อสู้ของมวลมหาประชาชนที่เดินมาด้วยความถูกต้องทั้ง 31 วัน ไม่ว่าจะเป็นการยึดหลักอหิงสาถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ขอให้ยึดแนวทางนี้ไว้ให้มั่นคง

สาทิตย์กล่าวด้วยว่า วันนี้เวทีศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ได้เข้าดำเนินการควบคุมพื้นที่ กสท. และ ทีโอที และดีเอสไอ เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด เรียบร้อยไปแล้ว และจะดำเนินการต่อเนื่อง สำหรับความเคลื่อนไหวของเวทีแจ้งวัฒนะ นอกเหนือจากกระทรวงพาณิชย์แล้ว จะมีการกำหนดเป้าหมายอื่นอีกโดยเวทีแจ้งวัฒนะ ส่วนเวทีกระทรวงการคลัง ในวันพรุ่งนี้ ผู้ชุมนุมจะเข้าควบคุมพื้นที่เพิ่มจนถึงกรมประชาสัมพันธ์ที่อยู่ติดกัน ส่วนในส่วนถนนราชดำเนินกองทัพธรรม และกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ หรือ กปท. จะเข้าควบคุมพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล และจะมีกำลังอีกส่วนหนึ่งจะไปที่กระทรวงการต่างประเทศ

ส่วนเวทีชุมนุมที่ ถ.ราชดำเนิน จะจัดเป็น 9 ขบวน และจะมีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งชุมนุมรักษาเวทีที่ราชดำเนิน โดยสาทิตย์และคณะจะเป็นผู้รักษาเวที และเชิญชวนให้มีผู้ชุมนุมเข้ามาเพิ่ม ทั้งนี้ขบวนแรกของเวที จะไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขบวนที่สอง ไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และจะคุมพื้นที่ไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ขบวนที่สาม กระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศอ.รส. ขบวนที่สี่ ไปกระทรวงมหาดไทย โดยจะให้สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เป็นผู้นำขบวน ส่วนอีก 5 ขบวน จะยังไม่เปิดเผย

สาทิตย์ประกาศด้วยว่าจะใช้โมเดลพระราม 6 และพหลโยธิน ปิดล้อมไม่ให้ตำรวจเคลื่อนไหวทั่วกรุงเทพฯ ทั้งนี้เพราะรถตำรวจที่ระดมมาต่างจังหวัดขับรถในกรุงเทพฯ ไม่เป็น ต้องทำให้รถจอดอยู่กับที่ ทำได้มากเท่าไหร่โอกาสอันตรายจะลดลงทุกขณะ สาทิตย์ซักซ้อมกับผู้ชุมนุมด้วยว่า ก่อนเดินทางสำรวจตัวเองให้พร้อม ทั้งการเตรียมรองเท้าผ้าใบ เป้ อาหาร น้ำดื่ม ใครจะไปร่วมเดินขบวนไปทำเนียบ ไป บช.น. ให้เตรียมผ้าขนหนูเอาไว้เช็ดเหงื่อด้วย และย้ำว่า "หลักการใหญ่ในการเดินอารยะคืออหิงสา สงบ สันติ เปิดเผย ปราศจากอาวุธ อดทนการยั่วยุ ไม่ยั่วยุเจ้าหน้าที่ ขอให้ทุกคน ทุกขบวน ฟังการประกาศของแกนนำ ไม่มีการดำเนินการนอกมติของแกนนำ" สาทิตย์ย้ำด้วยว่า ให้มวลชนเชื่อมั่น พ้นจากความกลัว และลุกขึ้นขจัดระบอบทักษิณร่วมกัน

 

ประธาน นปช. เรียกร้องให้ช่วยกันยับยั้งไม่ให้ประเทศไปสู่ระบอบอำมาตยาธิปไตย

ขณะเดียวกันในการชุมนุมใหญ่ของผู้ชุมนุม นปช. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานเมื่อวันที่ 30 พ.ย. นั้น ในเวลา 18.00 น. ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ได้อ่านแถลงการณ์โดยกล่าวหาว่าการกระทำของแกนนำ กปปส. เข้าข่ายเป็นกบฎ โดยตอนหนึ่งระบุว่า

"ขณะนี้คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)  เพื่อต่อสู้กับระบอบทักษิณ  ได้นำพาประชาชนจำนวนหนึ่งก่อการในเมืองเพื่อสถาปนาอำนาจรัฐใหม่  ปฏิเสธกฎหมาย  รัฐธรรมนูญไทย  โดยยึดสถานที่ราชการหวังหยุดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน  เข้าข่ายก่อการกบฏและก่อการร้ายชัดแจ้ง  ไม่สามารถเรียกเป็นอย่างอื่น  โดยวางแผนก่อการใหญ่ในวันที่ 1 ธ.ค. 56  เพื่อยึดสถานที่ราชการสำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น และจัดตั้งรัฐบาลและสภาในระบบใหม่ที่ไม่เอาเสียงส่วนใหญ่  ไม่เอาระบอบประชาธิปไตย  โดยอ้างการขจัดระบอบทักษิณ  ใครที่ให้ความร่วมมือถือว่าสนับสนุนกลุ่มกบฏ  เข้าข่ายผิดกฎหมาย  ให้ประชาชนตระหนักและตั้งคำถามว่า  คณะ กปปส. เอาอำนาจจากใคร?  กลุ่มไหน?  ตั้งขึ้นมาเพื่อยึดอำนาจของประชาชนที่ได้ลงมติเลือกตั้งด้วยจำนวนเกือบ 40 ล้านคนทั่วประเทศตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย"

"รัฐบาลมีหน้าที่ต้องปราบกบฏ  เพื่อให้ประเทศดำเนินสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด  ก่อนที่คนกลุ่มนี้จะทำร้ายประเทศไทยให้ยับเยินยิ่งกว่านี้" ธิดา ถาวรเศรษฐกล่าว

ประธาน นปช. กล่าวด้วยว่า "ขอเรียกร้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยให้ออกมาให้มากที่สุด  ถ้าเกิน 2 แสนก็ต้องมีสถานที่ชุมนุมเพิ่มเติม  เพราะนี่คือการแสดงพลังของฝ่ายสนับสนุนยืนยันประชาธิปไตย  เพื่อยับยั้งการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ถอยหลังไปสู่อำมาตยาธิปไตย  ภายใต้การอำพรางตัวเองว่าเป็นนักปฏิวัติประชาชน  แต่ที่แท้ต้องการชิงอำนาจประชาชนที่แสดงออกด้วยรัฐบาลและรัฐสภา  อันมาจากการเลือกตั้งทั่วไป  แล้วสถาปนาอำนาจจริงภายใต้กลุ่มของคณะ กปปส. เพื่อให้ประเทศนี้ถอยหลัง  อำนาจตกอยู่ในมือของกลุ่มชนชั้นนำอนุรักษ์นิยม  พรรคประชาธิปัตย์และพวกจารีตนิยมสุดโต่ง  ที่จะทำให้ประเทศถอยหลังทั้งการเมือง  เศรษฐกิจ  สังคม  ทำลายประเทศไทยร้ายแรง"

"ความพยายามทำอันตรายคนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมโดยวิธีการอันใด  แม้กระทั่งทำร้ายร่างกาย  บาดเจ็บ  ล้วนเป็นการยั่วยุให้เกิดเรื่องรุนแรงทั้งสิ้น  ขอเตือนประชาชนภายใต้การนำของสุเทพ  เทือกสุบรรณ  ให้ยกเลิกการกระทำนี้  เพราะเราไม่ต้องการขัดแย้งกับประชาชนด้วยกัน  แต่คนเสื้อแดงนั้นมีจำนวนมาก  และเขาไม่ได้ใส่เสื้อแดง  ขอให้ยกเลิกการกระทำยั่วยุ"

ทั้งนี้ในระหว่างการชุมนุมของ นปช. มีรายงานข่าวการประท้วงของนักศึกษารามคำแหง และผู้ชุมนุมต่อต้าน นปช. ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และบริเวณโดยรอบด้วย มีการเผชิญหน้าและได้ลุกลามบานปลายจนเป็นการปะทะด้วย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 1, 2)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์