บันทึก 30 พ.ย.2556 "สมรภูมิรามคำแหง"

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

(1)

แนวโน้มความรุนแรงเริ่มส่อเค้าก่อตัวช่วงหัวค่ำ ผมมาถึงรามคำแหงประมาณ 6 โมงเย็น (เพื่อมาคอยดูแฟนที่กำลังทำข่าวในพื้นที่) ใช้ถนนเส้นรามคำแหงจะเดินไปยังหน้ารามที่ตอนเย็นมีการปะทะเล็กๆ แต่มาติดผู้ชุมนุมกลุ่มย่อยไม่ทราบฝ่ายชัดเจนว่าเป็นกลุ่มไหน (แต่การแต่งกายมีนกหวีดแลัวสายธงชาติห้อยคอและธงชาติรัดข้อมือ) ปิดถนนตรงแยกวัดเทพลีลาคอยตรวจตรารถที่ผ่านไปมา

ถ้ามีรถหรือมอเตอร์ไซด์ที่ผู้โดยสารมีสัญลักษณ์สีแเดงจะถูกคนกลุ่มนี้รุมเข้าไปยื้อยุดฉุดกระชาก หรือเข้าไปรุมโห่ ถ้าเป็นมอเตอร์ไซด์คนขับขี่ที่ใส่เสื้อแดงก็จะถูกรุมถอดเสื้อออกมาเผาเป็นอยู่อย่างนี้ประมาณ 4-5 ครั้ง ถ้าเป็นคนธรรมดาที่น่าสงสัยว่าเป็นคนเสื้อแดงที่เดินอยู่ก็จะถูกรุมดันออกมาและโห่ร้องเป่านกหวีดใส่ แต่ไม่ถึงขั้นถูกรุมกระทืบเท่าที่เห็นอย่างมากก็ตบหัวและดันผลักเขาออกไป และโชคดีที่ตรงนั้นเหมือนจะมีผู้ชุมนุมประมาณ 2 ท่านที่คอยห้ามไม่ให้ใช้ความรุนแรง

ผมเก็บภาพอยู่ตรงนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง ช่วงชุลมุนมีตลอด ทั้งโห่ฮารถตู้รถเมล์ที่สงสัยว่ามีคนเสื้อแดงอยู่ มีความพยายามที่จะเอารถเมล์ 1 คันมาปิดถนน แต่คนขับรถเมล์รีบหักรถออกมาทัน

ผมเห็นรถ 2 แถว 1 คันที่บรรทุกคนงานก่อสร้างเต็มคันที่บังเอิญใส่ชุดสีเลือดหมูก็โดนกวดโดนไล่ด้วย ขณะเดียวกันมีวิ่งไล่กวดไล่ตีกันเข้าไปในซอยอยู่บ้าง ช่วงนั้นความชุลมุนเกิดขึ้นตลอดเวลา

กลุ่มผู้ชุมนุมตรงแยกวัดเทพลีลาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มีตร.ทำหน้าที่อยู่ท่านเดียว ไม่มีแกนนำคุมการชุมนุม แต่มีรถกระจายเสียงคอยประกาศว่าให้เตรียมตัวไว้คนเสื้อแดงกำลังจะกลับออกมาจากสนามราชมังคลาฯ แล้ว ตอนนั้นผมคิดว่าเสื้อแดงคงผ่านตรงนี้เข้าไปในสนามราชมังคลาฯไม่ได้ หรือแม้ตอนออกมาก็คงมีปะทะแน่นอน

เมื่อผมเดินผ่านตรงนั้นไม่ได้ จึงเดินย้อนกลับมาพยายามเข้าไปทางหลังรามประมาณทุ่มครึ่งเศษๆ...

(2)

ประมาณทุ่มครึ่งเศษๆ ผมจึงเดินย้อนกลับมาทางซ.รามคำแหง 24 เพื่อจะย้อนเข้าไปทางหลัง ม.ราม เมื่อเดินมาถึงปากซอยเจอผู้ชุมนุมเสื้อแดงพ่อแม่ลูกครอบครัวหนึ่งกำลังขี่มอเตอร์ไซด์คุยโทรศัพท์เพื่อหาทางเข้าสนามราชมังคลาฯ ผมจึงเดินไปเตือนว่าอย่าขี่ไปทางวัดเทพลีลาไม่เช่นนั้นอันตรายแน่ และถ้าเป็นไปได้ให้ถอดเสื้อแดงออกก่อน เพราะผู้ชุมนุมเป่านกหวีดขี่มอเตอร์ไซด์วนเวียนแถวนั้นตลอดเวลา

หน้าปากซอยราม 24 ประชาชนยังใช้ชีวิตปกติแต่ดูตึงเครียดหลายคนดูเร่งรีบจะกลับที่พักให้เร็วที่สุด ผมเดินเข้าไปในซอย 24 จนเกืบถึงปลายๆซอยหลังราม เริ่มเห็นคนเสื้อแดงเดินกันเป็นหย่อมๆ เข้าใจว่าคนกลุ่มนี้เพิ่งมาถึงและกำลังหาทางเข้าสนามราชมังคลาฯ สักพักมีคนกลุ่มใหญ่วิ่งสวนผมออกมาและตะโกนว่า "มียิงกัน" ..

ผมจึงหลบเข้าไปข้างทาง คนยังวิ่งสวนออกมาตลอดดูชุลมุนวุ่นวาย ผมเห็นแสงไฟรถหวอของตำรวจที่จอดอยู่ในปั๊มน้ำมันจึงเดินเข้าไปสังเกตุการณ์ เห็นกลุ่มคนเสื้อแดงจับกลุ่มอยู่ตรงปั๊มน้ำมันเป็นกลุ่มๆ เป็นผู้หญิงวัยกลางคนถึงสูงอายุซะส่วนมาก ผมจึงสอบถามว่าใครยิงกัน เขาตอบมาว่าไม่รู้ฝ่ายไหนยิงแต่ว่าได้ยินเสียงปืน

ผมเดินเข้าไปในซอย 24 หลังรามเข้าไปเรื่อยๆ ไปทางสนามราชมังคลาฯ เริ่มเจอกลุ่มคนเสื้อแดงหลายกลุ่มเดินไปทางเดียวกัน แต่มีบางส่วนก็เดินสวนออกมา ได้ยินคนเสื้อแดงหลายกลุ่มคุยกันจับใจความได้ว่าพวกเขาพยายามจะเข้าไปสนามราชมังคลาฯ แต่ข้างหน้ามีกลุ่มวัยรุ่นไม่ยืนยันว่าเป็นกลุ่มไหนตั้งด่านไว้อยู่จึงไม่สามารถเข้าไปได้

ผมมาหยุดอยู่ที่ปากซอยราม 24 แยก 10 มีหญิงเสื้อแเดงคนหนึ่งวิ่งมาตะโกนบอกว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นบังคับให้ถอดเสื้อ พร้อมตะโกนด่าทอวัยรุ่นกลุ่มนั้น สักพักคนเสื้อแดงหลายคนก็เริ่มตะโกนด่ากลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งด่านอยู่ไกลพอสมควร ตอนนั้นเหตุการณ์ชุลมุนเริ่มมีการขว้างปาสิ่งของตอบโต้กันไปมา ทั้งเสื้อแดงและกลุ่มวัยรุ่น

ขว้างปาตอบโต้ไปมาสักพัก ฝ่ายกลุ่มวัยรุ่นเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้กลุ่มคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงจึงวิ่งถอยกลับไป ชาวบ้านและคนที่เดินไปเดินมาแถวนั้นจึงหาที่หลบขวดหลบไม้กันให้วุ่น สักพักได้ยินเสียงปืนดังขึ้นฟ้า 1 นัด แต่ไม่สามารถระบุแน่ชัดว่ามาจากคนกลุ่มไหน

สถานการณ์ตึงเครียดผมจึงเข้าไปหลบอยู่ในร้านเกมส์ข้างๆ ขณะที่ข้างนอกกลุ่มวัยรุ่นเหมือนจะคลุมพื้นที่ตรงปากซอยแยก 10 ไว้ได้แล้ว

ร้านเกมส์รีบปิดประตูและมีคนที่ไม่รู้เรื่องเข้ามาหลบด้วยอยู่มาก ข้างนอกเริ่มเงียบและมีเสียงด่าทอกันออกมาเป็นระยะๆ ประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนสงครามหลังรามเต็มรูปแบบที่จะเริ่มต้นประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ คือ

"เดี๋ยวมึง...อีก 5 นาทีเจอกัน"

(3)

ร้านเกมส์ปิดล็อคประตูกระจกและดึงประตูเหล็กด้านนอกลงมาครึ่งหนึ่ง ยังมีเด็กในร้าน 2-3 คนที่ยังเล่นเกมส์โดยไม่สนใจว่าเหตุการณ์ข้างนอกจะเกิดอะไรขึ้น

ตอนแรกผมคิดว่าเหตุการณ์แรงสุดที่เกิดขึ้นคงเป็นแค่มวลชน 2 ฝ่ายขว้างปาสิ่งของใส่กัน ...แต่สักพักเริ่มมีเสียงคล้ายประทัดยักษ์บ้าง ระเบิดบ้าง ปืนบ้าง ดังถี่กันหลายครั้ง เลยทำใหัรูัว่านี่คงไม่ใช่เหตุการณ์ปกติธรรมดาแล้ว

กลุ่มวัยรุ่นยึดครองพื้นที่ปากซอย 10 ได้แค่ชั่วระยะเวลาเดียว หลังจากที่เสื้อแดงล่าถอยออกไปและผมได้ยินเสียงทิ้งท้ายจากชายคนหนึ่งว่า "อีก 5 นาทีเจอกัน" นั้น ...ไม่นานคนที่มาเป็นแนวหน้าคอยปะทะกับกลุ่มวัยรุ่นดูเหมือนจะเป็นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งมีทั้งใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีแดง เสื้อสีดำ (ชายชุดดำ?) บางคนใส่หมวกกันน็อค คอยเป็นแนวหน้าให้คนเสื้อแดง แต่ผมเห็นมีผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิงบางคนที่มีอารมณ์โมโหออกมายืนข้างหน้าด้วย

ผมมองลอดจากกระจกร้านเกมส์ออกไปมีการปะทะกันตลอดเวลา มีเสียงปืนดังเป็นระยะๆ ทั้งนัดเดียวบ้าง รัวกระสุนแบบหมดแม็คบ้าง เสียงระเบิด เสียงขวดปากันไปมา เสียงวิ่งไล่กวดกัน และซอย 10 ข้างๆ ดูจะเป็นสมรภูมิรบอันดุเดือด ได้ยินได้ฟังการด่าทอ เชียร์ให้ฆ่ากัน เอามันให้ตาย ไม่งั้นเราตาย

ช่วงที่ผมสามารถออกมาจากร้านได้เพื่อมาเก็บภาพจะเป็นช่วงที่ฝ่ายเสื้อแดงคุมพื้นที่ปากซอย 10 ไว้ได้ ผมออกมาสังเกตุการณ์ ตอนนั้นคนเสื้อแดงส่วนมากจะเป็นชายฉกรรจ์ซะส่วนมากแล้ว ผู้หญิงและคนแก่แทบไม่เห็น

แนวหน้ายังปะทะกันต่อไปเป็นอยู่อย่างนี้ร่วม 2 ชม. โดยไม่มีทหารตำรวจมาในพื้นที่ คนที่หลบอยู่ในร้านเกมส์ก็ยังออกไปไหนไม่ได้ แต่ละฝ่ายยังปะทะกันตลอด ถ้าช่วงไหนกลุ่มวัยรุ่นยึดพื้นที่ได้ผมจะได้ยินเสียงนกหวีด ถ้าช่วงไหนเสื้อแดงยึดพื้นที่ได้จะได้ยินเสียงคนคุยกันว่าให้ลุยเข้าไป พวกมันไม่มีอะไร

สถานการณ์ยิ่งนานยิ่งดูบานปลายเสียงปืนและระเบิดถี่ขึ้น ผมได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันว่ามีคนโยนขวดลงมาจากตึกร้านเกมส์ที่ผมเข้าไปหลบอยู่

ผ่านไป 2 ชม. 4 ทุ่มกว่าแล้วข้างนอกยังปะทะกันดุเดือด ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ เดี๋ยวรอตำรวจมาค่อยหาทางออกไป เจ้าของร้านเกมส์ปิดล็อคประตูทุกอย่างและบอกหัามทุกคนออกไปจนกว่าตร.จะมา

ร้านเกมส์ปิดไฟให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ เพราะเหมือนสถานกาคณ์ข้างนอกเริ่มแรงขึ้น ...อยู่ๆ ทันใดนั้นมีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งประมาณ 4-5 คนไม่ทราบสังกัดแน่ชัด (แต่เห็นบางคนห้อยสายธงชาติ และผ้าสีเหลือง) เปิดประตูแผงเหล็กร้านเกมส์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และพยายามจะพังประตูร้านเข้ามาอย่างกระหายเลือดเคียดแค้น ทั้งเอาท่อแป๊บเหล็กฟาดกระจก เอาขวดเบียร์ทุบ เอาไม้ฟาด ยื้อยุดฉุดกระชากประตูบอกให้เปิด บอกให้ออกมา พวกมึงหลบกันอยู่ข้างในใช่มั้ย

คนที่หลบอยู่ในร้านตกใจกันมาก ทุกคนรีบวิ่งขึ้นหนีไปชั้น 2 เพราะข้างหลังเป็นเหล็กดัดไม่มีทางออก พวกข้างนอกก็ยังพยายามพังประตูเข้ามา ผมได้ยินแต่เสียงว่าพวกมึงหลบกันอยู่ข้างในใช่มั้ยมึงออกมา ท่าทางออกอาการแค้นมากมาย

ชั้น 2 ร้านเกมส์เป็นที่เก็บของ แถมประตูยังพัง ผมไดัยินเสียงปืนดังขึ้นถี่กันหลายนัดตรงหน้าร้านเกมส์ ไม่แน่ชัดว่าเป็นความพยายามยิงกระจกร้านเข้ามาหรือไม่ หลังจากนั้นก็มีเสียงขว้างปาก้อนหินเข้ามาที่กำแพงร้านชั้น 2 ตลอดเวลา

ผมกับเด็กผู้ชายช่วยกันเอาเก้าอี้ 2 ตัวใหญ่กับแอร์เก่าขนาดใหญ่มาขวางประตูชั้น 2 ไว้ เพื่อให้พวกเขาบุกเข้ามาไดัยากขึ้น

เวลานั้นทุกคนตกใจมาก เด็กผู้หญิงร้องไห้ เรานั่งกันตรงกลางห้องคิดว่าจะทำอย่างไรดี เลยตกลงกันว่าถ้ามันเข้ามาได้ให้นิ่งและเงียบที่สุด ใครใส่เสื้อแดงอยู่ให้ถอดออกก่อน เพราะมีเด็กคนหนึ่งดันใส่เสื้อสีแดงมา และพยายามบอกว่าเราเป็นแค่เด็กที่เข้ามาเล่นเกมส์ไม่ใช่เสื้อแดง ขณะที่แฟนผมยังสวมปลอกแขนนักข่าวก็จะใช้โอกาสนี้บอกว่าเป็นนักข่าวหลบเข้ามา

ขณะที่ชายฉกรรจ์ข้างล่างยังทุบกระจกกันไม่หยุด ดูอารมณ์ของพวกนั้น ตอนนั้นผมคิดแต่เพียงว่าถ้าพวกเขาบุกเข้ามาได้จริงคงไม่มีสติจะฟังอะไรพวกเรา สิ่งแรกที่เขาน่าจะทำคือบุกเข้ามาและเอาปืนกราดยิงพวกเราตายกันทั้งหมดเพราะสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความแค้นอย่างมาก

สถานการณ์ยังไม่สงบ เด็กคุมร้านเน็ตโทรแจ้งตำรวจ โทรแจ้งเจ้าของร้านว่าร้านจะถูกพังเข้ามา ขณะที่ชั้น 2 ยังมีความเสี่ยงที่หน้าต่างเป็นเหล็กดัดและบางบานไม่มีหน้าต่าง ถ้ามีใครโยนระเบิดลอดลูกกรงเข้ามาคงไม่รอดแน่ เพราะตลอดเวลานั้นเหมือนอาวุธที่ทั้ง 2 ฝ่ายใช้เริ่มหนักขึ้น ถี่ขึ้น และมีความพยายามจะปาสิ่งของจำพวกขวด ก้อนหินขึ้นมาตลอดเวลา

พวกเราอยู่กันแบบเงียบที่สุด มือถือไม่ใช้เพื่อไม้ให้เขาเห็นแสงไฟว่ามีคนอยู่ เพราะตึกนีัถูกต้องสงสัยว่าเป็นทีีโยนขวดลงมาโดนกลุ่มวัยรุ่น เวลานั้นผมสื่อสารอะไรกับโลกข้างนอกไม่ได้เลย

ผ่านไปเกือบชั่วโมงเรายังติดอยู่บนชั้น 2 ขณะที่ข้างนอกก็ยังปะทะกันเหมือนแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน ผมนั่งคิดในใจว่าอะไรทำให้คนเกลียดกันถึงที่ยอมจะฆ่ากันไดัขนาดนี้ และคิดปล่อยวางว่าถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันจะทำอะไรได้บ้าง

เวลาที่เงียบช่างน่ากลัวเพราะมันจะตามมาด้วยเสียงระเบิดลูกใหญ่ๆ 1 ลูก กับเสียงขว้างปาของขึ้นมาชั้น 2 ทุกคนนั่งกระจัดกระจายหาที่หลบเพราะถ้าโชคไม่ดีคงมีระเบิดปาเข้ามาที่เราสัก 1 ลูก

ผมได้ยินเสียงคนหนึ่งตะโกนให้เผาเลย สักพักเริ่มเห็นแสงไฟเหมือนวัตถุโดนเปลวเพลิง ตอนแรกผมคิดว่าเราคงโดนเผาทั้งเป็นแล้ว เพราะไม่มีทางออก หน้าต่างเป็นเหล็กดัดทั้งหมด ลงไปข้างล่างก็คงโดนพวกนั้นไม่ยิง ก็ตีตาย ...เแต่พอมองออกไปนอกหนัาต่างเป็นการเผาเสื้อจึงโล่งอกไป

เงียบไปสักพักผมเริ่มเห็นไฟของรถตำรวจ และเสียงจากรถตำรวจประกาศขอคืนพื้นที่ให้ทุกคนหยุด อยู่ในความสงบและกลับบัาน

ขบวนรถตำรวจมากกว่า 20 คันขับตามกันมา พวกเราคิดว่าปลอดภัยแล้วจึงเดินลงมาและออกมาจากร้านเกมส์สภาพที่เห็นข้างนอกดูไม่จืด ถนนเต็มไปด้วยเศษแก้ว ก้อนหิน ท่อนไม้ ข้าวของพังเสียหาย

นี่คือเหตุการณ์ที่ผมพบเจอเมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย. ที่ตลอด 4 ชั่วโมง คน 2 กลุ่มสามารถฆ่ากันได้อย่างอิสระเสรีเพื่ออะไรสักอย่างแม้แต่คนที่กำลังไล่ฆ่ากันก็คงตอบไม่ได้

มันคือการฆ่าเพื่อฆ่าจริงๆ

และดูจากนี้เราคงจะต้องฆ่ากันไปอีกนาน...

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์