อภิสิทธิ์ห่วงไทยเหมือนบังกลาเทศ ถ้าดึงดันจัดเลือกตั้ง

หัวหน้าพรรค ปชป. ห่วงสถานการณ์ไทยเหมือนบังกลาเทศ ชี้ที่ไทยมาถึงขั้นนี้เพราะรัฐบาลไม่เคารพกฎหมาย-ไม่เคารพศาล รธน.เหมือนเติมเชื้อไฟ ยืนยัน ปชป. กำชับสมาชิกพรรคไม่ให้ขัดขวางเลือกตั้ง และไม่ทราบรายละเอียดการชุมนุม กปปส. 13 ม.ค. แต่เชื่อว่าจะเหมือนเมื่อ 22 ธ.ค. ที่เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 56 ที่อาคารรัฐสภา (ที่มา: แฟ้มภาพ/เพจ Abhisit Vejjajiva)

 

7 ม.ค. 2557 - เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel เกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้งในบังกลาเทศว่า “ติดตามครับ ความจริงติดตามภาพรวมการเมืองของบังกลาเทศ คือปรากฎว่ามีอยู่วันนึงผมตื่นเช้าขึ้นมา ผมก็เปิดข่าวแล้วก็เห็นว่ามีพาดหัวข่าวทำนองว่า นายกฯ เดินหน้าลุยเลือกตั้ง แม้ฝ่ายค้านบอยคอต หลังปฏิเสธข้อเรียกร้องไม่รักษาการ ผมก็นึกว่าข่าวไทย ผมก็คลิกเข้าไปดู ปรากฎว่าเป็นของบังกลาเทศ จากนั้นผมก็เลยมาติดตามว่า สถานการณ์มันก็มีอะไรคล้ายๆ กันอยู่ แล้วก็ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยก็คือว่า ของเขานั้น รู้สึกว่าขั้นตอนมันล่วงหน้าเราไปแล้ว คือเดินหน้าเลือกตั้งกันไปมากกว่าที่เราได้เริ่มต้นทำ แล้วก็ล่าสุดเกิดเหตุปะทะกัน เพราะว่าผู้ต่อต้านก็ไป เข้าใจว่าไปเผาหน่วยเลือกตั้ง แล้วเกิดการปะทะกัน ก็เป็นห่วงครับ”

ต่อมาผู้ดำเนินรายการถามว่า "รู้สึกเป็นห่วงการเลือกตั้งในประเทศไทยอย่างไร หากเดินหน้าเลือกตั้งต่อไป คุณอภิสิทธิ์มองว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร" อภิสิทธิ์ตอบว่า “ก็เป็นห่วงครับ แล้วผมคิดว่าอันนี้ถ้าพูดกันตามจริง ฟังจากสุ้มเสียงของ กกต. เขาก็สะท้อนมาหลายครั้งแล้วว่าเขาเป็นห่วงว่าจะเกิดปัญหาลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เฉพาะผมหรอกครับ ผมว่า กกต. ด้วย และที่ผมแลกเปลี่ยนกับหลายๆ ฝ่ายในสังคม แม้กระทั่งบางทีผู้คนในแวดวงของรัฐบาลเอง ก็ภายในก็รู้สึกเป็นห่วงครับว่า มันน่าจะเกิดความไม่เรียบร้อยได้ เพราะฉะนั้นผมก็ยืนยันว่า หน้าที่ของรัฐบาลก็ต้องพยายามหาคำตอบทางการเมือง แล้วก็ต้องมาสนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการต่อต้านว่า ข้อเรียกร้องอะไรต่างๆ มันคืออะไร อย่างไรกันแน่ ไม่ใช่พยายามทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อย่างที่เป็นอยู่”

อภิสิทธิ์ตอบคำถาม ที่ผู้ดำเนินรายการถามว่า การที่ กกต. จัดการเลือกตั้งทั้งที่รู้ว่าหากมีการเลือกตั้งแล้วจะปั่นป่วนนั้น โดยอภิสิทธิ์ตอบว่าว่า “ต้องถามเขาครับ คือผมคิดว่าวันนี้ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น มันต้องทำให้รัฐบาลต้องมาฉุกคิดว่าอะไรมันเกิดขึ้น แล้วก็ต้นตอ เรื่องราวสาเหตุทั้งหมดที่มันนำมาสู่จุดนี้ เพราะปัญหาของการไม่เคารพกฎหมายของรัฐบาลเอง หรือความพยายามของรัฐบาลที่จะเอาชนะกฎหมายอย่างที่ว่า"

"แล้วพอมาถึงวันนี้การต่อต้านมันลุกลามขยายวงไป ไปสู่ข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูป ก็จะต้องมีการมาพูดคุยกันอย่างจริงจังว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร แต่รัฐบาลนั้นพยายามที่จะใช้วิธี ลดความเชื่อถือของผู้ชุมนุม ผู้ต่อต้าน อย่างวันนี้รู้สึกพาดหัวข่าวหลายฉบับก็มุ่งไปที่รัฐมนตรีคนหนึ่งไปพูดเรื่องยาเสพติด เรื่องอะไรต่างๆ"

"แล้วก็นอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีความจริงจังในการที่จะแสวงหาคำตอบ วันดีคืนดีนายกฯ ก็บอกจะตั้งสภาปฏิรูปเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบ เพราะสภาปฏิรูปรัฐบาลนี้เพิ่งตั้งไปเมื่อ 3 – 4 เดือนก่อน ก็ไม่ได้รับความเชื่อถืออะไร"

ผู้ดำเนินรายการถามว่า "ปัญหาที่บังกลาเทศจะเป็นเรื่องที่ กกต. ประเทศไทยควรนำมาพิจารณาหรือไม่" อภิสิทธิ์ตอบว่า “ผมว่าก็ต้องมาศึกษานะครับ คือจริงๆ ผมก็เห็นใจ กกต. แล้วก็พูดมาตลอดว่าผมมีความรู้สึกว่าเขาก็เข้าใจประเด็นปัญหาค่อนข้างดี เพียงแต่ว่าเมื่อรัฐบาลยืนยันว่าเขาต้องจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ. เขาก็ต้องเดินหน้าภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ เท่าที่เขาจะทำได้"

ส่วนกรณีที่นายนพดล ปัทมะตั้งคำถาม 6 ข้อถามคุณอภิสิทธิ์นั้น อภิสิทธิ์ตอบว่า "ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าเราต้องให้ความสำคัญกับเขาแค่ไหนนะครับ เพราะว่ารู้สึกก่อนหน้านี้ก็เคยโกหกประชาชนมาแล้วจำได้มั้ยครับ เคยมาท้าผมด้วยบอก คุณทักษิณไม่เคยเข้าไปมาเลเซีย ที่ผมบอกว่าเป็นจุดไปเริ่มต้นของการพยายามทำกระบวนการเจรจาที่ล้มเหลว คุณนพดลบอกไม่ได้เข้าไป สุดท้ายเจ้าตัวเขาสารภาพเอง ผมก็เลยบอก แปลกดีนะ คนระดับนี้มีความรู้ ไม่น่าเลย วันนั้นผมก็ใช้คำว่าขี้ข้าใช่มั้ย ตอนหลังเขารู้สึกว่าคำนี้ ฝ่ายโน้นเขาภูมิอกภูมิใจกันนี่ครับ โอเค อยากเป็นก็เป็น"

“ผมตอบอย่างนี้เลยก็ได้นะครับ การตัดสินใจลง ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งนั้นเป็นสิทธิ์ของพรรคการเมือง แต่ถามว่าคนที่เติมไฟให้กับการเมืองนั้น คุณนพดลจำไม่ได้เหรอครับ ผมบอกว่าอย่าทำกฎหมายนิรโทษกรรม แล้วพวกคุณก็ตัดสินใจว่าผลประโยชน์ของนายใหญ่ อยู่เหนือผลประโยชน์ของประเทศ คุณนั่นแหละเป็นคนเติมไฟให้กับการเมือง เพราะจุดเริ่มต้นคือตรงนั้น"

"พวกผมก็พูดมาตลอดนะครับว่า เรื่องของอำนาจตุลาการนั้นต้องเคารพ พวกคุณนั่นแหละเติมเชื้อไฟเข้าไปด้วยการไปประกาศว่าไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการไม่ลงเลือกตั้งมันปลายเหตุแล้วครับ ช่วงปลาย แล้วผมก็ทำเป็นสิทธิ์ของผม เพราะผมจะทำงานเรื่องการปฏิรูป แล้วก็ไม่ได้เป็นการทำเพื่อแสวงหาอำนาจ ไม่เหมือนกับสิ่งที่คุณเติมไฟให้กับการเมืองด้วยการเอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง"

ผู้ดำเนินรายการถามว่า "พรรคประชาธิปัตย์ประกาศไม่ขัดขวางการเลือกตั้ง แล้วได้ทำอะไรในจังหวัดที่เป็นฐานเสียงของพรรค" อภิสิทธิ์ตอบว่า "ผมก็ได้กำชับสมาชิกตลอดนะครับ เรื่องการไม่ขัดขวางการเลือกตั้ง ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ทางเจ้าหน้าที่ กกต. แล้วก็บ้านเมืองก็ต้องพยายามดูแลแก้ไขกัน แต่ถามว่าทางคุณนพดล กับพรรคพวกไม่เคยฉุกคิดบ้างเหรอครับว่า ปรากฎการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็ย้อนกลับไปข้อหนึ่ง ว่าคุณไปเติมเชื้อไฟทางการเมืองตั้งแต่แรกทำไม แล้วทำไมคุณไม่คิดแก้ไข ไม่แสดงความรับผิดชอบ ถามกลับไปด้วยว่าทำไมไม่แสดงความรับผิดชอบ"

จากนั้นผู้ดำเนินรายการถามว่า "เห็นด้วยหรือไม่กับการใช้ความรุนแรงในการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส." อภิสิทธิ์ตอบว่า "ผมไม่เคยเห็นด้วยกับความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นอยู่ฝ่ายไหนก็ตาม แต่ต้องบอกก่อนว่า กปปส. เขาไปใช้ความรุนแรงตอนไหนอย่างไรบ้าง คุณนพดลไปดูสิครับว่า เมื่อวานที่เชียงใหม่เกิดอะไรขึ้น ถามหน่อยสิครับว่า ทำไมพวกคุณใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด ใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด แม้กระทั่งในช่วงปี 53 พวกคุณก็เอาคนติดอาวุธมา ทำให้เกิดความสูญเสียแล้วก็พยายามโยนความผิดใส่รัฐบาล"

"เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง แต่ถามว่าคุณนพดล และคุณยิ่งลักษณ์ จำได้มั้ยครับ 2 ปี ผมอยู่มาด้วยความอดทนนะ เวทีถูกเล่นงาน ถูกอะไรนั้น บอกว่าคุณยิ่งลักษณ์พูดสักคำได้มั้ยว่าอย่าใช้ความรุนแรง ไม่พูด กลับไปพูดด้วยซ้ำว่าเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมถามคุณนพดลว่า ทำไมไม่ถามคุณยิ่งลักษณ์บ้าง"

ผู้ดำเนินรายการถามว่า "เห็นด้วยกับการปิดกรุงเทพฯ หรือไม่ แล้วจะเตือนคุณสุเทพอย่างไร" อภิสิทธิ์ตอบว่า "ผมก็คงจะบอกว่า ผมยังไม่ทราบนะครับว่า รูปแบบที่วันที่ 13 มันจะเป็นอะไรอย่างไร แต่ฟังดูก็คล้ายๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ถามว่าจะเตือนอะไรมั้ย ผมก็บอกคุณสุเทพตลอดนะครับ และบอกกับทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหวว่าขอให้ใช้สิทธิ์อยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญ ก็ถามคุณนพดลหน่อยว่า เที่ยวนี้จะเตือนตำรวจมั้ยครับเรื่องตำรวจจริง ตำรวจปลอม"

ผู้ดำเนินรายการถามว่า "ถ้าจะไม่ให้ปิดกรุงเทพฯ ก็ให้ นส. ยิ่งลักษณ์ลาออกเท่านั้น" อภิสิทธิ์ตอบกลับว่า "ก็นั่นสิครับ ผมก็คิดว่าคำถามทั้งหมดนี้ไม่ต้องมาถามผมหรอก กลับไปถามรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ตรงนี้ว่า จะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร"

ต่อมาผู้ดำเนินรายการถามทวนคำถามของนพดล ปัทมะที่ว่า "ที่ต้องการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้งนั้น จะปฏิรูปเรื่องใด ทำไมตอนเป็นนายกฯ เกือบ 3 ปีถึงไม่ปฏิรูป" อภิสิทธิ์ตอบว่า "ก็จะถามคุณนพดลว่าคุณไปอยู่ไหนมา อยากจะรู้มั้ยครับว่าผมตั้งกรรมการปฏิรูป เขาเสนอเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งพวกคุณนพดลชอบเอามาอ้างในการเคลื่อนไหวขับเคลื่อนเสื้อแดง เขาเสนอเรื่องทำกฎหมายภาษีที่ดินและทรัพย์สิน ผมก็เสนอสภาครับ ผมไม่ได้หายไปไหน ผมทำ แต่มันตกเพราะรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ไม่ยืนยัน"

"ผมทำเรื่องการออมแห่งชาติ ออกกฎหมายมาเพื่อจะให้ระบบสวัสดิการครอบคลุมทั่วถึงประชาชน รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ตัดสินใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ ผมทำเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นครับ ผมเสนอกฎหมายให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ ปรากฎว่ามาตกเพราะว่ารัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ไม่ยืนยัน จะเอาอีกมั้ยครับ"

"เพราะฉะนั้นถามว่า จะปฏิรูปเรื่องอะไร ผมเขียนชัดเจนไปแล้ว 7 เรื่อง แล้ว 3 ปีที่ผมอยู่นั้น ผมก็พยายามผลักดันครับ แต่ว่ามันยังไม่เสร็จ เพราะว่าของผมนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ที่จะตั้งคณะกรรมการของคุณอานันท์ แล้วก็ของคุณหมอประเวศ แต่ต้องถามกลับไปสิครับว่า คุณยิ่งลักษณ์นั้นอยู่มา 2 ปี ทำงานของคุณอานันท์กับของคุณหมอประเวศสูญเปล่า"

"ตั้งสภาปฏิรูปของคุณบรรหารไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วถามว่าวันนี้คุณยิ่งลักษณ์จะมาปฏิรูปอะไร คุณยิ่งลักษณ์อยู่ในฐานะจะปฏิรูปหรือเปล่านะครับ แหม อยู่เมืองไทยหรือเปล่านี่”

ส่วนเรื่องการนำพรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่การเลือกตั้งหรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ตอบว่า "ผมก็บอกว่า เรื่องเงื่อนไขการเลือกตั้ง เมื่อสถานการณ์สภาวะแวดล้อมมันเหมาะสมที่ผมจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ผมก็ลงสมัครรับเลือกตั้ง และผมยอมรับผลการเลือกตั้งทุกครั้งครับ ไม่งั้นรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้อยู่สบายๆ มา 2 ปีหรอกครับ"

"คนที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งนั้น คือพวกคุณนพดล ทำไมครับ 1. เพราะว่าตัวเองทุจริตการเลือกตั้ง พอทุจริตการเลือกตั้งแล้วยุบพรรคก็มาโวยวาย แล้วก็ไม่ยอมรับผลการลงคะแนนในสภา ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนหลังจากที่มีการเปลี่ยนจำนวน สส. เพราะพวกคุณถูกยุบพรรคเพราะคุณโกงเลือกตั้ง ก็มาอาละวาดอยู่จนเกิดเหตุปี 52 – 53 ไงครับ เพราะฉะนั้นตัวเองกลับไปรับกติกา รับอำนาจศาลจะดีที่สุดครับ”

ผู้ดำเนินรายการถามว่า จะเชิญนายนพดลไปฟังการเปิดแถลงพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทยหรือไม่ อภิสิทธิ์ตอบว่า "ผมว่าเชิญไป แกจะไป แกก็เข้าใจเท่าเดิมครับ เดี๋ยวนี้ไม่รู้อะไรบังตาแกนะครับ" พร้อมกล่าวถึงรายละเอียดการแถลงว่า "พรุ่งนี้ผมก็จะนำเสนอ คือเนื่องจากจะเป็นครั้งแรกที่จะมีการแถลงในเรื่องของการเดินหน้าทำการปฏิรูปหลังจากที่พรรคฯ ไม่ลงเลือกตั้ง ก็จะให้เห็นโจทย์แล้วก็กรอบใหญ่ ภาพรวมของสิ่งที่เราอยากจะผลักดันเดินหน้า ซึ่งมี 7 ด้านอย่างที่เคยเขียนไปในเฟสบุค แล้วก็พรุ่งนี้ก็จะเริ่มต้นจากเรื่องของการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งได้มีการไปพูดคุยหารือกับหลายๆ ฝ่ายเพื่อเอาทั้งข้อคิด ข้อเท็จจริงต่างๆ มาประมวลกันแล้วก็จะแบ่งออกมาเป็นมาตรการแต่ละด้าน ให้มีความชัดเจน ก็เพื่อประโยชน์ว่า ในการทำงานด้านการปฏิรูปนี้แทบจะเรียกว่าหยิบไปใช้ได้เลย ค่อนข้างที่จะครอบคลุมแล้ว เพียงแต่ว่าบางเรื่องที่เป็นเรื่องของการที่จะต้องไปแก้ไขกฎหมายนั้นก็จะไปยกร่างกฎหมายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นตามแนวทางที่จะประกาศในวันพรุ่งนี้" โดยอภิสิทธิ์ยืนยันว่าจะแถลงทั้ง 7 ด้าน และจะเน้นเรื่องแก้ไขทุจริตคอร์รัปชั่น

นอกจากนี้อภิสิทธิ์กล่าวถึงการที่รัฐบาลกล่าวหาผู้ชุมนุมว่ามีอาวุธด้วยว่า "ตรงไหนล่ะครับที่เป็นความรุนแรงที่บอกว่า ผู้ชุมนุมไปทำความรุนแรง แต่เราเห็นการเข้ามาลอบทำร้ายผู้ชุมนุมอยู่เป็นระยะๆ ก็ย้ำอีกครั้งครับว่า เวลาฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับคุณทักษิณชุมนุมทีไร ผมเห็นมีปัญหาแบบนี้ทุกที แต่ว่าวันที่ฝ่ายคุณทักษิณชุมนุมนั้น จะเป็นตรงกันข้าม จะมีการใช้อาวุธยิงออกมาจากพื้นที่การชุมนุม" ส่วนกรณีการปะทะกับกลุ่ม กปปส. ที่เชียงใหม่นั้น อภิสิทธิ์กล่าวว่า "ผมก็ไม่เข้าใจนะครับว่า การใช้สิทธิ์ ความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นทำไมจะต้องมาใช้วิธีการในการทำร้ายกัน ต่างฝ่ายอยากแสดงออก ก็แสดงไปตามขอบเขตของกฎหมาย อันนี้ก็ย้ำมาหลายครั้ง แล้วอันนี้ก็เป็นคำถามที่ตั้งกับคุณยิ่งลักษณ์มาโดยตลอดว่าทำไมผู้สนับสนุนของคุณยิ่งลักษณ์จะต้องทำอย่างนี้ ซึ่งแทนที่คุณยิ่งลักษณ์จะพูด ผมนี่พูดทุกครั้งนะครับ ฝ่ายไหนก็ตามผมไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง แต่คุณยิ่งลักษณ์นั้นพอเป็นฝ่ายตัวเองบอก เป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ไปข่มขู่คนก็ได้ ขู่ฆ่าศาลก็ได้ อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นปัญหา แล้วก็นี่คือเหตุผลไงครับว่า ทำไมบ้านเมืองถึงได้ไม่สงบ เพราะเขารับต่อไปไม่ได้ กับคนที่มีอำนาจ ที่มีความลำเอียง แล้วก็เลือกปฏิบัติอย่างนี้"

ส่วนเรื่องการรัฐประหารในวันเด็กนั้น อภิสิทธิ์กล่าวว่า "เขาชี้แจงแล้วนะครับว่า อาวุธยุทโธปกรณ์นี้มาแสดงให้เด็กดูครับ" และกล่าวด้วยว่า "เขาก็ต้องสร้างเงื่อนไขในการที่จะให้คนมาชุมนุมละครับ เพราะรู้สึกว่าพยายามทำกันมาหลายครั้งในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา แล้วก็ประเด็นที่จะจุดให้พี่น้องชาวเสื้อแดงมาชุมนุมได้ก็คงจะเป็นเรื่องของการรัฐประหารนี่แหละครับ แต่ว่าผมว่าตั้งแต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์มาเป็นนายกฯ นี่ ถ้าเชื่อแกนนำเสื้อแดงว่าจะมีการรัฐประหารนี่ ผมว่าป่านนี้มีการรัฐประหารไปมากกว่าที่เคยมีในประเทศไทยมาแล้วครับ ไม่รู้กี่สิบครั้งแล้วครับ ปล่อยข่าวมาไม่รู้กี่รอบแล้วนะครับ"

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท