50 นักวิจัยไอทีสหรัฐฯ ร่อนจม.เปิดผนึก เรียกร้องหยุดโครงการสอดแนม

นักวิจัยด้านความปลอดภัยระบบไอทีเขียนจดหมายเปิดผนึก กล่าวถึงระบบการสอดแนมเป็นวงกว้างของทางการสหรัฐฯ มีผลต่อความปลอดภัยด้านข้อมูลของประชาชน รวมถึงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการแสดงความเห็น ทำให้พวกเขาเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการสอดแนมในรูปแบบดังกล่าว

24 ม.ค. 2557 นักวิจัยด้านไอที 50 คนในสหรัฐอเมริกาเขียนจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ทางการสหรัฐฯ ยกเลิกโครงการสอดแนมประชาชนเป็นวงกว้างและปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัว

นักวิจัยด้านคอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วยศาตราจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ รวมถึงนักเขียนหนังสือไอทีและบรรณาธิการวารสารด้านไอที ระบุในจดหมายว่า หลังจากที่สื่อนำเสนอเรื่องโครงการสอดแนมของสหรัฐฯ เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ในฐานะที่พวกเขาเป็นชุมชนนักวิจัยด้านรหัสสัญญาณและความปลอดภัยของระบบข้อมูลในสหรัฐฯ พวกเขาขอตำหนิการกระทำเช่นนี้และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง

"การดักเก็บข้อมูล บันทึก และประมวลผลข้อมูลส่วนตัวของประชาชนแบบเหมารวมทั้งหมด ถือเป็นการยับยั้งเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและอาจทำให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด ตั้งแต่การขยายขอบข่ายปฏิบัติการ (mission creep) ไปจนถึงการจารกรรมสวมรอย" นักวิจัยระบุในจดหมายเปิดผนึก

"เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาที่มาจากการคาดการณ์ แต่เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลอบเจาะระบบ ลอบทำลายระบบ การลอบดักเก็บข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลของบริษัทเอกชน สิ่งเหล่านี้มีส่วนทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศฉวยโอกาสทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยได้" นักวิจัยระบุในจดหมายเปิดผนึก

เรื่องที่นักวิจัยพูดถึงคือกรณีที่เกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. ปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทไมโครซอฟท์เปิดเผยว่า บริษัทได้แจ้งสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ (NSA) เรื่องข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ก่อนที่จะส่งตัวแก้ไขหรือแพทช์ออกมา ทำให้มีการใช้ช่องโหว่ในโปรแกรมดังกล่าวในการสอดแนมไปแล้ว

จดหมายของนักวิจัยระบุอีกว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าโครงการสอดแนมมีส่วนช่วยเหลือเรื่องต่อต้านการก่อการร้ายจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือโครงการสอดแนมเช่นนี้เป็นภัยต่อสิทธิความเป็นส่วนตัว ประชาธิปไตย และภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

"เพราะความโปร่งใสและมติการยอมรับจากประชาชนเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย พวกเราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ หยุดโครงการสอดแนมแบบครอบคลุมเป็นวงกว้างทั้งหมดโดยมีการใคร่ควรญต่อสาธารณชนและป้องกันไม่ให้มีโครงการสอดแนมครอบคลุมเป็นวงกว้างที่ก้าวล้ำการควบคุมทางเทคนิคและทางสังคม" นักวิจัยระบุในจดหมาย พวกเขายังได้ชี้ให้เห็นหลักการ 5 ประการเพื่อการปฏิรูประบบสอดแนมในเว็บไซต์ http://reformgovernmentsurveillance.com/

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเหล่านี้ไม่ได้ต่อต้านการสอดแนมไปเสียทั้งหมด พวกเขาแสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างระบบสื่อสารที่ควรจะมีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ และต่อต้านโครงการที่ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงด้านข้อมูล

"ในทุกประเทศ รวมถึงประเทศของพวกเราเอง ควรจะมีระบบข่าวสารสำหรับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในการตามล่าผู้ก่อการร้ายและอาชญากร แต่พวกเราควรจะกระทำในรูปแบบที่ไม่เป็นการทำลายระบบความปลอดภัยที่นำมาใช้ในกิจการเอกชน ความบันเทิง การสื่อสารส่วนบุคคล และด้านอื่นๆ ของชีวิตในยุคศตวรรษที่ 21" นักวิจัยระบุในจดหมาย

 

เรียบเรียงจาก

U.S. Computer Scientists Reject Mass Surveillance, Popsci, 24-01-2013
http://www.popsci.com/article/gadgets/us-computer-scientists-reject-mass-surveillience

ต้นฉบับจดหมายเปิดผนึก
http://masssurveillance.info/

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์