นิสิต ม.สารคาม ลงพื้นที่ศึกษาผลกระทบปัญหาที่ดินคอนสาร

นิสิตวิชาการสื่อสารทางการเมือง ม.สารคาม ลงพื้นที่ศึกษาปัญหาการประกาศเขตป่าทับที่ดินทำกินของชาวบ้าน อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ พร้อมดูผลกระทบกรณีจะก่อสร้างโรงงานยางพารา หาข้อมูลจัดทำสื่อร่วมเผยแพร่ให้สังคมรับรู้ในวงกว้าง
 
 
25 ม.ค.57 นิสิตสาขารัฐประศาสน์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ลงพื้นที่ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เพื่อศึกษากรณีปัญหาของชาวบ้านโดยแยกกันเป็น 2 กลุ่ม ลงศึกษาใน 2 กรณี คือ เรื่องผลกระทบที่ดินทำกินของชุมชนบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร และปัญหาที่จะมีการมาก่อสร้างโรงงานยางพาราของบริษัทศรีตรังแอโกรอินดัสทรี บนพื้นที่บ้านหินรอยเมย ต.ดงบัง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ
 
นายนพพร ประวะสาร ประธานนิสิตสาขารัฐประศาสน์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง กล่าวว่า การที่นักศึกษาที่ลงเรียนวิชาด้านการสื่อสารทางการเมืองได้มาลงพื้นที่ครั้งนี้ แม้จะช่วยอะไรได้ไม่มากนัก แต่อย่างน้อยก็ได้เข้ามารับรู้ถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น และจะนำประสบการณ์จากการลงพื้นที่ ประกอบกับความรู้ในสาขาที่เรียนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านการสื่อสาร เผยแพร่ ด้วยการเป็นกระบอกเสียงให้สังคมส่วนใหญ่เข้าใจ รับรู้ถึงปัญหา และเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจว่าเพราะอะไรชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันคัดค้าน รวมถึงบอกเล่าปัญหาผลกระทบต่างๆ ที่จะมาสู่วิถีการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน
 
นายนพพร กล่าวด้วยว่า จากการสอบถามถึงกรณีที่จะมีการก่อสร้างโรงงานยางพารานั้น ปัญหาที่ชาวบ้านได้เจอ คือความไม่ยุติธรรม ความไม่โปร่งใส รวมทั้งความไม่เหมาะสมของพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้างโรงงานยางพาราฯ ภายหลังบริษัทฯ ได้ทำหนังสือขออนุญาตตั้งโรงงานประกอบกิจการบนเนื้อที่กว่า 290 ไร่ ทำให้ชาวบ้านในคอนสารได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มรักษ์คอนสาร ขึ้นมาเมื่อวันที่ 15 ส.ค.56 เพื่อคัดค้านโรงงานยางพารา ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา ทั้งในเรื่องสุขภาพ น้ำเสีย สารเคมี กลิ่น และร่วมกันตรวจสอบการดำเนินการที่ไม่ชอบธรรมต่างๆ
 
 
ส่วน รัตนา วงศ์ภักดี นิสิตสาขารัฐประศาสน์ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง บอกถึงการลงพื้นที่ชุมชนบ่อแก้ว ว่า สิ่งที่รับฟังจากการบอกเล่าของชาวบ้านคือปัญหาผลกระทบจากการถูกรุกล้ำที่ดินทำกิน เนื่องจากถูกองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ขับไล่ออกไปและเข้าทำการปลูกสวนป่ายูคาลิปตัส เมื่อปี 2521 ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตการเกษตรของชาวบ้านมากว่า 40 ปี หลายครอบครัวถูกอพยพออกจากพื้นที่ บางรายต้องไปอาศัยอยู่กับญาติ บางครอบครัวสูญสลาย ชาวบ้านบางคนต้องไปเป็นแรงงานรับจ้างเพราะไม่มีที่ดินทำกิน กระทั่ง 17 ก.ค.52 ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันมายึดพื้นที่เดิมคืน พร้อมทั้งปักหลักฐานมานับแต่นั้น เพื่อแสดงถึงสิทธิในที่ดินที่พวกเขาทำกินมาก่อน
 
รัตนา เล่าถึงข้อมูลจากการลงมาศึกษาครั้งนี้ว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากการเข้าไปลงหลักปักฐานยึดผืนดินเพื่ออยู่อาศัยและทำการผลิต ภายหลังต้องสูญเสียโอกาสในที่ดินโดยไม่เป็นธรรมนั้น ชาวบ้านถูกข่มขู่ คุกคาม แม้จะร่วมกันติดตามปัญหามาอย่างต่อเนื่อง และเข้าร่วมในกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินกับเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เพื่อผลักดันเชิงนโยบายกับหน่วยงานภาครัฐ กระทั่งมีมติของหน่วยงานต่างๆ เป็นที่ยุติร่วมกันว่า สวนป่าคอนสารได้ปลูกสร้างทับที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนจริง พร้อมมีมติให้ยกเลิกสวนป่าคอนสารและนำพื้นที่มาจัดสรรให้กับชาวบ้าน แต่การแก้ไขปัญหากลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร
 
รัตนากล่าวด้วยว่า 4 ปี ที่ชาวบ้านบ่อแก้วร่วมกับสร้างชุมชนขึ้นมา ชาวบ้านทำการเกษตรในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ โดยมีทั้งแปลงรวมและแปลงส่วนบุคคล สร้างรายได้มาหล่อเลี้ยงครอบครัวและชุมชน ส่วนความเป็นอยู่ ก่อนหน้านี้ชาวบ้านจะอาศัยน้ำในลำห้วยที่อยู่ใกล้ชุมชนในการอุปโภค บริโภค แต่ปัจจุบันได้มีการร่วมสบทบเงินทุนขุดเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ ภายหลังจากที่เริ่มติดตั้งไฟฟ้าเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง แม้ว่าช่วงนี้ชาวบ้านยังขาดเงินจำนวนหนึ่งที่จะนำมาวางระบบท่อน้ำเข้าสู่ตามบ้านก็ตาม
 
“รู้สึกภูมิใจที่ชาวบ้านได้ทำการต่อสู้กันมาตลอด เพื่อเอาที่ดินของตนเองคืนมา เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว และลูกหลาน โดยไม่ยอมแพ้แม้จะถูกความไม่เป็นธรรมเข้าปกคลุมก็ตาม ซึ่งบางคนอาจไม่เคยรับรู้เลยว่ามีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้น” นิสิตภาควิชาการสื่อสารทางการเมือง กล่าว
 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์