ทำเนียบขาวสั่งถอนเอกสารสำนักงานความมั่นคงฯ ที่มีอคติทางเชื้อชาติ-ศาสนา

ทำเนียบขาวสั่งหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ และเอฟบีไอตรวจเอกสารเกี่ยวกับการฝึกอบรมและด้านนโยบายทั้งหมดหลังถูกแฉว่ามีการแสดงอคติทางเชื้อชาติและศาสนาในเอกสารฝึกการสอดแนม

10 ก.ค. 2557 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำเนียบขาวสั่งให้สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) พิจารณาตรวจตราเอกสารที่เกี่ยวกับการฝึกอบรมและนโยบายทั้งหมด เพื่อหาว่ามีอคติทางเชื้อชาติหรือทางศาสนาหรือไม่ หลังจากที่เอกสารลับซึ่งถูกเปิดโปงโดย เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน เผยให้เห็นอคติดังกล่าวจากการใช้ชื่อ "โมฮัมเหม็ด แร็คเฮด" (Raghead สื่อถึงผ้าโพกหัวซึ่งเป็นภาพเหมารวมชาวอาหรับอย่างหนึ่ง) เป็นตัวแทนเป้าหมายสมมติในเอกสารฝึกอบรมการสอดแนมปี 2548

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวผ่านเว็บไซต์ดิอินเตอร์เซปท์ ถึงกรณีที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NSA และสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI ได้สอดแนมอีเมลของนักกิจกรรมและทนายความในสหรัฐฯ ที่มีชื่อเสียง 5 คน ซึ่งล้วนมีพื้นเพเป็นชาวมุสลิม

เคทลิน เฮย์เดน โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า ทางการสหรัฐฯ มองเรื่องที่ถูกกล่าวหาเป็นเรื่องจริงจังและได้ขอความร่วมมือให้ผู้อำนวยการหน่วยงานข่าวกรองพิจารณาเอกสารต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการสนับสนุนและมีความอดกลั้นต่อความแตกต่างหลากหลาย

ด้านโฆษกของ NSA วานี ไวน์ กล่าวว่า NSA จะไม่สนับสนุนเอกสารการฝึกอบรมใดๆ ที่มีการใช้ภาษาดูหมิ่นเหยียดหยามหรือกระตุ้นความโกรธแค้นชิงชัง รวมถึงการใช้คำที่ระบุถึงการเหมารวมทางเชื้อชาติหรือเผ่าพันธุ์ในแง่ลบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นไปตามค่านิยมหลักและนโยบายของ NSA

อย่างไรก็ตาม เฮย์เดนไม่ได้กล่าวในรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะมีขอบข่ายและระยะเวลาการตรวจสอบอย่างไร แต่สำนักข่าวเดอะการ์เดียนระบุว่าเรื่องนี้ชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ทำเนียบขาวเคยสั่งการคล้ายกันในกรณีที่เอกสารการฝึกอบรมของ FBI มีการระบุข้อความเหยียดศาสนา เมื่อปี 2554 ทำให้ทางทำเนียบขาวสั่งให้ถอดถอนข้อมูลเอกสารที่มีข้อความเหยียดหยามหรือขาดความน่าเชื่อถือออก

นอกจากเนื้อหาที่ใช้ชื่อเรียกชาวอาหรับในเชิงเหยียดหยามแล้ว ยังมีเอกสารอบรมที่มีลักษณะสนับสนุนการใช้ความรุนแรงเป็นวงกว้างแบบที่เรียกว่า "ยุทธวิธีฮิโรชิมา" แต่เอกสารเหล่านี้ก็ถูกพบเจอและถูกถอนออกจากการเป็นเอกสารฝึกสอนเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ

รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้สร้างความไม่พอใจกับฝ่ายข้าราชการต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศว่าสหรัฐฯ จะไม่ทำสงครามกับประเทศศาสนาอิสลามและยังพยายามเชื่อมสัมพันธ์ชาวมุสลิมในประเทศด้วยวิธีการที่มีความเป็นทหารน้อยลง รวมถึงมักจะใช้คำว่า "ต่อต้านความรุนแรงจากฝ่ายสุดโต่ง" มากกว่าจะใช้คำว่า "ต่อต้านการก่อการร้าย"

แม้จะถูกกล่าวหาผ่านทางสื่อดิอินเตอร์เซปท์ว่าจงใจสอดแนมเป้าหมายนักกิจกรรมที่มีพื้นเพเกี่ยวข้องกับชาวมุสลิม แต่ทางสำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติและกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ก็ร่วมกันออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่า หน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่ได้จงใจสอดแนมผู้นำทางการเมือง ทางศาสนา หรือนักกิจกรรม เพียงเพราะพวกเขาไม่เห็นด้วยกับนโยบายสาธารณะ เป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล หรือแค่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็อ้างเรื่องความเป็นไปได้ว่าบุคคลที่พวกเขาสอดแนมจะมีส่วนพัวพันกับต่างชาติ

แต่ในรายงานข่าวของสำนักข่าวเอบีซีอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ รายหนึ่งที่ไม่ตรงกับข้ออ้างในแถลงการณ์ของ NSA เขาประเมินว่านักกิจกรรมและทนายความทั้ง 5 คนไม่ได้เป็นเป้าหมายตั้งแต่แรก แต่ข้อมูลของพวกเขาแค่เข้ามาติดอยู่ในการสอดแนมแบบเหวี่ยงแหของ NSA เอง

กลุ่มผู้นำชาวมุสลิมในสหรัฐฯ และกลุ่มนักสิทธิพลเมืองแสดงความไม่พอใจหลังจากทราบข่าวเรื่องนี้ และมีการเขียนจดหมายเพื่อขอเข้าพบประธานาธิบดีโอบามา, อิริค โฮลเดอร์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และเจมส์ คอร์นี ผู้อำนวยการ FBI

"รัฐบาลกลางสหรัฐฯ พุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกัน แม้กระทั่งกับผู้ที่ช่วยเหลือประเทศทั้งทางด้านการทหารและช่วยเหลือรัฐบาลเพียงเพราะพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับความเชื่อหรือศาสนาบางอย่าง ... รายงานข่าวแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเอกสารการฝึกอบรมของเอฟบีไอมีความอคติและนำมาซึ่งการสอดแนมอย่างมีอคติได้อย่างไร" กลุ่มศาสนาและนักสิทธิพลเมืองระบุในแถลงการณ์ร่วมกัน

 

เรียบเรียงจาก

White House: racial slurs in NSA intelligence material 'unacceptable', The Guardian, 09-07-2014
http://www.theguardian.com/world/2014/jul/09/white-house-nsa-racial-slurs-training-material

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์