สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: ว่าด้วยสภาปฏิรูปลวง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

เมื่อถูกถามถึงสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีต ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ได้อธิบายในวันที่ 15 ตุลาคม ว่า เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ถืออำนาจก็ทำกันตามสบาย จะไม่ไปขัดขวาง แต่ตนไม่สนใจและติดตามข่าว สปช. ไม่ได้อ่านรายชื่อด้วยช้ำว่าเขาเลือกใครมาใช้บ้าง และไม่ดูแม้แต่ใครมาเป็นรัฐมนตรีบ้าง เพราะไม่ได้มาจากประชาชน และไม่มีค่าพอที่จะไปใส่ใจ และเมื่อถามว่า ถ้า คสช. มีอำนาจนานเกิน 1 ปีจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า เขาจะอยู่กี่ปีก็ตามใจเขา เพราะเขามีอำนาจ ไม่เช่นนั้นจะมาอ้างอีกว่าเวลาน้อย

ตามธรรมนูญชั่วคราว ฉบับ คสช.ที่ถูกบังคับใช้กันอยู่ในขณะนี้นั้น ได้กำหนดให้มีการตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีจำนวนไม่เกิน 250 คน จากคณะกรรมการสรรหาจังหวัดจำนวน 77 คน และคณะกรรมการสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิฯ ที่หัวหน้าคณะ คสช.แต่งตั้ง รวม 11 คณะเสนอมาอีกจำนวน 173 คน และสุดท้าย คณะคสช.ก็เป็นผู้คัดเลือกแล้วนำทูลเกล้าเสนอแต่งตั้ง ผู้จะมาเป็นสมาชิกต้องทำการสมัคร แต่ผู้สมัครมีคุณสมบัติข้อหนึ่งว่า จะต้องไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเท่ากับเป็นการกีดกันอดีตสมาชิกพรรคการเมืองจำนวนมากที่เคยโดนคดีเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ทั้งที่การเพิกถอนสิทธินั้นไม่ได้มีความเป็นธรรม

ตามธรรมนูญชั่วคราวระบุไว้ด้วยว่า สภา สปช.นี้จะทำหน้าที่ “ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน เพื่อเสนอต่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่หน้าที่สำคัญของสภานี้ คือการนำเสนอกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ และประธาน สปช.จะเป็นผู้แต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน ส่วน สภา สปช.ก็จะทำหน้าที่เสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ และพิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำขึ้นปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

แต่กระนั้น ในกระบวนการทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า สภาปฏิรูปชุดนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนและยอมรับเลยจากฝ่ายพลังประชาธิปไตย ในปีกของคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย หรือกลุ่มนักวิชาการประชาธิปไตย ปัญหาใหญ่ที่สุดก็เป็นเพราะที่มาของกระบวนการทั้งหมดไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่มาจากการรัฐประหารที่ล้มล้างประชาธิปไตย และการสถาปนาอำนาจของคณะทหาร ทำให้ข้ออ้างที่จะปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นกลายเป็นสิ่งเหลือเชื่อ เพราะย่อมเป็นไปได้ยากที่ประชาธิปไตยอันแท้จริงจะคลอดมาจากการรัฐประหารที่ทำลายประชาธิปไตย (เข้าข่ายที่ว่า งาช้างคงไม่งอกมาจากปากสุนัข)

ยิ่งกว่านั้น ถ้าย้อนไปก่อนหน้าการรัฐประหาร ประเด็นสำคัญที่ขัดแย้งกันในขณะนั้น คือ ฝ่าย กปปส.และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เสนอหลักการในการโค่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า ให้”ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” แต่ฝ่ายนักวิชาการประชาธิปไตยเสนอให้”เลือกตั้งก่อนปฏิรูป” ดังนั้น การดำเนินการทั้งหมดของสภา สปช.นี้ ก็คือ การปฏิรูปก่อนเลือกตั้งตามข้อเสนอของฝ่ายนายสุเทพนั่นเอง หรือกล่าวให้ชัดเจนขึ้นก็คือ สภา สปช. มีหน้าที่โดยตรงในการเลื่อนการเลือกตั้งให้นานที่สุด และชอบธรรมที่สุด ในข้ออ้างอย่างง่ายก็คือ การปฏิรูปประเทศยังไม่เรียบร้อย

เรื่องการปฏิรูปประเทศไทยเป็นประเด็นที่พูดกันมานาน ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังจากที่ปราบปราบเข่นฆ่าประชาชนเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ.2553 ก็ได้พยายามสร้างความชอบธรรมโดยการตั้งคณะกรรมปฏิรูปขึ้นมาถึง 2 ชุด คือ คณะกรรมการปฎิรูปประเทศ(คปร.) โดย นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป โดย มี นายแพทย์ประเวศ วะสี เป็นประธาน คณะกรรมการทั้งสองชุดล้วนแต่ประกอบด้วยนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ และเอ็นจีโอ คนสำคัญ ใช้เงินงบประมาณเป็นเงินเดือน เบี้ยประชุม และค่าใช้จ่ายอื่น ไปมากกว่าหกร้อยล้านบาท เพื่อได้ข้อเสนอปฏิรูปการเมืองมาเก็บไว้ในลิ้นชัก ต่อมา ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2553 ก็ยังผ่านกฎหมายเพื่อก่อตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง โดยมี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ทำงานมาจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่เห็นมีการปฏิรูปกฎหมายหรือการศาลที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนได้มากขึ้นแต่อย่างใด

จึงอาจสรุปได้เลยว่า ข้ออ้างเรื่องการปฏิรูปการเมืองทั้งหมดที่มีการนำเสนออยู่โดยกลุ่มชนชั้นนำ ก็คือ กระบวนการที่จะมาลดทอนหรือทำลายประชาธิปไตยเสียงข้างมากของประชาชน เพราะกลุ่มบุคคลเหล่านี้มีข้อสมมตฐานที่ยึดถือกันว่า การเมืองแบบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งนั้น เป็นที่มาของนักการเมืองชั่ว และเป็นการเปิดทางให้คนทุจริตเหล่านี้มาปกครองประเทศ และเมื่อนักการเมืองเหล่านี้บริหารประเทศ ก็ใช้นโยบายประชานิยมหลอกลวงประชาชนที่โง่เขลา ให้เลือกพวกเขาอยู่ในอำนาจต่อไป กลายเป็นวงจรอุบาทย์ทางการเมืองไม่จบสิ้น จึงต้องปฏิรูปการเมืองเพื่อควบคุมนักการเมือง ควบคุมนโยบายประชานิยม และทำให้ประชาชนฉลาดที่จะไม่เชื่อถือนักการเมือง

ปัญหาคือ ข้อสมมตฐานนี้ผิด เพราะในระบอบประชาธิปไตยนั้น นักการเมืองกลายเป็นกลุ่มบุคคลที่ถูกจับตาและตรวจสอบมากที่สุดเสมอมา ดังนั้น นักการเมืองจึงไม่ได้เป็นแหล่งเดียวที่นำมาซึ่งความเลวร้ายอันจะต้องปฏิรูป สถาบันอื่นในสังคมก็มีส่วนช่วยค้ำจุนระบอบอันไม่เป็นธรรมทั้งสิ้น ตั้งแต่ ข้าราชการ ศาลและระบบกฎหมาย กองทัพ สื่อมวลชนกระแสหลัก องค์กรธุรกิจผูกขาด ชนชั้นเจ้าที่ดินใหญ่ เป็นต้น แต่สถาบันและกลุ่มทางสังคมเหล่านี้กลับถูกตรวจสอบน้อยมาก และบางองค์การ เช่น องค์กรตุลาการ ก็กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้ามตรวจสอบ ต้องศรัทธาในความยุติธรรมที่จะได้รับแต่เพียงอย่างเดียว ความผิดพลาดประการต่อมาก็คือ ประชาชนไทยไม่ได้โง่เขลา แต่รู้จักปรับตัวเลือกรับประโยชน์จากประชาธิปไตย ประชาชนจึงมีความคุ้นเคยกับประชาธิปไตยยิ่งกว่าชนชั้นนำ

ยกตัวอย่างประเด็นในการปฏิรูปสังคมไทย เช่น การปฏิรูปในด้านความยุติธรรม ควรจะต้องครอบคลุมถึงการยกเลิกกฎหมายเผด็จการ คำสั่งคณะรัฐประหาร การใช้กฎหมายสองมาตรฐาน การลงโทษผู้กระทำผิดอันเกิดกว่าเหตุ และ การใช้กฎหมายขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย เป็นต้น หรือการปฏิรูปกองทัพ ต้องครอบคลุมถึงการลดขนาดของกองทัพ การยกเลิกเกณฑ์ทหาร และการยุติการแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพ การปฏิรูปที่ปราศจากเรื่องเหล่านี้ ย่อมเป็นการปฏิรูปอันปราศจากความหมาย

ดังนั้น ถ้าจะถามว่า จะฝากความหวังได้หรือไม่ว่า สมาชิก สปช. เหล่านี้ ซึ่งประกอบด้วยคนดีมีความรู้ที่คัดเลือกแล้วโดยฝ่ายทหาร จะสามารถสร้างสิ่งที่ดีอันนำไปสู่การปฏิรูปประเทศอย่างรอบด้านได้ คำตอบคือเป็นไปได้ยากมาก ก็ในเมื่อ สปช.ชุดนี้รวบรวมเอาคนที่มีความคิดในด้านเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทั้งหมดก็มาจากฝ่ายที่สนับสนุนรัฐประหาร ต่อต้านประชาธิปไตย มีทางแต่จะเป็นไปได้ว่า จะมีมาตรการใหม่ในการจำกัดสิทธิในทางการเมืองของประชาชนมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้เพราะกระบวนการชอง สปช.ทั้งหมดล้วนคับแคบ และมาผิดทิศทาง คำอธิบายของนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ที่ว่า สภานี้ไม่มีค่าควรแก่การใส่ใจ ก็เป็นไปตามนั้น

 

 

เผยแพร่ครั้งแรกใน โลกวันนี้ วันสุข ฉบับที่ 485 วันที่ 25 ตุลาคม 2557
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์