เบื้องหลัง ‘สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน’ ไม่รับสารภาพ คดีระเบิดหน้าศาล

สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน มีอาชีพขับแท็กซี่และเคยเป็นแกนนำ นปก.รุ่น 2 ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างเดินทางกลับบ้านย่านพุทธมณฑล ในช่วงกลางคืนวันที่ 9 มี.ค.58 เวลาประมาณ 22.00 น. เขาถูกนำตัวไปกองบัญชาการตำรวจนครบาล

สรรเสริญเข้าใจเอาเองว่าถูกจับจากกฎอัยการศึกเนื่องจากบทบาททางการเมืองที่ผ่านมา เพราะเขาแสดงท่าทีทางการเมืองที่ชัดเจนว่าคัดค้านการรัฐประหารตลอดมาตั้งแต่ปี 2549

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งมอบตัวเขาให้เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งมารับตัวต่อไปยังกรมสารวัตรทหารเวลาประมาณ 23.00 น.ของวันที่ 9 มี.ค.นั้นเอง เมื่อไปถึงกรมสารวัตรทหาร เขาจึงทราบข้อกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดีขว้างระเบิดที่ศาลอาญา เขาโดนใส่กุญแจมือไพล่หลัง ใช้ผ้าดำปิดตาพร้อมกับเอาถุงดำคลุมหัว และถูกบังคับให้สารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

เขาอยู่ในความควบคุมของทหาร 7 วัน ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวไปฝากขังที่ศาลทหารและนำตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในวันที่ 16 มี.ค.58

ในเรื่องการซ้อมทรมานนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ต้องหาคดีระเบิดหน้าศาลอาญา 4 รายในจำนวน 9 รายว่ามีการซ้อมผู้ต้องหาระหว่างการควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก (อ่านรายละเอียดที่นี่)

 

ย้อนกลับไปในขณะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม สรรเสริญได้ยุติการดื่มน้ำและรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นมาตรการที่เขาได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าหากมีการจับกุมเกิดขึ้น ทั้งยังได้ทำหนังสือไว้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาขอมอบร่างกายให้กับคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าโครงกระดูกก็มอบให้คณะแพทย์ไว้ใช้สำหรับการศึกษา และหากมีเศษของร่างกายหลงเหลือจากการใช้เพื่อการศึกษา ให้นำไปฝังไว้ที่ดอยม่อนยะ อ.แม่วาง เชียงใหม่  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเก็บสำเนาหนังสือมอบอำนาจของเขาไว้

เขาว่าเหตุที่ไปพัวพันกับเหตุการณ์ปาระเบิดศาลอาจเนื่องมาจากเขาได้รับการชวนจากชาญวิทย์ (ถูกจับกุมเช่นกัน)  ให้ไปเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองให้กับกลุ่มผู้สนใจทางการเมืองกลุ่มหนึ่งที่ จ.ขอนแก่น ประมาณสิบกว่าคน โดยที่เขาไม่ได้เคยรู้จักกับกลุ่มดังกล่าวมาก่อนแต่อย่างใด งานดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่14-15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในเขตอำเภอเมือง ชาญวิทย์เขาบอกว่าชาญวิทย์พูดคนเดียวไม่ไหวจึงต้องการให้เขาไปช่วยพูด ขณะที่ทหารรวมถึงตำรวจซึ่งมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนได้สรุปรวมว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นการพบปะเพื่อวางแผนก่อเหตุ โดยมีสรรเสริญและชาญวิทย์เป็นคนบรรยายแนวคิด

กระบวนการที่เจ้าหน้าที่พยายามทำให้สารภาพคือ การขู่ตะคอก ตบหน้า ชกเขาที่บริเวณลิ้นปี่และชายโครง รวมถึงเหยียบบริเวณลำตัว รอยช้ำส่วนใหญ่เริ่มจางลงไปไปหมดแล้ว เหลืออยู่เพียงบางส่วน อย่างไรก็ตาม เขายังรู้สึกเจ็บชายโครงที่ถูกชก

สรรเสริญไม่ยอมรับสารภาพว่าเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ไฟฟ้าช็อตที่บริเวณต้นขา เขาประมาณว่าถูกช็อตราว 30-40 ครั้ง

สรรเสริญนิยามตัวเองว่าเป็นโซเชียลลิสต์(นักสังคมนิยม) เป็นผู้นิยมในแนวทางของพรรคซินเฟน (Sinn Fein) ชมชอบมาร์ติน ลูเธอร์ คิงส์ ชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวของโฮจิมินห์ และเช เกวารา โดยเฉพาะเช เขาว่าหากเชอยู่คิวบาอย่างน้อยก็ต้องได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่เชกลับเลือกที่จะทำการปฏิวัติต่อจนตัวตาย

แนวทางสันติของเขาชัดเจนมาตั้งแต่อดีต ต้นปี 2553 เขาคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรค ‘แนวร่วมสังคมประชาธิปไตย’ ซึ่งเน้นเรื่องความเท่าเทียมของโอกาสของผู้คนในสังคม แต่พรรคที่เขานิยามว่าเป็น ‘พรรคกระยาจก’ นี้ก็ถูกยุบไปหลังจากนั้นเพราะหาสมาชิกไม่ทันตามกำหนด อย่างไรก็ตาม ในห้วงการก่อตั้งพรรคเขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดและแนวทางของเขาว่า

“เราพยายามรื้อฟื้นจิตวิญญาณที่ทำเพื่อคนอื่นขึ้นมา คนที่อยากจะทำอะไรเพื่อสังคมยังคงมีอยู่เยอะในสถานการณ์ที่ทางโน้นคนก็ไม่ชอบ ทางนี้คนก็ไม่ชอบ”

“การผลิตที่ทันสมัยเป็นของมนุษยชาติ มีแต่คนไร้เดียงสาเท่านั้นที่จะบอกว่านั่นเป็นของทุน คอนเซ็ปต์เดิมของสังคมนิยมไม่ได้อธิบายเรื่องการผลิต พูดแต่เรื่องการแบ่งปัน อุดมการณ์เดิมนั้นดูกันที่การแบ่งปัน แต่สำคัญเราต้องทำการผลิตที่ก้าวหน้า แล้วกำหนดกติกาการแบ่งปัน การบริหารจัดการที่ไม่ให้กลุ่มคนต่างๆ เอาเปรียบกัน ที่สำคัญ ต้องมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นมีทั้งอำนาจ มีเงิน และรับผิดชอบต่อประชาชนโดยตรง”

“พรรคเพื่อไทยรับภารกิจได้ระดับหนึ่ง เขาไม่สะดวกจะทำบางอย่าง เช่น ภาษีก้าวหน้า คนที่จะทำเรื่องพวกนี้ คือพวกที่ไม่มีเนื้อจะเฉือน”

สำหรับการควบคุมตัวในคดีปาระเบิดศาลอาญานี้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวคนอีกหลายคน และปัจจุบันถูกนำเข้าเรือนจำทั้งหญิงและชาย ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเขาว่า “ร่วมกันพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น, มีและใช้เครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้มีและใช้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งเด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชนและมียุทธภัณฑ์ทางทหารไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

 สรรเสริญยืนยันว่าเขาไม่ใช่พวกก่อวินาศกรรม ไม่ใช่พวกวางระเบิด

“ผมไม่ใช่คนแบบนั้น จะให้ผมยอมรับได้อย่างไร " เขากล่าวพร้อมน้ำตา

“ผมพูดได้เท่าที่ผมคิดและผมกระทำ(ต่อต้านการรัฐประหาร) ผมไม่สามารถยอมรับสิ่งที่ผมไม่ได้ทำได้ เขาซ้อมจนผมชนะเขา”

สุดท้ายเจ้าหน้าที่ได้ยุติมาตรการดังกล่าว กักตัวเขาไว้จนครบ 7 วันก่อนนำตัวเขามาแถลงข่าวในเวลาต่อมา ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาดื่มน้ำ รับประทานอาหาร ด้วยคำขอว่า ขอให้เห็นแก่มิตรภาพของเรา