กรรมการนโยบายสั่งปลด'สมชัย สุวรรณบรรณ' ผอ.ไทยพีบีเอส- 3รอง ผอ.

9 ต.ค. 2558 เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) มีมติเลิกจ้าง นายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ตามสัญญาตั้งแต่วันนี้ (9 ต.ค.58) เป็นต้นไป ทำให้รองผู้อำนวยการ 3 คน คือ นายมงคล ลีลาธรรม นายสุพจน์ จริงจิตร นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ พ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย

กรรมการนโยบายให้เหตุผลว่า ผู้อำนวยการไม่ให้ความสำคัญกับข้อเสนอแนะของกรรมการนโยบาย ไม่มีแผนบริหารความเปลี่ยนแปลง และแผนกลยุทธ์เพื่อการแข่งขัน และผิดสัญญาจ้างกรณีอนุมัติโครงการที่มีวงเงินเกิน 50 ล้านบาท โดยไม่ได้รับอนุมัติจากกรรมการนโยบายถึง 4 ครั้ง

ส.ส.ท.จึงมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย หรือค่าสินไหมทดแทนใดๆ 

ทั้งนี้ ประชาไทติดต่อไปยัง ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ หนึ่งในกรรมการนโยบาย เพื่อขอทราบรายละเอียดกรณีดังกล่าว ได้คำตอบว่า กรรมการนโยบายมีมติยังไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ โดยจะส่งใบแถลงข่าวให้สื่อเร็วๆ นี้
 
สำหรับคณะกรรมการนโยบาย ไทยพีบีเอส ประกอบด้วย ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ประธานฯ, ปราณี ทินกร, ธีรภัทร สงวนกชกร, ลดาวัลย์ บัวเอี่ยม,  สมพันธ์ เตชะอธิก, สมศรี หาญอนันทสุข, ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ, รุ่งมณี เมฆโสภณ และ พิพัทธ์ ชนะสงคราม  
 
ส่วน สมชัย เคยดำรงตำแหน่งกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ระหว่างเดือนสิงหาคมปี 2551 - สิงหาคม 2553 และเป็นกรรมการนโยบายอีกวาระในเดือนพฤศจิกายน 2553 - กรกฎาคม 2555 ก่อนที่ครบวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี ได้ลาออกเพื่อสมัครในตำแหน่งผู้อำนวยการไทยพีบีเอส
 
 
บันทึกข้อความ
ที่ สลน. 02/126/58
วันที่ 9 ตุลาคม 2558
เรื่อง การเลิกจ้าง ผอ.ส.ส.ท.
เอกสารแนบ สัญญาจ้างให้ทำงานบริหาร ตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. 
 
เรียน ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.
 
ตามที่ ส.ส.ท. ได้จัดทำสัญญาจ้างให้ท่านทำงานบริหารกิจการในตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 มีกำหนดระยะเวลา 4 ปี นับแต่วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2555 จนถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2559 (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 1)
 
จากการติดตามการปฏิบัติงานของท่านในรอบปี นับแต่การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี 2557 พบว่าท่านมิได้ให้ความสำคัญกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการนโยบาย (กนย.) ให้ปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่มีแผนบริหารความเปลี่ยนแปลง และแผนกลยุทธ์เพื่อการแข่งขัน นำเรื่องที่ขัดระเบียบและได้ดำเนินการไปแล้วมาให้คณะกรรมการนโยบายรับรองหลายครั้ง ตลอดจนไม่สามารถพัฒนาศักยภาพพนักงานเพื่อพร้อมรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แสดงถึงข้อจำกัดในการบริหารจัดการองค์การอย่างชัดเจน และที่สำคัญ คณะกรรมการนโยบายพิจารณาเห็นว่าท่านได้กระทำผิดสัญญาจ้าง ดังนี้
 
1. กรณีอนุมัติโครงการที่มีวงเงินเกิน 50 ล้านโดยที่ยังไม่ได้รับอนุมัติจากกรรมการนโยบายถึง 4 ครั้ง ถือเป็นการขัดระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2553 และฝ่าฝืนมติของกรรมการนโยบาย นอกจากนี้ ยังไม่ให้ความร่วมมือกับสำนักตรวจสอบภายในที่ได้ทักท้วงและขอให้ชี้แจงหลายครั้ง ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักธรรมาภิบาลที่ดีขององค์การ
 
2. ผอ. ส.ส.ท. ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้าง "ข้อ 13.3 เมื่อคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท.พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อแผนงานดังกล่าวแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานตามแผนงานที่ได้รับความเห็นชอบให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ และจะต้องจัดทำรายงานแสดงผลการปฏิบัติงานเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายทุกๆ สามเดือน" และ
 
"ข้อ 14.3 ประกอบข้อ 14.3.7 ผู้รับจ้างกระทำผิดข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งในสัญญาฉบับนี้ หรือหากปรากฏความอันเป็นเท็จในข้อเท็จจริง หรือข้อมูลใดๆ ที่ผู้รับจ้างได้ให้ไว้ในการเข้ามารับจ้างหรือรับตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท.ตามสัญญานี้"
 
การบอกเลิกจ้างครั้งนี้ ผอ. ส.ส.ท. ได้กระทำความผิดสัญญาจ้างข้อ 13.3, 14.3 ประกอบ 14.3.7 จึงอาศัยข้อตกลงตามสัญญาจ้างที่ ส.ส.ท.มีสิทธิเลิกจ้างผู้รับจ้างโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนใดๆ 
 
จึงเรียนมาเพื่อบอกเลิกสัญญาจ้าง และขอขอบคุณในความร่วมมือของท่านในการทำงานที่ผ่านมา 
 
(รองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ)
ประธานกรรมการนโยบาย
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
คณะกรรมการนโยบาย
มาตรา 27 การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการนโยบายคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
 
มาตรา 28 คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจหน้าที่
(11) แต่งตั้งและถอดถอนผู้อำนวยการตามมาตรา 31

คณะกรรมการบริหาร

มาตรา 29 วรรคสี่ ในกรณีที่ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งให้กรรมการบริหารตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งด้วย
 
มาตรา 35 ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการอยู่ในตำแหน่งตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง ซึ่งต้องไม่เกินคราวละสี่ปี แต่อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

 

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์