ศาลนัดตัดสิน 'มือปืนป๊อปคอร์น' 3 มี.ค.59 แกนนำกปปส. เบิกความยันไม่เคยรู้จัก

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องพิจารณา 714 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานจำเลยคดี ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือท็อป มือปืนป๊อปคอร์น อายุ 24 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำอาวุธปืนออกนอกเคหสถานภายในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ขอให้ลงโทษตาม ป.อาญา มาตรา 288, 371, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548 ม.5, 6, 11, และ 18
 
โดยในคดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 57 ซึ่งสรุปความผิดจำเลยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 57 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกได้มีปืนเล็กยาวไม่ทราบชนิดและขนาด ติดตัวไปที่ทางแยกหลักสี่ เขตหลักสี่ พื้นที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และยิงปืนเข้าไปในอาคารศูนย์การค้าไอทีสแควร์ จน น.ส.สมบุญ สักทอง ผู้เสียหายที่ 1 นายอะแกว แซ่ลิ้ว ผู้เสียหายที่ 2 นายนครินทร์ อุตสาหะ ผู้เสียหายที่ 3 และนายพยนต์ คงปรางค์ ผู้เสียหายที่ 4 ได้รับอันตรายสาหัส เเละเป็นเหตุให้นายอะเเกว ผู้เสียหายที่ 2 เสียชีวิตภายในระยะเวลาต่อมา เหตุเกิดที่แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ (อ่านรายละเอียดของนายอะแกว)
 
วันนี้(22 ธ.ค.58) เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายวิวัฒน์ มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อมาทนายความจำเลยนำพยานเข้าเบิกความ 2 ปาก ประกอบด้วย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อายุ 64 ปี อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายสุชาติ ศรีสังข์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และแกนนำกลุ่ม กปปส.
 
นพ.นิรันดร์ เบิกความสรุปว่า เหตุที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้เพราะมีผู้ชุมนุมร้องเรียนว่ามีการละเมิดสิทธิโดยการใช้อำนาจรัฐต่อตัวนายวิวัฒน์  ขนาดนั้นนายวิวัฒน์ ถูกคุมตัวในข้อหาใช้ความรุนแรงระหว่างชุมนุม ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงต่อร่างกายทำให้ต้องรับสารภาพ ซึ่งต้นปี 57 ตนและคณะอนุกรรมการสิทธิพลเมือง ได้เข้าพบนายวิวัฒน์ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อเข้าพบนายวิวัฒน์ บอกว่าถูกคุมตัวมาจากภาคใต้โดยมีชายฉกรรจ์นอกเครื่องแบบ แล้วนำตัวจำเลยมาที่ กทม. ซึ่งระหว่างกลุ่มชายดังกล่าวได้พูดจาข่มขู่ พร้อมทั้งนำถุงดำมาครอบศีรษะถึงลำคอเพื่อให้นายวิวัฒน์หายใจไม่สะดวก ทำให้นายวิวัฒน์ให้การรับสารภาพ 

นายสุชาติ เบิกความสรุปว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 57  ปราศรัยบนเวทีห้าแยกลาดพร้าว กำลังมุ่งหน้าไปแยกหลักสี่ ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อไปรวมกลุ่มกับเวทีหลวงปู่พุทธะอิสระ โดยขบวนมีรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ประมาณ 20 คัน พอขบวนถึงแยกหลักสี่ได้มีกลุ่มคนมาคุยกับรถนำขบวน สักพักได้มีการปาหินเข้ามาใส่ขบวน ตนจึงประกาศว่าห้ามตอบโต้ หลังจากนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายปืนและระเบิดดังขึ้นมาจากศูนย์การค้าไอที สแควร์ แล้วได้ยินเสียงปืนประมาณ 1 ชั่วโมง พอเสียงปืนสงบตนจึงประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปที่เวทีแจ้งวัฒนะ ซึ่งเมื่อถึงเวทีแจ้งวัฒนะตนได้พาผู้ชุมนุมกลับไปที่เวทีห้าแยกลาดพร้าวเพราะสถานการณ์ไม่ปลอดภัย และตนไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายวิวัฒน์ เลย

ภายหลังที่ทนายความจำเลย นำพยานเข้าเบิกความเสร็จสิ้นทั้ง 2 ปากแล้ว ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 3 มี.ค. 59 เวลา 10.00 น.

ที่มา : โลกวันนี้ และมติชนออนไลน์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์