ความเป็นไทยแบบคอสอชอ.

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ใบประกาศเกียรติคุณ

ด้วยคณะสั่งให้มีความสุขแห่งชาติ (คอสอชอ) ได้เล็งแล้วจึงเห็นว่า ความเป็นไทยสำคัญประการหนึ่งก็คือคติเรื่อง ด้านได้อายอด คณะคอสอชอจึงจำประกาศยกย่องตนเองไว้ให้ปรากฏแก่โลกนี้และนรกในชาติหน้าว่า คณะคอสอชอเป็นผู้รักษาความเป็นไทยไว้ได้อย่างแข็งขยันปัญญานิ่มเป็นเลิศ ควรที่สาทุรชนจะได้ถือเอาเป็นเยี่ยงอย่างสืบไป

คณะคอสอชออดไม่ได้ รอไม่ไหว ทีจะให้คณะกรรมการเอกลักษณ์แห่งชาติเป็นผู้ประกาศเกียรติคุณให้ เพราะชักช้า ไม่ทันใจ ไ่ม่ว่องไวง่ายดายเหมือนการโยนเปลือกกล้วยใส่นักข่าว จึงต้องขออภัยที่จะต้องยกย่องตนเองไว้ในโอกาสนี้ (พึงสังเกตด้วยว่านี่เป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งของความเป็นไทย ที่มองหาความง่าย จากเดิมเรามีสำนวนเพียงว่า ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ต่อไปภายหน้าลูกหลานจะได้รำลึกถึงบรรพชนคณะคอสอชอด้วยสำนวนว่า ง่ายเหมือนโยนเปลือกกล้วยใส่นักข่าว ความง่ายนี้เป็นคติสำคัญของสถาปนิกใหญ่ระดับอินเตอร์บางท่านผู้เห็นว่าความงามย่อมงอกงามออกมาจากความง่าย และบทเรียนจากธรรมชาติ ความง่ายนับว่าเป็นคุณค่าอันเป็นสากล มิใช่เป็นเรื่องท้องถิ่นเรื่องบ้าน ๆ ของเราเท่านั้น ความเป็นไทยของคณะคอสอชอจึงแฝงไว้ด้วยความเป็นสากลอยู่ในตัว)

ความเป็นไทยที่คณะคอสอชอได้ดำรงรักษาไว้มีเป็นเอนกประการ จะกล่าวพรรณนาสรรเสริญคุณทุกค่ำคืนวันศุกร์อย่างไรก็มิอาจพรรณนาวนเวียนได้หมด จำจะยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างพอให้ได้ปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลพราก ดังนี้

- คำไหนคำนั้น : ปากบอกไม่ยึดอำนาจ แต่เมื่อโอกาสมาถึงก็ต้องทำ เพราะคำว่าไม่ยึดอำนาจก็คำหนึ่ง คำว่ายึดอำนาจก็อีกคำหนึ่ง วิญญูชนผู้รู้คิดย่อมคิดได้เองว่าคำสองคำนี้กล่าวต่างกรรมต่างวาระ คำไหนกล่าวตอนไหนก็เป็นคำนั้นแหละ ไม่เกี่ยวกัน

- ด้นสด : ข้อนี้พิจารณาได้จากความก่ายซ้อนวุ่นวายไม่เป็นระบบระเบียบของค่านิยม 12 ประการ ซึ่งไม่เพียงชี้ว่าคณะคอสอชอนึกเรื่องอะไรได้ (ที่ตนเห็นว่าดีงาม) ก็ใส่ ๆ เข้ามา (เหมือนนักเรียนที่ตอบข้อสอบครู ครูเคยพูดถึงอะไรบ้างนักเรียนก็เขียนตอบไปเรื่อยตามที่ได้ยินมา) หากแต่ยังสะท้อนถึงแบบแผนความคิดที่ก่ายซ้อนวุ่นวายไม่เป็นระบบระเบียบของคณะคอสอชอด้วย

อาการด้นสดหรือนึกอะไรได้ก็ใส่ ๆ เข้ามานี้จะเห็นได้ชัดเมื่อพิจารณาข้อต่าง ๆ ของค่านิยมทั้ง 12 ประการนั้น กล่าวคือ

ข้อ 3 "กตัญญู" รวมอยู่ใน "มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม" ของข้อ 2

ข้อ 4 "ใฝ่หาความรู้..." ควรมาก่อนข้อ 1 เพราะการใฝ่หาความรู้หรือก็คือความรักในความรู้ เป็นหนทางให้รู้ว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คืออะไร และควรแสดงความรักอย่างไรจึงจะถูกต้อง มิใช่รักอย่างงมงาย

ข้อ 5 "รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม" เป็นการขยายความข้อ 1

ข้อ 6 "มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่ และแบ่งปัน" ซ้ำซ้อนคาบเกี่ยวกับข้อ 2 "ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม"

ข้อ 7 "เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง" ก่ายซ้อนกับข้อ 4 "ใฝ่หาความรู้" และข้อ 1 "มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" เพราะเมื่อมีความรักในความรู้แล้วก็จึงสามารถปฏิบัติสิ่งที่เป็นความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ถูกต้อง ซึ่งย่อมนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่ถูกต้องได้อยู่เองแล้ว

ข้อ 8 "มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย" ก่ายซ้อนกับข้อ 2 และข้อ 6 ส่วน "ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่" ก่ายซ้อนกับข้อ 3

ข้อ 9 เอา "สติ" มารวมกับ "รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัส...." ทั้ง ๆ ที่สติเป็นองค์คุณสำคัญ ดังในโพชฌงค์ 7 ที่เริ่มจากการมีสติ แล้วตามด้วยธรรมวิจัย สติจึงควรมาก่อนการใฝ่หาความรู้ในข้อ 4 ในขณะที่การ "รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัส..." เป็นสิ่งที่ย่อมเกิดขึ้นเองเมื่อมีความรักในความรู้ และมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ข้อ 10 "รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัส...รู้จักอดออม..." เป็นเรื่องของสัมมาอาชีวะ รวมอยู่ในหมวดศีล ซึ่งอยู่ในข้อ 6

ข้อ 11 "ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ....มีความละอายเกรงกลัวต่อบาป...." เกี่ยวเนื่องและเป็นที่มาของการมีศีลในข้อ 6 หากจะกล่าวถึงข้อนี้จึงควรกล่าวก่อนหรืออย่างน้อยก็กล่าวร่วมกันกับข้อ 6

ข้อ 12 "คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม...." เป็นส่วนย่อยของความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และก่ายซ้อนกับข้อ 2

กล่าวโดยสรุปก็คือคณะคอสอชอนึกหัวข้ออะไรได้ก็ใส่ ๆ เข้ามา โดยไม่คำนึงถึงหลักการรวบรวมและแยกแยะ ไม่รู้จักว่าอะไรเป็นหัวข้อหลัก อะไรเป็นหัวข้อย่อยที่ขยายความหัวข้อหลัก ไม่รู้จักว่าอะไรเป็นอุดมคติ อะไรเป็นข้อปฏิบัติเพื่อไปสู่อุดมคตินั้น ใส่เรียงมาเป็นข้อ ๆ รวม ๆ กันมาตามแต่จะนึกอะไรออก กล่าวด้นไปเรื่อยจนได้ 12 ข้อ

- ตำรวจอยู่ในบ้าน ทหารจะเป็นรั้ว : ได้เวลาพี่ ๆ ตำรวจผ่อนคลายความเคร่งเครียดจากภาระรับผิดชอบต่าง ๆ นานา ทหารไทยจะดูแลให้เอง แต่ก็คงต้องยืมมือพี่ตำรวจทำงานให้บ้าง คาดว่าในช่วงเทศกาลหยุดยาว ในอนาคต เราคงได้เห็นโครงการฝากบ้านไว้กับทหาร (แทนโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ)

- นิยมน้ำพริกถ้วยเก่า : เช่น อัญเชิญปูชนียบุคคลผู้เคยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการร่างรัฐธรรมนูญจนเจ๊งคือถูกยกเลิกมาแล้วหลายครั้งหลายหนมาเป็นหัวเรือในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็อะไรจะถูกปากคนไทยไปกว่าน้ำพริกถ้วยเก่าที่คุ้นลิ้นมานานเล่า...

- เคารพผู้มาก่อน : เช่น เคยเรียนมาเมื่อชาติก่อน ๆ ว่าอย่างไร เกิดใหม่ชาตินี้ก็ต้องเชื่อตามที่ได้เรียนมาในชาติก่อน ๆ นั้น เทือกเขาอัลไตจึงยังคงจะเป็นดินแดนที่เราจากมาอยู่ตลอดไป

- เอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรี และคนชรา : นอกจากการลดโอกาสทางการศึกษาของเด็ก ๆ และการตัดลดเบี้ยเลี้ยงคนชราแล้ว เรายังเห็นความเอื้อเฟื้อนี้ได้จากการกล่าวโทษคนหนุ่มคนสาว กล่าวโทษแม่ และดำเนินคดีแม้แต่กับคนชรา ด้วยข้อหา 112 บ้าง 116 บ้าง ทั้งนี้เพราะคณะคอสอชอปรารถนาให้ประชาชนไทยแข็งแกร่ง สู้ชีวิต ไม่อ่อนแอนุ่มนิ่มเหมือนคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ หากแต่เป็นลูกไก่ในกำมือผู้ค้าไก่ จะบีบก็ตาย จะคลายก็คางเหลือง (ส่วนหากใครจะอินไซด์เทรดดิ้งบ้าง ก็ไม่ว่ากัน)

- สนใจความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ : เห็นได้จากการคาดคะเนถึงการตั้งถิ่นฐานยังดาวอังคาร นับว่าคณะคอสอชอมีทัศนะก้าวไกล ไม่แพ้สตีเฟ่น ฮอว์คิง นักฟิสิกส์นามอุโฆษ

- นิยมการแพทย์ทางเลือก: ถึงกับส่งเสริมให้ปลูกหมามุ่ย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการถ่วงดุลย์การเมืองระหว่างประเทศมิให้ประเทศสาระขันถูกครอบงำด้วยอิทธิพลของถั่งเช่าจนเกินไป

- เห็นอารมณ์ขันเป็นเรื่องสำคัญ: ขันซึ่งเป็นตัวแทนของอารมณ์ขันจึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรนำมาใช้เล่นสนุกสนาน ควรใช้ฟอกกี้แทน อันเป็นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นไทยอีกโสดหนึ่งด้วย

- เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ: การตั้งญาติสนิทชิดเชื้อเข้ามาร่วมรับผิดชอบในการสั่งให้ประชาชนมีความสุข น่าจะทำให้ประชาชนเป็นสุขได้มากกว่าการเอาใครที่ไหนไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้ามาช่วยงาน ซึ่งก็ได้เพียงความจืดชืดเฉื่อยเนือย เช้าชาม เย็นชาม

- อาหารรสเลิศต้องมั่ว ๆ เอา: สังเกตได้จากการยกเลิกการบังคับใช้ผังเมืองในบางพื้นที่ คอสอชอก็ไม่ต่างอะไรจากพ่อครัวหัวป่าก์ผู้ชำนาญ ที่ความอร่อยเกิดขึ้นจากความชำนาญของพ่อครัวแม่ครัวเอง ไม่มีตำรับแน่นอนตายตัวว่าต้องใส่อะไรเท่าไหร่ กะ ๆ เอา มั่ว ๆ เอา เดี๋ยวก็อร่อยแล้ว

ความเป็นไทยแบบคอสอชอจึงนับว่าเป็นความเป็นไทยที่อร่อยเลิศกว่าใครในสามโลก ไม่มีใครเทียบเทียมได้ ไม่ว่าจะเป็น นรกโลก เปตโลก หรือดิรัจฉานโลกก็ตาม...

คุณูปการของคณะคอสอชอเพียงเท่าที่ยกมาเป็นเยี่ยงอย่างเหล่านี้ ย่อมเป็นพยานหลักฐานพอที่โดราเอมอนผู้มาจากโลกอนาคต จะได้ทำความเข้าใจและซึมซับซึมเศร้าในความเป็นไทยไว้เต็มกลืน คณะคอสอชอรู้สึกซาบซึ้งจนน้ำหูน้ำตาอีกน้ำลายไหล จึงขอมอบประกาศเกียรติคุณฉบับนี้ไว้ให้เป็นขวัญกำลังใจแก่คณะคอสอชอ และขอให้คณะสั่งให้มีความสุขแห่งชาติ (คอสอชอ) จงประสบแต่สุขสวัสดิ์พิพัฒน์อวมงคล เจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น ตลอดกาลนานทุกกัปป์ทุกกัลป์ เทอญ.

ให้ไว้ในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีคณะคอสอชอ 22 พฤษภาคม 2577

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์