ชุด 2 หมายเรียกชาวบ้านกว่า 10 ราย ที่บ้านโป่ง ร่วมเปิดศูนย์ปราบโกง ชุมนุมเกิน 5 คน

ภาพเปิดศูนย์ปราบโกง บ้านโป่ง  

30 มิ.ย. 2559 จากกรณีเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ประกาศตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนกลางที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าวนั้นถูกเจ้าหน้าที่อ้างคำสั่ง หัวหน้า คสช. เพื่อปิดศูนย์ดังกล่าว (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) ส่วนในหลายจังหวัดมีทั้งที่เปิดได้และเปิดไม่ได้ โดยจุดหนึ่งที่สามารถเปิดศูนย์ดังกล่าวได้ คือที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี อย่างไรก็ตาม 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ที่ร่วมเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติที่บ้านโป่ง 10 รายกลับได้รับหมายเรียกจาก สภ.บ้านโป่ง เนื่องจากมีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง ดำเนินคดีผู้เปิดศูนย์ปราบโกงฯ ดังกล่าว ในข้อหาร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองในที่เกิดเหตุเกิน 5 คนขึ้นไป ด้วยการขึ้นแสดงป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

ล่าสุดวันนี้ (30 มิ.ย.59) แหล่งข่าวซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ที่บ้านโป่ง ดังกล่าว เปิดเผยว่าตนได้รับหมายเรียกในคดีนี้ด้วย โดยมีผู้ถูกหมายเรียกเพิ่มเติมอีกประมาณ 15 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวบ้านธรรมดาในพื้นที่ มีเพียงตนคนเดียวที่เป็นนักศึกษา โดยให้ไปที่ สภ.บ้านโป่ง เพื่อพบกับพนักงานสอบสวน ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เวลา 11.00 น.

แหล่งข่าวดังกล่าว ซึ่งเป็นนักศึกษารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ระบุว่า ตนเองไม่ค่อยได้ร่วมกิจกรรมกับกลุ่มที่เปิดศูนย์ปราบโกงฯ มานานแล้ว แต่เมื่อกลับมาบ้าน ทราบว่าจะมีการเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ก็แวะไปเยี่ยม เข้าไปและถ่ายรูป 

รัฐให้ข่าวสับสนเดี๋ยวเปิดได้เดี๋ยวเปิดไม่ได้

แหล่งข่าว เปิดเผยถึงเหตุผลที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวว่า ตามหลักการมันคือความเป็นพลเมือง ตอนนั้นเราไม่รู้ข้อมูลว่ามันทำได้หรือไม่ได้ เนื่องจากในตอนแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่อกรณีเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ว่าสามารถทำได้ ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าเปิดไม่ได้ ขณะที่ต่อมาให้ไปถาม กกต. ว่าสามารถทำได้หรือไม่ ขณะที่ กกต. ก็บอกว่าทำได้ และยินดีด้วย ช่วงนั้นข่าวจะสร้างความสับสนมากว่าสามารถทำได้หรือทำไม่ได้ ตนจึงเชื่อ กกต. ไว้ก่อนเนื่องจากมองว่ากระบวนการทำประชามติมันเป็นของ กกต. ดังนั้นเราก็ไปร่วมกิจกรรมเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ในฐานะพลเมือง 

เขามองว่ามันเป็นกระบวนการที่มันน่าจะทำได้ในหลักการทั่วไป เราก็ไม่รู้ว่ารัฐให้เราทำได้หรือไม่ได้ แต่อย่างที่ตนบอกไปโดยเบื้องต้น เราคิดว่าทำได้ เพราะเขาให้ถาม กกต. แล้ว ขณะที่รัฐกำลังรณรงค์ประชามติ จะรับหรือไม่รับนั้น กิจกรรมเปิดศูนย์ปราบโกงก็ไม่ได้แสดงออก ตนเองแม้ไม่ได้เป็น นปช. แต่ก็เห็นว่าศูนย์ปราบโกงฯ นี้ก็เป็นประโยชน์ มันมีช่องมีทางให้สามารถตรวจสอบได้ ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี มันน่าจะดีต่อความชอบธรรมของประชามติครั้งนี้ รวมทั้งอำนาจรัฐด้วย

"อย่างน้อยที่สุดในยุคปกตินักการเมือง ผมคิดว่าเขามีประสิทธิภาพในการตรวจสอบคนอื่นที่โกง ถ้าตรวจสอบตัวเองว่าโกงนั้นไม่มีใครเขาทำกัน แต่ว่านักการเมืองมีประสิทธิภาพในการตรวจสอบคนอื่นที่โกง ถ้าตัวเองจะโกงมันก็จะมีกลุ่มฝั่งตรงข้ามที่เขาเข้าไปตรวจสอบถ่วงดุลกันไว้" แหล่งข่าว โต้แย้งข้อกล่าวหาที่ว่า นปช. เป็นนักการเมืองและมีข้อครหาว่ามีการทุจริตแล้วจะมาจับหรือตรวจสอบการโกงได้อย่างไร

แหล่งข่าว มองว่าสุดท้ายแล้วกระบวนการของศูนย์ปราบโกงฯ ก็ทำได้เพียงชี้มูลความผิดให้กับกลไกรัฐซึ่งก็เป็นหน้าที่ของพลเมืองอยู่แล้ว โดยการมีศูนย์ปราบโกงฯ ที่จะรวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบเพื่อส่งให้ กกต. ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง โดยการชี้มูลความผิดให้กับรัฐนั้นไม่ได้มีเจตนาทางการเมืองเลย 

"พอเกิดบรรยากาศแบบนี้มันเกิดความหวาดกลัว มันไม่ปกติ และเป็นส่วนหนึ่งอาจจะส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดของคนที่จะไปลงประชามติแน่นอน และเป็นสิ่งที่กระจายไปในวงกว้าง เพราะฉะนั้นประชามตินี้ก็อาจจะไม่บริสุทธิ์ถ่องแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจไม่ได้มาจากเจตจำนงของประชาชนร้อยเปอร์เซ็นต์" แหล่งข่าว กล่าว

นอกจากนี้ แหล่งข่าว ยังกล่าวว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หากเป็นไปได้ขอให้ใช้ศาลพลเรือนปกติ และถามสมมุติว่ากระบวนการมันจบก่อนหน้านั้นได้ก็ดี เพราะเรามองว่าสิ่งที่เราทำนั้นสอดคล้องกับที่รัฐบาลบอกแน่นอน ไม่ได้มีเจตจำนงค์ใดๆ ทางการเมือง ในวันเปิดศูนย์ปราบโกงฯ นั้น ไม่ใครประกาศว่าไม่เอา คสช. เลย แค่มาถ่ายรูปร่วมกันและการรวมตัวจากนั้นก็คือการรับปรทานอาหาร และอยู่ในสถานที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวด้วย ไม่ได้ออกมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะ

กกต. สมชัย เคยระบุ นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงฯได้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวไทย รายงานว่า สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม นปช. เตรียมตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้ให้มีความเที่ยงธรรมและเป็นที่ยอมรับ ตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด กกต.พร้อมให้การสนับสนุน หากกลุ่มการเมืองอื่น ๆ อยากตั้งศูนย์ลักษณะเช่นนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ขอให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ต้องไม่จงใจให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หากพบการกระทำผิดเกิดขึ้น กกต. พร้อมดำเนินการ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ทีผ่านมา ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร แนะนำให้ นปช. มาคุยกับ กกต.เรื่องการตรวจสอบกระบวนการออกเสียงประชามติ ว่า การตรวจสอบกระบวนการออกเสียงประชามติเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแล
 
“หากพบเห็นการทุจริตในกระบวนการออกเสียง สามารถแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรดของสำนักงานกกต.หรือจะมาแจ้งที่สำนักงานกกต.โดยตรง โดยการถ่ายภาพบันทึกหลักฐานสามารถกระทำได้ หากกลุ่มนปช. ต้องการเข้ามาช่วยทำงานในด้านนี้ กกต.ไม่ขัดข้อง เพราะถือเป็นประชาชนทั่วไป แต่การจะช่วยกันตรวจสอบ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย รวมทั้งไม่มีเจตนาแอบแฝงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่มีจุดประสงค์เพื่อต้องการให้กระบวนการออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม” ประธานกกต. กล่าว

ประยุทธ์ยังเคยบอกให้เปิดไป

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา กรณี นปช. เปิดศูนย์ดังกล่าวว่า “ก็ให้เปิดไป แต่ผมไม่รับให้อยู่ตามกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าสื่อไม่ปลุกระดมก็ไม่มีผลอะไร ใครอยากจะตั้งก็ตั้งไป ไม่มีสิทธิตามกฎหมาย และศูนย์ฯนี้ก็อย่าทำความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการประชามติด้วย ถ้าผิดก็โดนจับหมด อย่าเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปแหลมในคูหา อย่าเข้าไปพูดว่าล้มไม่ล้มผิดพ.ร.บ.ประชามติทั้งหมด ไอ้ตัวศูนย์ฯน่ะระวังให้ดี ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ตั้ง จำนำข้าวทำไมไม่ตั้ง ทุจริตทำไมไม่ตั้ง”

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์