งานวิจัยแคนาดาเผยการอาศัยอยู่ใกล้ย่านจราจรคับคั่งเพิ่มความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม

การจราจรบนท้องถนนที่คับคั่งนอกจากความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุแล้วยังอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นด้วยสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับถนนที่มีการจราจรคับคั่ง จากรายงานผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์แคนาดาที่ทำการศึกษาผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในแคนาดา 243,611 กรณีรายเป็นเวลา 11 ปี แต่งานวิจัยนี้แค่เปรยถึงความเป็นไปได้ยังต้องพิสูจน์เพิ่มเติม

ที่มาของภาพประกอบ: Faris knight/Wikipedia/CC BY-SA 4.0

5 ม.ค. 2560 รายงานผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารแลนเซ็ตระบุว่าจากกรณีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม 243,611 กรณีมีอยู่ร้อยละ 11 ที่อาศัยอยู่ 50 เมตร ใกล้กับถนนใหญ่ที่มีการจราจรคับคั่ง ทำให้มีการประเมินแนวโน้มแนวมลภาวะทางอากาศและมลภาวะทางเสียงที่มาจากการจราจรอาจจะมีส่วนทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคสมองเสื่อมในอังกฤษบอกว่าผลการวิจัยในครั้งนี้ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมลึกไปกว่านี้แต่ก็ถือเป็นการเปิดทางเรื่องความเป็นไปได้ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

บีบีซีระบุว่ามีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเกือบ 50 ล้านคนทั่วโลก แต่ก็ยังหาสาเหตุของโรคไม่ได้อย่างชัดเจน

การวิจัยในครั้งนี้มีการศึกษากับชาวแคนาดาในรัฐออนแทรีโอที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมระหว่างปี 2544-2555 พบว่ายิ่งคนที่อยู่ใกล้กับถนนใหญ่มากเท่าใดก็ยิ่งมีความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมมากขึ้นเท่านั้น โดยเมื่อเทียบกับคนที่อยู่ห่างจากถนนใหญ่ 300 เมตร แล้ว ผู้ที่อยู่ห่างจากถนนใหญ่ 50 เมตรมีโอกาสเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ที่จะเกิดโรคสมองเสื่อม ผู้ที่อยู่ห่างจากถนนใหญ่ระหว่าง 50-100 เมตร มีโอกาสมากขึ้นร้อยละ 4 ในการที่จะเกิดโรคสมองเสื่อม ผู้ที่อยู่ห่างจากถนนใหญ่ 101-200 เมตร มีโอกาสมากขึ้นร้อยละ 2 ในการที่จะเกิดโรคสมองเสื่อม

โดยการพิจารณาในครั้งนี้มีการเทียบข้อมูลกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ แล้วอย่างเช่นเรื่องความยากจน โรคอ้วน ระดับการศึกษา และการสูบบุหรี่ แล้วทำให้ปัจจัยอื่นๆ เหล่านี้ถูกพิจารณาต่างหากและไม่ส่งผลถึงการสำรวจความเกี่ยวข้องกับการอาศัยใกล้ถนนใหญ่

หงเฉิน หนึ่งในผู้รายงานการวิจัยจากสาธารณสุขออนแทริโอกล่าวว่า "การเพิ่มขึ้นของประชากรและการทำให้กลายเป็นเมืองเป็นเหตุให้ผู้คนจำนวนมากอาศัยอยู่ใกล้กับแหล่งที่มีการจราจรหนาแน่น และการที่ผู้คนอาศัยอยู่ใกล้การจราจรหนาแน่นอย่างแพร่หลายรวมถึงอัตราโรคสมองเสื่อมที่เพิ่มมากขึ้น แม้กระทั่งการอาศัยอยู่ใกล้ถนนเพียงเล็กน้อยก็อาจจะกลายเป็นภาระใหญ่ของการสาธารณสุขได้"

หงเฉินกล่าวต่อไปว่าจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่าปัจจัยด้านการจราจรมีความเกี่ยวข้องอย่างไรบ้างเช่นเรื่องมลภาะทางอากาศหรือมลภาวะทางเสียง โดยนักวิจัยคาดว่าสิ่งทำให้เกิดโรคความจำเสื่อมน่าจะเป็นเพราะเสียง อนุภาคฝุ่นผงขนาดเล็ก ก๊าซไนโตรเจนอ็อกไซด์ และอนุภาคจากยางรถยนต์อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรค

ในทางสุขภาวะคนเราควรหลีกเลี่ยงมลภาวะทางอากาศในเมืองอยู่แล้ว จากที่องค์การอนามัยโลกกล่าวว่าในทุกๆ ปี จะมีผู้คนเสียชีวิตด้วยสาเหตุเกี่ยวข้องกับมลภาวะทางอากาศ 3 ล้านคน เนื่องจากมลภาวะทางอากาศจะเพิ่มความเสี่ยงโรคเส้นเลือดอุดตัน โรคหัวใจ โรคปอด และโรคทางเดินหายใจ โดยการวิจัยล่าสุดนี้ชวนให้เกิดความลังเลว่าควรจะเพิ่มโรคความจำเสื่อมเข้าไปเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่เกิดจากอากาศเป็นพิษหรือไม่ จากที่การวิจัยนี้เป็นการเปรยให้เห็นแนวทางความเป็นไปได้เท่านั้นแต่ยังไม่ถึงขั้นพิสูจน์ได้จึงอาจจะยังไม่ต้องถึงขั้นย้ายที่อยู่อาศัยกันเพราะงานวิจัยนี้

ผู้ศึกษาด้านสุขภาวะต่างก็พูดว่างานวิจัยนี้มีความสำคัญ เช่น มาร์ติน รอสเซอร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสุขภาวะแห่งชาติอังกฤษกล่าวว่าถึงแม้ตัวเลขร้อยละจะดูน้อยแต่เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่เป็นโรคนี้มีอยู่จำนวนมากทำให้ถือว่ามีนัยยะสำคัญ

ทางด้านทอม เด็นนิง ผู้อำนวยการศูนย์โรคสมองเสื่อมแห่งมหาวิทยาลัยนอตทิงแฮมกล่าวว่าการที่มลภาวะทางอากาศจากเครื่องยนต์ไอเสียอาจจะทำให้เกิดพยาธิสภาพทางสมองเป็นเรื่องที่เข้าใจได้และการเผชิญมลภาวะทางอากาศไปนานๆ อาจจะเพิ่มความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม ซึ่งแน่นอนว่าการต้องอาศัยอยู่กับมลภาวะทางอากาศหนักๆ เป็นเรื่องที่สุดแสนจะไม่น่าอภิรมย์อยู่แล้ว

 

เรียบเรียงจาก

Dementia rates 'higher near busy roads', BBC, 05-01-2017 http://www.bbc.com/news/health-38506735

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์