พยาน 'จิตรา' หอบวิดีโอโชว์ศาลทหาร ยันรายงานตัวกับสถานทูตจริง ไร้เจตนาฝืนคำสั่ง คสช.

ศาลทหารนัดสืบพยานจำเลยปากสุดท้ายคดี 'จิตรา คชเดช' ฝืน คำสั่ง คสช. กรณีไม่มารายงานตัว พยานงัดภาพถ่ายและวิดีโอ เบิกความ ยันเดินทางไปสถานทูตไทยในสวีเดนจริงจริง ไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่ง นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 6 ก.ค.นี้

จิตรา คชเดช (แฟ้มภาพ ประชาไท)

25 เม.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 เม.ย.60) เมื่อเวลา 9.00 น. ศาลทหารนัดสืบพยานจำเลยปากสุดท้าย ในคดีที่ จิตรา คชเดช นักสหภาพแรงงาน ซึ่งตกเป็นจำเลยในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยโจทก์ฟ้อง ว่า จิตรา ฝ่าฝืนคำสั่งคสช. แม้รู้คำสั่งแล้วแต่ไม่กลับมารายงานตัวภายในวันที่ 3 มิ.ย. 57 ในคำสั่งบอกว่าต้องไปรายงานตัวที่สโมสรกองทัพบก เทเวศน์เท่านั้น

ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความของจิตรา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จิตรา ให้การในศาลว่า ขณะนั้นอยู่ต่างประเทศ กลับมาไม่ทัน เปลี่ยนตั๋วเครื่องบินต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก และเคยเลื่อนตั๋วมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงไปรายงานตัวที่สถานทูตไทยในกรุงสตอกโฮล์มแทนในวันที่ 3 มิ.ย. 57 เพราะเห็นว่าสถานทูตน่าจะเป็นตัวแทนของประเทศไทยได้ แต่สถานทูตไม่รับรายงานตัว เพราะเห็นว่าไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มาก่อน และไม่มีกรอบอำนาจระบุหน้าที่ไว้

ขณะที่พยานจำเลยปากสุดท้ายคือเพื่อนชาวสวีเดนที่เดินทางไปสถานทูตพร้อมกับจิตราในวันที่ 3 มิ.ย. ยืนยันว่าจิตราได้เดินทางไปสถานทูตจริง พร้อมมีหลักฐานคือภาพถ่ายและวิดีโอ

นอกจากนี้พยานฝ่ายจำเลยที่ผ่านมามี เกศริน เตียวสกุล เจ้าหน้าที่สำนักงานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งจิตราได้ร้องต่อกรรมการสิทธิฯ ให้ช่วยดูแลตรวจสอบเคสของเธอ และยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ในฐานะผู้ยื่นหนังสือที่จิตราเขียนถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีใจความแสดงเจตนาว่าไม่ได้ต้องการฝ่าฝืนคำสั่งแต่มีกำหนดกลับไทยวันที่ 12 มิ.ย. 57

หลังสืบพยานจำเลยปากสุดท้าย ศาลทหารนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 6 ก.ค. 60 เวลา 8.00 น.

ภาวิณี กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่า ข้อเท็จจริงชัดเจน ไม่ได้มีเจตนาฝ่าฝืนแต่มีเหตุจำเป็นจริงๆ และเลือกที่จะไปรายงานตัวที่สถานทูต เห็นชัดเจนว่าไม่ต้องการขัดคำสั่ง มีหลักฐานชัดเจน มีการถ่ายภาพถ่ายวิดีโอ นอกจากนี้มีเคสที่คล้ายกันอยู่บ้างคือถูกเรียกรายงานตัวแต่อยู่ต่างประเทศและกลับมารายงานตัวทีหลัง แต่ไม่มีการดำเนินคดีอะไร เช่น เคสของสาวตรี สุขศรี ซึ่งไปดูงานที่อเมริกาในขณะนั้น และกลับมาจึงโดนควบคุมตัว 2 วัน แต่ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ถูกดำเนินคดี

จิตรา เล่าให้ฟังถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากถูกดำเนินคดีกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า สภาพจิตใจแย่ เพราะถูกควบคุมตัว มีความรู้สึกกังวลว่าจะถูกคุมขังอีก เวลาออกนอกประเทศต้องขออนุญาตออกนอกประเทศ ซึ่งเพิ่งยกเลิกคำสั่งนี้เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจเพราะต้องใช้เวลาในการมาศาล ต้องหยุดงาน มีค่าใช้จ่าย

มีความกังวลเรื่องของทหารไปที่บ้านพ่อและพี่สาว เพราะถูกสังคมและคนในหมู่บ้านตั้งคำถาม ทำไมต้องมาบ้านนี้ ลูกสาวไปทำอะไรมา โดยทหารไปที่บ้านเพื่อถ่ายรูปพ่อ ถ่ายรูปบ้าน แต่ก็พูดจาดี

“และที่สำคัญที่สุดคือคำสั่งประกันตัว ห้ามกระทำการใดๆ ที่ข้องเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งเป็นคำสั่งที่ห้ามแสดงออก มนุษย์เราต้องมีสิทธิเสรีภาพ ห้ามการแสดงออกเท่ากับขาดความเป็นคน คิดว่าเป็นผลกระทบที่ร้ายแรงมาก” จิตรา กล่าว

ทั้งนี้ จิตรา นักสหภาพแรงงาน ถูก คสช. เรียกเข้ารายงานตัวตามคำสั่งที่ 44/2557 เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.57 แต่ไม่สามารถเดินทางมารายงานตัวได้เนื่องจากติดภารกิจดูงานกิจกรรมสหภาพแรงงานที่สวีเดน อย่างไรก็ตามเธอได้แจ้งกับสถานทูตไทยในสวีเดนแล้ว แต่ก็ยังถูกออกหมายจับในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว เมื่อจิตราเดินทางกลับจากสวีเดนถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อ 13 มิ.ย.57 ก็ถูกควบคุมตัวไว้ที่กองปราบ 1 คืนก่อนจะได้รับการประกันตัวและถูกดำเนินคดีดังกล่าว

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์