ป.ป.ช.ขีดเส้น 30 วัน 'พล.อ.ประวิตร' แจงปมนาฬิกาหรู

ปมนาฬิกาหรู 'พล.อ.ประวิตร'  ป.ป.ช.ขีดเส้น 30 วัน เข้าชี้แจง ประธาน ป.ป.ช. ยันไม่หนักใจแม้เคยร่วมงานมาก่อน ด้าน ศรีสุวรรณ ยื่นสอบ อาจเข้าข่ายแจ้งบัญชีเท็จ-ร่ำรวยผิดปกติ ยกคำสัมภาษณ์มัด

8 ธ.ค.2560 ความคืบหน้ากรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงกลาโหม สวมนาฬิกา “ริชาร์ด มิลด์” RM 029 และแหวนทองคำขาวหัวเพชร ซึ่งมีมูลค่าหลายล้านบาทในระหว่างถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรีเมื่อเช้าวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยที่ทรัพย์สินดังกล่าวไม่ปรากฎในเอกสารบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งได้รายงานไว้ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เมื่อครั้งเจ้าตัวรับตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2557 จนถูกวิพากษณ์วิจารณ์นั้น

วานนี้ (7 ธ.ค.60) รายงานข่าวระบุว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เป็นประธานประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ โดยมีวาระการประชุมที่ วรวิทย์ สุขบุญ รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ช. รายงานเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม เพื่อแจ้งและขอมติที่ประชุมว่าทาง ป.ป.ช.จะให้สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง หยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาตรวจสอบหรือไม่ เนื่องจากเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ

ภายหลังการประชุม รักษาการเลขาฯ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีมติรับทราบ รายงานของสำนักงานป.ป.ช. และเบื้องต้นจะส่งหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ในเรื่องดังกล่าวโดยให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร หรือหาก พล.อ.ประวิตร จะมาชี้แจงด้วยตัวเองก็ได้ โดยกรอบตามกฏหมายต้องชี้แจงภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ ป.ป.ช.ส่งหนังสือไป หาก พล.อ.ประวิตร ชี้แจงเอกสารหลักฐานแล้ว จะได้รวบรวมเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อให้พิจารณาต่อไป โดยเรื่องนี้ไม่มีความซับซ้อนหรือยุ่งยาก เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน 

ต่อกรณีคำถามว่า ป.ป.ช.ชุดนี้อาจถูกวิจารณ์ว่าจะเป็นหน่วยงานที่ฟอกขาวให้กับ พล.อ.ประวิตร นั้น วรวิทย์ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่ได้มาเกี่ยวข้องในขั้นตอนการตรวจสอบแต่อย่างใด ซึ่งทางสำนักงานป.ป.ช.ดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติตามปกติเท่านั้น จากนั้นการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะทำตามพยานหลักฐาน ตนมั่นใจและเชื่อมั่นในคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ส่วนที่ พล.อ.ประวิตรระบุว่าได้ครอบครองนาฬิกาและแหวนซึ่งเป็นของเดิมอยู่แล้ว จะถือเป็นการปกปิดทรัพย์สินหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้แจ้งไว้ในบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.นั้น วรวิทย์ กล่าวว่า คงต้องรอข้อเท็จจริงก่อน ขอให้สำนักงานป.ป.ช.ได้รวบรวมก่อน ดังนั้นอย่าเพิ่งสันนิษฐานอะไรกันไปมากกว่านี้ สำหรับกรณีที่นายศรีสุวรรณร้องให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.อ.ประวิตรย้อนหลังด้วยนั้น สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบเป็นปกติอยู่แล้ว เมื่อมีผู้ร้องชี้ช่องพยานหลักฐานมาให้ สามารถดำเนินการเพิ่มเติมได้

ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า การชี้แจงครั้งนี้ ป.ป.ช.ต้องการทราบว่า พล.อ.ประวิตรได้ทรัพย์สินดังกล่าวมาอย่างไร และมีหลักฐานหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการได้มาโดยการซื้อหรือทางมรดก จากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและเปรียบเทียบกับรายการทรัพย์สินที่มีอยู่เดิมต่อไป อย่างไรก็ตาม กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเฉพาะตอนเข้ามาดำรงตำแหน่งและตอนออกจากตำแหน่งเท่านั้น ส่วนระหว่างการได้ทรัพย์สินมาระหว่างดำรงตำแหน่งนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องแสดงต่อ ป.ป.ช. เว้นแต่จะเป็นกรณีพิเศษอย่างกรณีนี้ที่ ป.ป.ช.ต้องขอความร่วมมือให้ พล.อ.ประวิตรมาชี้แจง ทั้งนี้ เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดความล่าช้า เนื่องจาก พล.อ.ประวิตรยืนยันมาตลอดว่าพร้อมชี้แจง

ต่อกรณีคำถามว่า ในฐานะที่เคยทำงานกับ พล.อ.ประวิตรมาก่อนในตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะหนักใจกับการเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกหนักใจ เพราะเป็นการทำงานตามระเบียบของ ป.ป.ช.อยู่แล้ว

ศรีสุวรรณ ยื่น ป.ป.ช.สอบ อาจเข้าข่ายแจ้งบัญชีเท็จ-ร่ำรวยผิดปกติ ยกคำสัมภาษณ์มัด

ขณะที่วันเดียวกัน (7 ธ.ค.60) ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นเรื่องผ่าน สุทธิ บุญมี ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ  เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนและยื่นฟ้องเป็นคดีฐานจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. หรือจงใจยื่นบัญชีฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ เนื่องจากพล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ระบุว่า "แหวนทองคำขาวหัวเพชรเป็นของเดิมที่เคยใส่มาอยู่แล้ว นาฬิกาก็ของเดิม" เป็นการยอมรับและชี้ให้เห็นว่านาฬิกาและแหวนเพชรดังกล่าวไม่ใช่ของใหม่ แต่กลับไม่ปรากฏในรายการที่แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. และเห็นว่ามีประเด็นที่อาจเข้าข่าย “การร่ำรวยผิดปกติ” ตามมาตรา 66 อีกด้วยเนื่องจากตามเอกสารบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งพล.อ.ประวิตรได้รายงานไว้ต่อ ป.ป.ช. นั้น มีบัญชีเงินฝากในธนาคารมากถึงกว่า 53 ล้านบาท  รวมทรัพย์สินอื่น ๆ แล้วมีมูลค่ามากกว่า 87 ล้านบาท โดยไม่ปรากฏที่มาของเงินในบัญชีธนาคารและทรัพย์สินอื่น ๆ   

“หากประมาณการจากการที่พล.อ.ประวิตรรับราชการทหารมาประมาณ 40 ปี เป็นนักการเมืองมา 2 สมัยและไม่ได้มีธุรกิจใด ๆ เลยนั้นก็ไม่น่าที่จะมีรายได้มากมายถึงขนาดนี้ อีกทั้งมีพิรุธจากการยื่นบัญชีทรัพย์สินรวม 4 ครั้ง ตั้งแต่ครั้งรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เมื่อพ้นจากตำแหน่ง เมื่อพ้นจากตำแหน่งหนึ่งปี และยื่นล่าสุดในรัฐบาล คสช. ปรากฏว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นตามลำดับคือ ครั้งแรก 56 ล้าน ต่อมาเพิ่มเป็น 69 ล้าน 79 ล้านและ 87 ล้านตามลำดับ” ศรีสุวรรณกล่าว  

ศรีสุวรรณ กล่าวว่า ขอให้ป.ป.ช.ทำการไต่สวนและหากพบความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายสูงสุด เช่นเดียวกันกับหลาย ๆ กรณีที่ ป.ป.ช.เคยวางบรรทัดฐานมาแล้ว เช่น กรณีคดีซุกหุ้น ทักษิณ ชินวัตร คดีเงินกู้ 45 ล้านบาท ของพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นต้น ซึ่งการตรวจสอบครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์การทำงานของ ป.ป.ช.ด้วยว่ามีศักยภาพหรือไม่

ที่มา : ไทยพีบีเอส, ไทยโพสต์ และสำนักข่าไทย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์