ทหารแจงปมฟ้อง 'ผู้จัดการออนไลน์' หลังรายงานซ้อมทรมาน เพื่อรักษาสิทธิของหน่วยทหาร

กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ชี้แจงเหตุ-แนวทางเข้าจัดกิจกรรมในโรงเรียนตาดีกา รวมทั้งอธิบายกรณีแจ้งความดำเนินคดี 'ผู้จัดการออนไลน์' หลังเผยแพร่ปมผู้ต้องสงสัยถูก จนท.ชุดซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ซ้อมทรมานเพื่อให้รับสารภาพ
 
15 ก.พ.2561 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า) แจ้งว่า วันนี้ พ.อ.ปราโมทย์  พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มด้วยใจและองค์กรเครือข่ายได้มีจดหมายข่าวร้องเรียน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยที่เกี่ยวข้อง เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารในโรงเรียนตาดีกา โดยกล่าวหาว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิเด็กและความเกี่ยวพันของเด็กในความขัดแย้งกันด้วยอาวุธ และพร้อมกันนี้ได้เผยแพร่หนังสือดังกล่าวผ่านสื่อต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ นั้น
 
โฆษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ชี้แจงว่า การจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และสร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียนผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของความเป็นชาติไทย เช่น การใช้ภาษาไทย, การทำกิจกรรมหน้าเสาธง การร้องเพลงชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนยอมรับการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม โดยไม่ทำลาย   อัตลักษณ์อันดีงามของท้องถิ่น ทั้งนี้เพราะในห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการตรวจพบบุคคลบางกลุ่มได้แอบแฝงเข้าไปปลูกฝังความคิดความเชื่อที่ผิดๆ ในสถานศึกษา ที่นำไปสู่การสร้างความเกลียดชังและใช้ความรุนแรงในปัจจุบัน  
 
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้กำหนดแนวทางในการเข้าไปพบปะพัฒนาสัมพันธ์และทำกิจกรรมในโรงเรียนด้วยความระมัดระวังและไม่กระทบต่อการเรียนการสอน โดยให้หลีกเลี่ยงการพกพาอาวุธในขณะที่ทำกิจกรรมกับเด็กนักเรียน ทั้งนี้จะต้องมีการแจ้งให้ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำศาสนาในพื้นที่ทราบก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกครั้ง ผลจากการปฏิบัติที่ผ่านมาทำให้สามารถสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันของบุคลากรครู, ผู้นำศาสนา, ผู้นำท้องถิ่นและผู้ปกครอง รวมทั้งสร้างการยอมรับในการอยู่ร่วมกันภายใต้ความหลากหลายมากยิ่งขึ้น สำหรับเหตุการณ์ตามที่ได้ร้องเรียนนั้น ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าเจ้าหน้าที่อาจมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยได้พกพาอาวุธในขณะทำกิจกรรม ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 หรือผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเข้าไปสร้างความเข้าใจกับผู้บริหารสถานศึกษา พร้อมกับเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
 
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุด้วยว่า ผลจากการเข้าไปพบปะพัฒนาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมในโรงเรียนตาดีกาตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการปฏิบัติภายใต้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศไทย โดยไม่มีการละเมิดสิทธิเด็กและความเกี่ยวพันของเด็กในความขัดแย้งกันด้วยอาวุธ ทั้งนี้เพราะปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มิใช่เป็นพื้นที่ขัดแย้งด้วยอาวุธ หรือพื้นที่สงครามตามที่กล่าวอ้างและยกระดับแต่อย่างใด จึงขอให้กลุ่มด้วยใจและองค์กรเครือข่าย เคลื่อนไหวด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่มีนัยยะอื่นแอบแฝงด้วยการช่วยกันต่อต้านกลุ่มที่ใช้สถานศึกษาปลูกฝังเด็กให้เข้าสู่วงจรความรุนแรง จึงจะถือเป็นการปกป้องสิทธิเด็ก อย่างแท้จริง มิเช่นนั้นอาจทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนให้มีการใช้ ความรุนแรงเช่นเดียวกับอีกหลายๆ กลุ่ม ที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน 
 

แจงปม ฟ้อง 'ผู้จัดการออนไลน์' เพื่อรักษาสิทธิของหน่วยทหาร

ขณะเดียวกัน พ.อ.ธนาวีร์  สุวรรณรัตน์  รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้มอบหมายให้ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์หลังจากที่นำเสนอบทความโดยระบุว่า ผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงรายหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ชุดซักถามของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ทำการซ้อมทรมานเพื่อให้รับสารภาพในระหว่างถูกควบคุมตัวในศูนย์ซักถามโดยเนื้อหาระบุถึงลักษณะการกระทำทารุณด้วยวิธีการต่างๆ นั้น ยังมีสำนักข่าวบางแห่งอ้างความเห็นจากองค์กรสิทธิมนุษยชน โดยระบุว่าเป็นการลิดรอนเสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็น และสิทธิ ในการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐ นั้น
รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงว่า การฟ้องดำเนินคดีต่อสื่อผู้จัดการออนไลน์ เป็นการฟ้องเพื่อรักษาสิทธิ และปกป้องศักดิ์ศรีของหน่วยงานภาครัฐ คือ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ที่โดนสื่อมวลชนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ใส่ร้ายทำให้หน่วย และกองทัพเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่มีเจตนาต้องการปิดปากหรือใช้กฎหมายเพื่อปกปิดข้อเท็จจริง ตรงกันข้ามการฟ้องร้องดำเนินคดีกับสื่อมวลชนที่รายงานข่าวโดยคลาดเคลื่อนไม่ตรวจสอบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง เป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เปิดทางให้ทุกฝ่ายได้นำเสนอข้อมูลและพยานหลักฐานในชั้นศาล เป็นกระบวนการที่เอื้อต่อการเปิดเผยข้อมูลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง มิใช่กระบวนการปิดปากตามที่องค์กรสิทธิมนุษยชนบางแห่งกล่าวหา

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า  ระบุด้วยว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เคารพในสิทธิ และหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ สื่อมวลชนก็ต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องไม่กล่าวหาให้บุคคล หรือหน่วยงานอื่นๆ ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นจริยธรรมพื้นฐานของสื่อมวลชนเช่นกัน

 พ.อ.ธนาวีร์ ชี้แจงต่อว่า การควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยในคดีความมั่นคง และกระบวนการซักถาม ณ ศูนย์ซักถามของหน่วย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน มีการบันทึกภาพในทุกขั้นตอน มีกำหนดห้วงเวลาให้ญาติของผู้ต้องสงสัยเข้าเยี่ยมได้ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นได้เน้นย้ำกวดขันไม่ให้มีการบังคับ หรือซ้อมทรมานตามที่สื่อผู้จัดการออนไลน์รายงาน เผยแพร่แต่อย่างใด จึงขอให้มั่นใจในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ด้วยความยุติธรรม ตามพยานหลักฐานและยึดหลักสิทธิมนุษยชน จึงขอให้สื่อมวลชนได้ตรวจสอบข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง  ให้รอบคอบ และสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อน เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์