อัพเดทล่าสุดเมื่อ 9 ชั่วโมง 4 นาที ที่ผ่านมา

พรรคประชาธิปไตยใหม่ #1 เน้นเคาะประตูบ้าน ไม่หวั่นโซเชียล ไม่กลัวพลังดูด คสช.

เปิดบ้านพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคการเมืองขนาดเล็กที่เปิดตัวไม่ถึง 90 วัน ก็สามารถคว้า 1 ที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งปี 54 มาวันนี้พวกเขากำลังหาทางแก้โจทย์รัฐธรรมนูญ 2560 ที่สร้างอุปสรรคให้พรรคเล็ก เพราะใช้บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต มาคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

เปิดบ้านพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคการเมืองขนาดเล็กที่เปิดตัวไม่ถึง 90 วัน ก็สามารถคว้า 1 ที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งปี 54 มาวันนี้พวกเขากำลังหาทางแก้โจทย์รัฐธรรมนูญ 2560 ที่สร้างอุปสรรคให้พรรคเล็ก เพราะใช้บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต มาคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

แม้จะมีคำสั่งของ คสช. ที่จำกัดการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง แต่ทุกวันนี้พวกเขาเดินสายเคาะประตูบ้าน ปราศรัยทั้งงานบุญงานบวช แม้จะไม่เน้นโซเชียลแต่ก็รีแบรนด์โลโก้พรรคจาก "ลูกโลก" มาเป็น "พญานาค 7 เศียร" หวังใช้ส่งข้อความ "สวัสดีวันจันทร์" สร้างความจดจำในหมู่สมาชิกพรรคที่ใช้ LINE

ขณะที่หัวหน้าพรรค "สุรทิน พิจารณ์" ก็ย้ำว่าไม่หวั่นประชาธิปไตยไทยนิยม+พลังดูดของ คสช. ไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนอก และหากประชาชนเลือก "พรรคประชาธิปไตยใหม่" ก็พร้อมเป็นรัฐบาลไม่ขอเป็นฝ่ายค้าน

สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่

สมาชิกพรรคร่วมงานทำบุญพรรคประชาธิปไตยใหม่ย่างเข้าสู่ปีที่ 8 เมื่อ 6 เมษายน 2561 (ที่มา: พรรคประชาธิปไตยใหม่)

000

แม้โรดแมปจัดเลือกตั้งของ คสช. จะทอดเวลาออกไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรืออาจจะเกิดขึ้นล่าช้ากว่านั้น แต่ผลของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ทำให้พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่กลับมาคึกคักอีกครั้ง

และหนึ่งในนั้นก็คือ "พรรคประชาธิปไตยใหม่" ซึ่งเพิ่งครบรอบวันก่อตั้งพรรคปีที่ 7 เข้าสู่ปีที่ 8 ในวันที่ 21 เมษายน โดยที่ผ่านมาพรรคเพิ่งจัดงานทำบุญพรรคเมื่อวันที่ 6 เมษายน และประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนอก นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง และหากประชาชนเลือกก็พร้อมเป็นรัฐบาลไม่เป็นฝ่ายค้าน (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

พรรคประชาธิปไตยใหม่ #2 แก้แล้ง แก้จน ปฏิรูปยุติธรรมสไตล์ไทบ้าน

 

ประสบการณ์จากพรรคเล็ก
หาเสียงทั่วประเทศจนได้ที่นั่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ

ที่ทำการพรรคประชาธิปไตยใหม่ ย่านวิภาวดีรังสิต

คณะทำงานพรรคประชาธิปไตยใหม่ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์

ที่อาคารพาณิชย์ 2 คูหา 3 ชั้น ย่านวิภาวดีรังสิต 78 ซึ่งเป็นที่ทำการพรรคประชาธิปไตยใหม่ เป็นวันที่มีการประชุมของแกนนำพรรค เพื่อเตรียมลงพื้นก่อนการเลือกตั้งที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้น ที่ฝาผนังของห้องประชุมมีตารางที่พิมพ์ลงในแผ่นไวนิลแสดงเขตเลือกตั้ง 350 เขตทั่วประเทศ ซึ่งหลายพื้นที่มีการระบุชื่อบุคคลที่พรรควางมือให้เป็นผู้สมัคร

อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 อาจไม่ใช่โจทย์เดียวกับศึกเลือกตั้งที่พวกเขาเคยประสบความสำเร็จเมื่อ 7 ปีก่อน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2554 หลังจากนายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดแจ้งการตั้งพรรคประชาธิปไตยใหม่เมื่อ 21 เมษายน 2554 (อ่านเอกสาร) พวกเขาใช้เวลาไม่ถึง 3 เดือน ก็สามารถชนะคว้าที่นั่งได้ในการเลือกตั้งทั่วไป 3 กรกฎาคม 2554 โดยฝ่ากระแส 2 พรรคใหญ่ เน้นลงพื้นที่หาเสียงทั่วประเทศจนได้ 125,784 คะแนน เพียงพอสำหรับการได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่งคือ พัชรินทร์ มั่นปาน

โดยในการเลือกตั้งปี 2554 พรรคประชาธิปไตยใหม่ชูนโยบาย "กินได้ ทำเป็น ด้วยรัฐสวัสดิการ” พร้อม 6 ข้อเสนอคือ 1. กองทุนบำนาญประชาชน 2. ส่งแรงงานฟรีไม่มีค่าหัว 3. รักษาฟรีทุกโรคทุกที่ ลดหนี้เกษตรกร 4.เรียนฟรีถึงปริญญาตรีโดยสมัครใจ 5.กองทุนเพื่อการประกอบวิชาชีพ 6.จบปริญญาตรี/อาชีวะมีงานทำแน่นอน

"แนวทางของประชาธิปไตยใหม่มันเป็นสวัสดิการสังคม ไม่ใช่ทุนนิยม ไม่ใช่อนุรักษ์นิยม แล้วก็ไม่ใช่เสรีนิยม ซึ่งจะมีแนวโน้มไปทางสแกนดิเนเวีย แต่ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ เป็นสวัสดิการสังคม หมายความว่าสังคมไหนพร้อมจะให้สวัสดิการคนในสังคม ทำเลย ทุกอย่างต้องถือสังคมเป็นโมเดล คนในสังคมร่วมมือกัน เสร็จแล้ว เมื่อมีกองทุน มีทรัพยากร ในสังคมนั้นก็ช่วยกัน ทรัพยากรต่างๆ ในสังคมให้กลับไปตอบแทนคนในสังคมในรูปของสวัสดิการ" สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กล่าวถึงแนวทางหลักของพรรคที่ยึดมาตลอดนับตั้งแต่ก่อตั้ง

โดยหลังเลือกตั้ง พรรคประชาธิปไตยใหม่เข้าร่วมรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลมี ส.ส. 300 เสียง และถึงแม้ว่าสุรทิน จะพลาดจากตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากขาดคุณสมบัติ แต่เขาก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะทำงานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและเร่งรัดแก้ไขปัญหาของสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค โดยร่วมรัฐบาลจนกระทั่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยยุบสภาเมื่อ 9 ธันวาคม 2556 หลังเผชิญการชุมนุมยืดเยื้อของ กปปส. และเกิดรัฐประหาร คสช. 22 พฤษภาคม 2557

 

ผลกระทบต่อพรรคเล็กหลังรัฐประหาร คสช.

หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งยังเป็นประธานกลุ่มสหพรรคประชาธิปไตย กลุ่มซึ่งเป็นการรวมกันของพรรคการเมืองขนาดเล็กกว่า 30 พรรค กล่าวถึงผลกระทบหลังรัฐประหาร คสช. ด้วยว่า ไม่ได้กระทบแค่พรรคขนาดเล็ก แต่ทุกพรรคกระทบหมด และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 ที่มีผลห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนแล้ว เขาคิดว่ายังไม่กระทบต่อพรรคการเมืองขนาดเล็กเท่ากับ ประกาศ คสช. 57/2557 ที่ข้อ 2 ของประกาศมีผลห้ามมิให้พรรคการเมืองดำเนินการประชุม หรือดำเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง รวมทั้งระงับการจัดสรรเงินสนับสนุนแก่พรรคการเมืองของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองเป็นการชั่วคราว

"ที่หนักก็คือประกาศ คสช. 57/2557 ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม และงบประมาณที่ กกต. ให้มา ถูกดึงคืนหมดแม้กระทั่งดอกเบี้ย" สุรทินกล่าว

สุรทินซึ่งเคยร่วมกับแกนนำพรรคเล็กในนาม "สหพรรคประชาธิปไตย" ซึ่งเคยเสนอให้ยกเลิกประกาศ คสช. 57/2557 เพื่อให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ กล่าวถึงผลกระทบหลังระงับเงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองว่า พรรคเล็กอื่นๆ แทบสลายตัว เนื่องจากขาดงบประมาณในการดำเนินงาน หลายพรรคต้องเลิกเช่าสำนักงาน ขณะที่ประกาศ คสช. 57/2557 ห้ามพรรคการเมืองดำเนินการทางการเมือง แต่ คสช. ไม่ได้ยุบ กกต. ดังนั้นเจ้าหน้าที่ กกต. ยังคงตรวจสำนักงานพรรค และสาขาพรรคตามปกติ ซึ่งสร้างอุปสรรคให้กับพรรคการเมืองในทางปฏิบัติ

โดยที่ผ่านมามีพรรคการเมืองขนาดเล็กหลายพรรคถูกยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 5 ปี เนื่องจากไม่ได้ส่งรายงานใช้จ่ายเงินสนับสนุนพรรคการเมืองให้ถูกต้อง อาทิ พรรคคนขอปลดหนี้ ชาติสามัคคี เพื่อประชาชนไทย

 

เปลี่ยนยุทธศาสตร์เลือกตั้ง
หลังปรับโจทย์ใหม่ตามรัฐธรรมนูญ 2560

นิพนธ์ ชื่นตา เลขาธิการพรรคประชาธิปไตยใหม่
กับตารางแสดงเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ

ห้องประชุมชั้น 3 ของที่ทำการพรรคประชาธิปไตยใหม่ "นิพนธ์ ชื่นตา" เลขาธิการพรรคประชาธิปไตยใหม่ชี้ให้ดูข้างฝามีตารางที่พิมพ์ลงในแผ่นไวนิลแสดงเขตเลือกตั้ง 350 เขตทั่วประเทศ ซึ่งหลายพื้นที่มีการระบุชื่อบุคคลที่พรรควางมือให้เป็นผู้สมัคร

ทั้งนี้ด้วยโจทย์และรูปแบบการเลือกตั้งที่ต่างไป ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ 2560ที่ไม่ใช่แบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ "แบ่งเขต-บัญชีรายชื่อ" แบบรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 แต่ตามโจทย์เลือกตั้งใหม่ "แบบจัดสรรปันส่วนผสม" จะคำนวณคะแนนจากบัตรเลือกตั้งใบเดียว คือบัตรเลือกตั้ง ส.ส. ระบบแบ่งเขต 350 เขต มาคำนวณ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ150 ที่นั่ง ซึ่งจะสร้างอุปสรรคให้กับพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่จะต้องส่งผู้สมัคร ส.ส.ระบบแบ่งเขตทั่วประเทศ หรืออย่างน้อยต้องส่งลงพื้นที่เป้าหมายให้มากที่สุด หากต้องการฐานคะแนนสำหรับคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ

"คิดว่าจะส่งทั้งหมด 350 เขต กับบัญชีรายชื่อ 150 คน รวมเป็น 500 คน" สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ตอบคำถามเรื่องจำนวนผู้สมัครที่พรรควางแผนไว้ในการเลือกตั้ง

ขณะที่ "นิพนธ์ ชื่นตา" เชื่อว่าหากไม่ได้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ 2560 แต่ใช้ระบบเดิมแบบรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ พรรคการเมืองขนาดเล็กก็ไม่ต้องตั้งงบประมาณเยอะสำหรับการเลือกตั้ง โดยส่งแต่ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ไม่ต้องส่ง ส.ส.เขตก็ได้

"เมื่อต้องส่งลง 350 เขต เราต้องใช้ความพยายามมากขึ้น ต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น ต้องมีตัวบุคคลมากขึ้น ตอนนี้เราต้องมีอย่างน้อย 350 คนเพื่อลงใน 350 เขต ทีนี้จังหวัดหนึ่งต้องมีสมาชิกพรรค 100 คนจึงจะส่งลงได้ 77 จังหวัดก็ 7,000 กว่าคน ยังไม่นับการตั้งสาขาพรรคอีก มันกลายป็นภาระที่พรรคเล็กต้องทำ" นิพนธ์กล่าวถึงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่ว่าจะส่งได้ทั้ง 350 เขต โดยเลขาธิการพรรคประชาธิปไตยใหม่ผู้นี้ประเมินว่ามีบางจังหวัดบางพื้นที่ ที่อาจส่งผู้สมัคร ส.ส. ได้ยาก เนื่องจากเป็นเขตอิทธิพล โดยอิทธิพลที่ว่าไม่ใช่เขตทหาร แต่เป็นเขตนักการเมือง

"ไม่ใช่ทหาร เป็นพรรคการเมืองเก่า เขาเป็นเจ้าพ่อ เป็นบ้านใหญ่ มีอิทธิพลอยู่ในเขต เราจะส่งผู้สมัครลง ผู้สมัครก็อาจกลัวอิทธิพล กลัวความปลอดภัยของตัวเอง บางทีตัดสินใจจะลงกับเรา พอถึงเวลา ไปปรึกษากับครอบครัว เอาชีวิตรอดไว้ก่อน ก็เลยไม่กล้าลง" นิพนธ์กล่าว

เขากล่าวด้วยว่าพรรคใหญ่ยังไม่น่ากลัวเท่ากับบ้านใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสานซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ในพื้นที่ หรือภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยนิพนธ์เชื่อว่าในพื้นที่เหล่านี้พวกเขาสามารถส่งผู้สมัครลงแข่งได้อย่าง "สบายใจ" รวมทั้งพื้นที่อีสานใต้ของพรรคภูมิใจไทย เขายังเชื่อว่าน่าจะส่งผู้สมัคร ส.ส. ได้และไม่ตึงเครียดเหมือน "บ้านใหญ่" ในพื้นที่ภาคกลาง

 

พร้อมรับมือระบบเลือกตั้งแบบใหม่
ที่คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากบัตรเลือกตั้งแบ่งเขต

ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว แล้วนำมาคำนวณคะแนนบัญชีรายชื่อนั้น สุรทินกล่าวว่า พรรคประชาธิปไตยใหม่เตรียมพร้อม ทั้งนี้หากใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัครเลือกตั้งใบเดียว พรรคก็มีความกังวล แต่เที่ยวนี้ต้องแม่น โดยสุรทินเชื่อว่าในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ คนในครอบครัวจะต้องคุยกันว่าจะเลือกใคร พ่อแม่ลูกเลือกเบอร์ไหน ดังนั้น การหาเสียงต้องเข้าถึงตัว

ส่วนการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียนั้น สุรทินกล่าวว่า "ผมไม่เชื่อว่าต้องเน้นโซเชียลมีเดีย ก็เชื่ออยู่บ้าง แต่ไม่เป็นแนวหลักที่พรรคต้องปฏิบัติตามนั้น พรรคต้องเคาะประตูอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเรื่องนำเสนอนโยบายต้องให้ผู้สมัครลงพื้นที่ปฏิบัติ ใช้แต่โซเชียลมีเดียบางทีก็ไม่ถึงคนไกลปืนเที่ยงที่จะเลือกเรา เพราะบางพื้นที่สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี"

"พรรคต้องให้ผู้สมัครของพรรคลงพื้นที่ให้ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถ้าไม่ลงพื้นที่ก็ลำบากแล้วล่ะ โซเชียลก็จะทำ แต่ไม่คิดว่าเป็นตัวตัดสินชัยชนะหรือแพ้"

"พญานาค 7 เศียร" โลโก้ใหม่ของพรรคประชาธิปไตยใหม่

นอกจากนี้พรรคประชาธิปไตยใหม่ยัง "รีแบรนด์" โดยปรับโลโก้พรรคให้สามารถสร้างการจดจำกับฐานเสียงได้มากขึ้น "เรื่องกาบัตร แต่ก่อนโลโก้ของพรรคเป็นรูปลูกโลก ซึ่งคนแก่เรียนหนังสือเท่านั้นจึงจะรู้เรื่องโลก ประชาธิปไตยใหม่ก็เลยปรับโลโก้ใหม่เป็นพญานาค เป็นงูใหญ่ เหมือนกับละครอินเดียเรื่องนาคิน"

"โลโก้เป็นพญานาค 7 หัว คือ 7 วัน จันทร์ถึงอาทิตย์ เจตนาคือให้คนจำได้ เพราะในบัตรเลือกตั้งมีชื่อพรรค สัญลักษณ์พรรค แต่ไม่มีผู้สมัครอยู่ในนั้น และเบอร์แต่ละเขตก็ไม่ซ้ำกันด้วย ถ้าหัวหน้าพรรคจะไปหาเสียงว่าพี่น้องไปเลือกเบอร์ 3 พอข้ามเขตบอกว่าไปเลือกเบอร์ 7 มันก็จะสับสน เราบอกว่าถ้าจะเลือกพรรคประชาธิปไตยใหม่ เห็นพญานาคกาเลย ไม่ต้องดูเบอร์แล้ว" สุรทินกล่าว

สุรทินประเมินว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เป็นเรื่องของ คสช. ที่อยากให้วุ่น เพราะตัวเองมีรองถุงแล้ว 250 คือ ส.ว.สรรหา และหา ส.ส. อีก 250 ที่นั่ง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล "เพราะ คสช. คิดว่าเสื้อเหลือง เสื้อแดงตีกัน เลยมาเป็นกรรมการ แต่คราวนี้กรรมการอยากลงไปเล่นเอง เมื่ออยากลงเองเลยคิดให้แชมป์เก่าวุ่นวาย เพื่อตนเองจะได้เข้ามาได้ เพราะฉะนั้นรอดูผลการเลือกตั้งว่าจะออกยังไง ของพรรคประชาธิปไตยใหม่เตรียมพร้อมเลย ทุกคนบอกว่าหัวหน้าไม่ให้สัมภาษณ์มากเท่าไหร่ยิ่งดี ให้ลงหาชาวบ้านดีกว่า นี่คือกลยุทธ์พรรคของประชาธิปไตยใหม่"

"ปกติผมเป็นนักปราศรัย เป็นนักโต้วาทีอยู่แล้ว เขารู้อยู่แล้ว ผมจะลงตามวัด โบสถ์ มัสยิด ศาลากลางบ้าน ต้องอธิบายให้พี่น้องเข้าใจเท่านั้น ลงพื้นที่มากเท่าไหร่ยิ่งดี การเลือกตั้งยิ่งช้าเท่าไหร่ ประชาธิปไตยใหม่ยิ่งได้เปรียบ" สุรทินกล่าวด้วยความมั่นใจ

ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 ที่เป็นข้อจำกัดต่อการรวมกลุ่มทางการเมืองนั้น สุรทินกล่าวว่า หากจะประกาศวันเลือกตั้งแล้ว คำสั่ง คสช. 3/2558 ต้องยกเลิก

"มันก็ควรต้องยกเลิก ไม่อย่างนั้นจะมาฟังปราศรัยนโยบายได้ยังไง พี่น้องกินข้าวเสร็จหลังทำไร่ทำนาจะได้มาฟังนโยบาย ถ้ามาเกินห้าคนแล้วติดคดี จะมีคุกที่ไหนขังคน บ้านนี้ 30 คน บ้านนี้ 40 คน มาฟังจะติดคุกหมดเลย ใช่มั้ยครับ ถ้าไม่ยกเลิกจะกลายเป็นปัญหา" สุรทินกล่าว ทั้งนี้เขาย้ำว่าต้องหากใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว คำสั่ง 3/2558 ก็ต้องยกเลิก เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง

 

ไม่หวั่นพลังดูด คสช. และ "ประชาธิปไตยไทยนิยม"

นอกจากการเซ็ทกติกาเลือกตั้งขึ้นมาใหม่ คสช. ยังปูทางไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ด้วยการรวบรวมเสียงจากพรรคการเมือง รวมไปถึงการส่งวิทยากรลงพื้นที่ทั่วประเทศเพื่ออบรมแนวคิด "ประชาธิปไตยไทยนิยม" ในพื้นที่เป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปไตยใหม่ไม่เชื่อว่าวิทยากรอบรม "ประชาธิปไตยไทยนิยม" จะได้ผล

โดยนิพนธ์ ชื่นตา กล่าวว่า "เขาคาดหวังว่าการที่จะลงประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศต้องลงทุกหมู่บ้าน เขาก็จัดเลยทีมงาน ทีมวิทยากร 7,000 กว่าคนลงไปตำบลละทีม มีการกระจายงบประมาณเพื่อพัฒนาหมู่บ้าน งวดแรก 2 แสน งวดต่อไป 3 แสน รวมเป็น 5 แสน คนที่ไปทำงานเป็นคนที่ทำตามคำสั่ง เป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เจ้าหน้าที่พัฒนากร ทำตามคำสั่ง ไม่เหมือนพรรคการเมืองไปทำนะ"

"เขาไปทำตามคำสั่ง จบหน้าที่แล้วก็จบ ความผูกพันไม่มี ไม่เหมือนพรรคการเมืองที่ลงไปคุยแล้วคุยอีก เป็นพวกเดียวกัน แต่อันนี้พูดแล้วจบตามปฏิทิน มันต่างกัน ดังนั้น การที่จะได้เสียง ได้คะแนน ถ้าเขาคิดว่าถ้าลงไทยนิยม เขาจะจัดเลือกตั้งแล้ว แต่พอประเมินแล้ว 2 รอบ 3 รอบ มันไม่ขึ้นก็เลยรอไปก่อน"

ขณะที่สุรทินกล่าวว่า ในช่วงหลังรัฐประหาร คมช. สมัย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็มีการส่ง "วิทยากรแม่ไก่" ลงพื้นที่ โดยคาดหวังว่าจะเอาชนะพรรคเดิม แต่ผลการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชนที่สืบต่อมาจากพรรคไทยรักไทยก็ยังชนะ

"ผมอยากแนะรัฐบาลด้วยซ้ำไปว่า คนไปปฏิบัติตามคำสั่ง มันได้หัวใจชาวบ้านหรือไปนั่งอยู่บนหัวชาวบ้าน การไปทำประชาธิปไตยไทยนิยมยั่งยืนได้นั่งอยู่ในหัวใจชาวบ้านไหม"

"เวลาส่งทหารลงพื้นที่ แม้กระทั่งน้ำชาวบ้านก็ยังไม่เรียกให้ดื่ม กรณีนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ก็มีส่วนราชการออกหนังสือว่าจะมีการอบรมหัวข้อทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ จนชาวบ้านจะเตะผู้ว่าราชการจังหวัดออกจากขอนแก่น แถมรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นคนลงนามหนังสือ ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ดันเป็นคนชุมแพอีก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น"

"แต่พรรคประชาธิปไตยใหม่เวลาไปงานศพ ก็ประกาศต่อหน้าพี่น้องเลยว่าถ้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ชนะการเลือกตั้ง พี่น้องจะได้มีจังหวัดชุมแพเกิดขึ้นไวๆ จะได้มีสนามบิน พี่น้องปรบมือหมดเลย คือความคาดหวังมันต่างกัน"

สุรทินกล่าวย้ำว่าแกนนำพรรคประชาธิปไตยใหม่ลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ เพราะพรรคการเมืองต้องนั่งอยู่ในหัวใจประชาชน ประชาชนจึงจะเลือก เงินไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดในการเลือกตั้ง เงินอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เหนื่อย คนทำงานไม่เหนื่อย แต่จะชนะการเลือกตั้งหรือไม่เป็นอีกเรื่อง

ส่วนกระแสข่าวรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ดูดพรรคการเมืองนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ยังเชื่อว่าจะไม่มีผลทางการเมือง "การเมืองเดี๋ยวนี้ชาวบ้านปฏิรูปแล้ว แต่ผู้มีอำนาจยังไม่ปฏิรูปตัวเอง ไปคิดว่าชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ข่าวนี้เลยเหมือนสุภาษิตฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมาพบกัน เรื่องดูด ส.. ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยเกิดขึ้นมาแล้วสมัย รสช. ที่ตั้งพรรคสามัคคีธรรมก็ไปดูดมา แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ส่วนยุค คสช. ก็เป็นกลุ่ม คสช. นี่แหละที่ไปโทษนักการเมืองกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ว่าไม่ดี เป็นคนสีเทา สุดท้ายไปเอาเขามาอยู่ด้วย ส่วนพวกนักการเมืองพวกนี้ก็เอาอยู่แล้ว ดีกว่าอยู่เปล่าๆ เพราะได้ทั้งเงินทั้งตำแหน่ง ทำไมเขาจะไม่เอา ส่วนคนที่จะเสียก็คนมีอำนาจ อย่างไปบุรีรัมย์นึกว่าจะไปดูดเขา สุดท้ายถูกเขาดูด ดังนั้นอย่าคิดว่าเขาจะมาให้ง่ายๆ" สุรทินกล่าว

เขาทิ้งท้ายด้วยว่าพรรคประชาธิปไตยใหม่เตรียมพร้อมเลือกตั้ง ส่วนช่วงนี้ไม่ขออยู่ในวังวนการเมืองไทย ขอเล่นการเมืองอินเตอร์เพราะเพิ่งไปยื่นหนังสือประท้วงรัฐบาลสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดซีเรีย

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai : ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai : LINE ไอดี = @prachatai