อัพเดทล่าสุดเมื่อ 27 นาที 3 วินาที ที่ผ่านมา

อนาคตใหม่ หวัง กกต. จะไม่เป็นเครื่องมือให้ คสช. ใช้บีบพรรคการเมือง

ปิยบุตร-ธนาธร แถลงหลัง กกต. โทรมาสั่งห้ามพรรคระดมทุน ชี้การสั่งห้ามไม่มีความชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการจำกัดเสรีภาพที่เกินกว่าเหตุ ขอให้ กกต. ทบทวน ไม่ก็ออกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อจะได้ดำเนินการยื่นฟ้องเพิก แต่ยังหวังว่า กกต. จะไม่เป็นกลไกให้ คสช. ใช้บีบพรรคการเมือง

10 ต.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรณีที่ พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้แจ้งในกลุ่มไลน์พรรคว่า ทางพรรคอนาคตใหม่ได้รับโทรศัพท์จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ห้ามพรรครับบริจาคเงินเนื่องจากถือเป็นกิจกรรมทางการเมือง ขัดคำสั่ง คสช. 

โดยแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า กรณีพรรคการเมืองรับบริจาคเงินนั้น มีการห้ามไว้ในประกาศ คสช.ที่ 57/2557 เรื่องให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลใช้บังคับต่อไป ซึ่งในครั้งนั้น กกต. ได้มีการออกหนังสือเวียนแจ้งให้พรรคการเมืองทราบว่าให้รับเงินบริจาคได้แค่จากกรรมการบริหารพรรค ในจำนวนเงินเท่าที่จำเป็นที่จะต้องใช้จ่าย ซึ่งเป็นการบังคับใช้กับพรรคการเมืองเดิมแต่ก็ใช้กับพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่เช่นกัน และขณะนี้แม้จะมี พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 แล้ว แต่ประกาศดังกล่าวก็ยังมีผลใช้บังคับอยู่ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่และอาจไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว จึงไม่ทราบการดำเนินการเกี่ยวกับการรับเงินบริจาค

ต่อมาปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงถึงเรื่องดังกล่าวว่า หลังการรัฐประหาร 2557 คสช. ได้ออกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 57/2557 ห้ามพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม ดำเนินการกิจกรรมทางการเมือง จากคำสั่งนี้ กกต. ได้มีมติ และวางเป็นแนวทางต่อมาว่า การห้ามการดำเนินกิจกรรมการเมืองของพรรคการเมืองให้รวมไปถึงการรับบริจาคเงินจากผู้สนับสนุนพรรคการเมืองด้วย ซึ่ง กกต. ได้วางแนวทางไว้ว่าหากจะมีการรับบริจาค ให้รับได้เฉพาะจากกรรมการบริหารพรรค และจากกรรมการสาขาพรรคการเมืองเท่านั้น และจากกรณีนี้ได้มี เจ้าหน้าที่กกต.  ติดต่อมายังทางพรรคอนาคตใหม่ว่า การระดมทันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ในเวลานี้

ปิยบุตร ระบุว่า ทางพรรคอนาคตใหม่มองว่า เสรีภาพเป็นเรื่องหลัก ส่วนการจำกัดสิทธิและเสรีภาพเป็นข้อยกเว้น คือจำเป็นต้องมีกฎหมายในการจำกัดเสรีภาพ การจัดเสรีภาพจะต้องมีเหตุผล คือสมควรแก่เหตุ ต้องมีเหตุผลอธิบายได้ว่าจำกัดไปเพื่ออะไร กรณีนี้ทางพรรคเห็นว่า ไม่มีฐานอำนาจอะไรที่ กกต. จะมาห้ามไม่ให้มีการบริจาค และเสรีภาพที่ถูกจำกัดลงนี้ก็ไม่สมควรแก่เหตุ เพราะเหตุผลของ กกต. คือเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งการรับบริจาคเงินของพรรคการเมืองไม่ได้สร้างความกระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อย ฉะนั้นยืนยันว่า การห้ามรับบริจาค มีปัญหาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เขากล่าวต่อว่า ทางพรรคกำลังดำเนินการเรียกร้องไปยังสักงานงาน กกต. ให้ออกคำสั่งมาให้ชัดเจน ว่าห้ามพรรคอนาคตใหม่ระดมทุนจากการรับบริจาค และพรรคจะพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป โดยอาจจะยื่นฟ้องเพื่อเพิกถอนคำสั่งของ กกต. ต่อไป และขอให้ กกต. มีมติทบทวนเรื่องการห้ามระดมทุน เพราะในช่วงเวลาที่กำลังจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งในช่วงต้นปีหน้า การสร้างพรรคการเมืองจำเป็นต้องมีงบประมาณในการดำเนินกิจกรรม และด้วยระยะเวลาอันสั้นจะส่งผลให้พรรคการเมืองไม่สามารถทำงานได้ และจะทำให้พรรคการเมืองกลับไปอยู่ในวงวันเดิมคือ จะต้องหานายทุนไม่กี่คนมาบริจาคให้กับพรรค

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุด้วยว่า พรรคอนาคตใหม่มีความตั้งใจจริงที่จะทำให้การเงินของพรรคการเมืองเป็นเรื่องโปร่งใส เพราะก่อนหน้านี้มีคนเคยพูดว่าพรรคนี้เป็นพรรคของธนาธร เงินจะก็จะมาจากธนาธร แต่ทางพรรคต้องการที่จะระดมทุนจากประชาชน จากสมาชิกของพรรคการเมือง เพื่อที่จะทำพรรคการเมืองเป็นพรรคของทุกคน ไม่ใช่ให้พรรคนี้มีเจ้าของเพียงคนเดียว และตอนแรกที่มีการเปิดตัวพรรค ทีมงานของพรรคก็มีความตั้งใจที่จะหาเงินโดยการทำของขายประมาณ 30 ประเภท เพื่อขายหาเงินระดมทุน และยังมีการวางแผนจัดงานระดมทุนผ่านการจัดงานเช่น การทำคอนเสิร์ต จัดงานราตรี จัดออกรอบตีกอล์ฟ เพื่อที่จะทำให้พรรคสามารถระดมทุนได้ โดยคาดว่าจำเป็นต้องใช้เงินอย่างน้อย 300 ล้านสำหรับเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง

“แต่ปัญหาคือ ถ้า พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ออกมาต้นเดือน ม.ค. ก็จะห้ามระดมทุน หมายความว่าปีใหม่จนถึงเลือกตั้ง ห้ามพรรคระดมทุน ตอนนี้เรามีเวลาเหลืออีก 2 เดือนครึ่งที่จะระดมทุนเพื่อให้ได้เงิน 300 ล้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากอยู่แล้ว และการไม่ให้เราระดมทุนในตอนนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ทุกพรรคการเมืองก็จะไม่มีรายรับเลย นอกจากค่าสมาชิกพรรค เราเข้าใจเจตนารมย์ของการออกกฎหมายว่า ต้องการที่จะทำให้พรรคการเมืองมีความหลากหลายไม่จำเป็นต้องเพิ่งกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง เราเองก็ต้องการที่จะทำแบบนั้น อยากให้พรรคสามารถระดมทุนจากสมาชิกได้ จะได้ไม่ต้องไปพึงกลุ่มทุน แต่เมื่อมีการออกกฎมาแบบนี้ สิ่งที่บังคับต่อพรรคเมืองคือ 1.ให้ยอมแพ้ไปซะเพราะไม่มีเงิน 2.เป็นการสนับสนุนให้พรรคทำผิดกฎหมายไม่ต้องสำแดงบัญชีรายรับรายจ่าย” ธนาธร กล่าว

ปิยบุตร กล่าวต่อว่า เจตนารมย์ของกฎหมายพรรคการเมือง เรียกร้องให้มีพรรคของมวลชน เรียกร้องให้เกิดพรรคการเมืองที่ไม่มีนายทุนเป็นเจ้าของ และต้องการให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของสมาชิกทุกคน แต่การระบุให้มีเพียงแค่กรรมการบริหารพรรค กับกรรมการสาขาพรรคเท่านั้นที่สามารถบริจาคเงินให้พรรคการเมืองได้จึงถือเป็นการจำกัดให้กลุ่มคนไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่จะเป็นเจ้าของพรรคการเมือง

“เราเรียกร้องจริงๆ นะครับ ว่าเราต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนพรรคของมวลชน ไม่ใช่มีนายทุนผูกขาดไม่กี่คนครอบงำพรรคอยู่ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องเป็นกลไกที่จะทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม และจะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยเกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องไม่เป็นกลไกของ คสช. ที่จะบีบให้แต่ละพรรคการเมืองเดินทางไปด้วยความยากลำบาก” ปิยบุตร กล่าว

เรียบเรียงบางส่วนจาก: ผู้จัดการออนไลน์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai