ทำไมมุสลิมนิวซีแลนด์ได้รับการปกป้องหลังโศกนาฏกรรม

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562ถือ เป็นวัน ศุกร์ที่ไม่สุขที่นิวซีแลนด์ มัน มีข่าวเศร้า เพราะปรากฎภาพข่าวตะลึงไปทั่วโลก เมื่อ มือปืนบุกเข้าไปกราดยิงในมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 คน และได้รับบาดเจ็บกว่า 40 คน กล่าวคือ เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่มัสยิด อัล นูร์ (al-Nur) ใจกลางเมืองไครสต์เชิร์ช เป็นจุดที่สื่อรายงานว่ามีประชาชนพยายามหนีเอาตัวรอด และมีคนนอนจมกองเลือดด้านนอกมัสยิด ส่วนเหตุการณ์ที่สองเกิดที่มัสยิดชานเมืองลินวูด แต่ที่นี่ตำรวจสามารถปลดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ติดอยู่กับรถยนต์ออกไปได้

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังความโศกเศร้าให้คนนิวซีแลนด์และทั่วโลก จนมีการติดแฮชแท็กซ์ #PrayForNewZeland เป็น การขอพรให้พระเจ้าคุ้มครองชาวนิวซีแลนด์ไปทั่วโลก

คำอวยพร กำลังใจ และการประณามมาจากผู้นำโลกทั่วทุกสารทิศเช่นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองของอังกฤษ  "ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจกับเหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวที่เกิดขึ้นที่เมืองไครส์ตเชิร์ชในวันนี้ เจ้าชายฟิลิปและข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและมิตรสหายของผู้ที่เสียชีวิต"

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ตรัสว่า

 "ขอให้ชาวนิวซีแลนด์ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวมุสลิม ได้รับทราบว่าทรงรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้"

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ทวีตข้อความว่าเป็น "การสังหารหมู่อย่างน่าสยดสยอง" และ "สหรัฐฯ ขอยืนเคียงข้างนิวซีแลนด์ในทุก ๆ อย่างที่จะทำได้"

ประธานาธิบดี รอญับ ตอยยิบ เออร์โดแกน ได้โทรศัพท์ตรงไปแสดงความเสียใจต่อผู้นำนิวซีแลนด์ และกล่าวประณามการโจมตีครั้งนี้

อันวัร อิบรอฮิม ว่าที่นายกรัฐมนตรีสมัยหน้าของมาเลเซียกล่าวว่า แสดงความเสียใจ เป็นกำลังใจชาวนิวซีแลนด์รวมทั้งคนมาเลเซีย (เหตุการณ์นี้มีชาวมาเลเซียประสบเหตุด้วย 1 ท่าน) พร้อมทั้งอธิบายว่าเป็น "โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นโศกนาฏกรรมสีดำที่กำลังเผชิญหน้ากับมนุษยชาติและสันติภาพสากล" “ข้าพเจ้าเสียใจอย่างสุดซึ้งจากการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมนี้ ซึ่งขัดกับค่านิยมแห่งความเห็นอกเห็นใจ และการครองชีวิตของพลเรือน”  "เราขอส่งความเห็นอกเห็นใจและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อและผู้คนในประเทศนิวซีแลนด์"

ในขณะที่นางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์ ได้ยืนยันว่านี่คือการก่อการร้าย และกล่าวว่า “นี่เป็นวันที่มืดมนที่สุดของประเทศนิวซีแลนด์ เป็นที่กระจ่างชัดแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการกระทำความรุนแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้คนจำนวนมากที่ได้รับกระทบโดยตรงจากเหตุกราดยิงเป็นผู้อพยพมายังประเทศนิวซีแลนด์ พวกเขาอาจเป็นผู้ลี้ภัยที่นี่
.
พวกเขาเลือกนิวซีแลนด์เป็นบ้านของพวกเขา และ ณ ที่แห่งนี้แหละ คือบ้านของพวกเขา "พวกเขาก็คือเรานั่นเอง" ส่วนกลุ่มที่สร้างความชุลมุนวุ่นวายด้วยความรุนแรงเพื่อต่อต้านเรา พวกนั้นไม่ใช่ ไม่มีพื้นที่สำหรับพวกเขาในนิวซีแลนด์นี้ ไม่มีพื้นที่สำหรับการกระทำอันโหดร้ายรุนแรงในประเทศนิวซีแลนด์แห่งนี้” อ้างอิง : https://www.theguardian.com/…/one-of-new-zealands-darkest-d…

 อิมรอน ข่าน นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เขาทวีตข้อความ "รู้สึกช็อกและขอประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์การก่อการร้ายโจมตีมัสยิดในเมืองประเทศนิวซีแลนด์ สิ่งนี้ยืนยันถึงสิ่งที่เรารักษาเชื่อมั่นมาตลอดคือ "การก่อการร้ายไม่มีศาสนา"
.
ต่อมาเขาก็ทวีตต่อว่า "ฉันโทษการเพิ่มขึ้นของการก่อการร้ายทั้งหมดว่ามาจากกระแสเกลียดกลัวอิสลาม โดยมุสลิมพันสามร้อยล้านถูกตำหนิในข้อหากระทำการก่อการร้าย แต่ปรากฎว่ามันเป็นการทำลายการต่อสู้ทางการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายของชาวมุสลิมต่างหาก"

สำหรับผู้เขียนแล้วก็เห็นสอดคล้องกับทุกท่าน #Pray4NewZealand #อินนาลิลลาฮฺวะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน รวมทั้งขอพรต่ออัลลอฮฺ (พระเจ้า) ได้ทรงโปรดประทานความเข้มแข็งให้กับชาวนิวซีแลนด์ ทุกท่านไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของผู้สูญเสีย และผู้ที่ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ ณ ที่แห่งนั้น และขอพระองค์ทรงเมตตาแก่ผู้ที่จากไปให้พระเจ้าทรงประทานให้พวกเขาผู้ล่วงลับได้เป็นหนึ่งในบรรดาชาวสวรรค์ด้วยเถิด ดังที่พระเจ้าได้โองการความว่า“และพวกเจ้า อย่ากล่าวแก่ผู้ที่ถูกฆ่าในทางของอัลลอฮฺว่า พวกเขาตาย มิใช่เช่นนั้น พวกเขายังมีชีวิตอยู่ แต่ทว่าพวกเจ้าไม่สามารถรู้สึกได้” (2:154) เพราะวิญญาณของพวกเขายังอยู่กับเราทุกคน (คำกล่าวของพระองค์เป็นสัจธรรมเสมอ)

จากการจับกุมฆาตกร พบว่าการเผยแพร่ข้อความประกาศอุดมการณ์ชาตินิยมขวาสุดโต่ง (สอดคล้องกับภาพข่าวซึ่งเขาแต่งกายและแสดงสัญลักษณ์ตามความเชื่อในแนวคิดนี้ตอนที่ตำรวจควบคุมตัวเขา) ซึ่งเชื่อกันว่า เขียนโดยมือปืนชาวออสเตรเลียผู้ก่อเหตุ ทางออนไลน์ โดยถ้อยคำที่ใช้เต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่มีต่อชาวมุสลิมและผู้อพยพเข้าเมือง โดยใช้ถ้อยคำอย่าง "ผู้รุกราน" เนื้อความยังยกย่องคนผิวขาวที่มีแนวคิดชาตินิยม ข้อความประกาศอุดมการณ์ที่เผยแพร่ทางออนไลน์นี้สะท้อนเนื้อหาเดียวกันกับที่นายอันเดอร์ช เบห์ริง เบรวิก ฆาตกรผู้ก่อเหตุสังหารหมู่ที่ประเทศนอร์เวย์ในปี 2554 เคยโพสต์ไว้ทางออนไลน์ มือปืนซึ่งระบุว่าตัวเองเป็นชาวออสเตรเลียชื่อเบรนตัน ทาร์แรนต์ ได้ใช้กล้องที่ติดไว้กับศีรษะถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กเหตุการณ์ขณะจ่อยิงอย่างไม่เลือกหน้าทั้งชาย หญิง และเด็กที่อยู่ในมัสยิดอัล นูร์ ขณะที่ตำรวจขอร้องประชาชนไม่ให้เผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าว ซึ่งท้ายสุดนักวิชาการด้านต่างประสรุปตรงกันว่าฆาตกรเป็นหนึ่งในผู้ที่ศรัทธาใน ลัทธิไวท์สุพรีมาซิสต์ในออสเตรเลีย (White Supremacist")

ลัทธิไวท์สุพรีมาซิสต์ในออสเตรเลีย (White Supremacist") มีทัศนะ ยกย่องคนผิวขาว  คนผิวขาวเท่านั้นเลอเลิศประเสริ เผ่าพันธุ์คนผิวขาวนั้นมีฐานะสูงส่งและเป็นเลิศกว่ากลุ่มเผ่าพันธุ์อื่น และมุ่งต่อต้านคนผิวสี คนมุสลิม เน้นนโยบายจำกัดผู้อพยพเข้าเมือง โดยสมาชิกของกลุ่มนี้มักสืบเชื้อสายมาจากชาวยุโรป และต้องการปกป้องรักษาสถานะความมั่งคั่ง อำนาจ และอภิสิทธิของตนในสังคมต่อไปจัดอยู่ในประเภทเดียวกับ Neo-Nazis " KKK (Klu Klux Klan) หรือ กลุ่ม Knights Party" และ " Alt-right" (อ่านแนวคิดต่างๆเหล่านี้ในhttps://www.voathai.com/a/nationalist-explainer-ct/3985993.html)

ปรากฎการณ์ครั้งนี้ได้สะท้อนภาพว่าภัยคุกคามโลกต่อไปคือแนวคิดแนวปฏิบัติของกลุ่มขบวนการสุดโต่งทุกกลุ่มที่โลกต้องร่วมมือแก้ปัญหาเพราะความ อำมหิต ฆ่าผู้อื่นอย่างเลือดเย็นและมันไม่ใช่มีเฉพาะมุสลิมสุดโต่งภายใต้โรคหวาดกลัวอิสลาม Islamophobia ที่สื่อโลกกระพือข่าวและผู้คนจำภาพ แต่ความสุดโต่งมันไม่จำกัดศาสนิก และไม่สามารถอ้างทำในนามศาสนา

อิมรอน ข่าน นายกรัฐมนตรีปากีสถานมีทัศนะว่า "การก่อการร้ายไม่มีศาสนาในตัวมันเอง"  ต่อมาเขาก็ทวีตต่อว่า "ฉันโทษการเพิ่มขึ้นของการก่อการร้ายทั้งหมดว่ามาจากกระแสเกลียดกลัวอิสลาม โดยมุสลิมพันสามร้อยล้านถูกตำหนิในข้อหากระทำการก่อการร้าย แต่ปรากฎว่ามันเป็นการทำลายการต่อสู้ทางการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายของชาวมุสลิมต่างหาก"

ประธานาธิบดี ตุรกี กล่าวว่า “พวกเขาเป็นตัวอย่างล่าสุดของการเหยียดเชื้อชาติและ Islamophobia (โรควิตกเกลียดกลัวอิสลาม) ” “ด้วยการโจมตีครั้งนี้ ถือเป็นปรปักษ์ต่อศาสนาอิสลามที่โลกได้เฝ้ามองอย่างเฉยเมยและแม้แต่ให้กำลังใจในบางครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกินกว่าการล่วงละเมิด/คุกคามในแต่ละบุคคลไปจนถึงระดับของการสังหารหมู่” ท่าน ประณามสิ่งที่เขาเรียกว่า เป็นการโจมตีแบบ "แบ่งแยกเชื้อชาติ”

อิบรอฮีม คอลีน (นักวิชาการตุรกีคนสำคัญ) เขียนบน Twitterของเขา "บ่อยครั้งที่เราเห็นวาทกรรม “Islamophobia” ที่ต่อต้านอิสลามและมุสลิม จนกลายเป็นความวิปริตและอุดมการณ์แห่งการฆาตกรรม. โลกต้องเปล่งเสียงต่อต้านวาทกรรมดังกล่าว และจำเป็นต้องกล่าวว่า ควรหยุด Islamophobia " (อ่านบทความผู้เขียนต่อเรื่องนี้ได้ในhttps://deepsouthwatch.org/th/node/7583)

ดังนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้หากเบื้องหลังมาจากขบวนการนี้ในประเทศออสเตรเลียจริง (White Supremacist) สิ่งที่จำเป็นสำหรับตำรวจโลกโดยเฉพาะ สหรัฐ อเมริกา ออสเตรเลียและพันธมิตรต้องประกาศให้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มก่อการร้ายและร่วมจัดการเช่นกัน

ท่ามกลางความโศกเศร้าก็ยังมีเรื่องดีในสื่อโลกโซเซียลเพราะเราเห็นภาพคนทุกศาสนิก ร่วมกันออกมา ปกป้อง มุสลิม ไม่ว่าจะเป็นการออกคลิป ถือป้าย แม้กระทั่ง ร่วมจับมือยืนถือแขน เฝ้าหน้าประตูมัสยิดที่นิวซีแลนด์ให้มุสลิมละหมาดในมัสยิดอย่างมั่นใจในความปลอดภัย ได้เห็นภาพผู้คนรวมทั้งเด็กๆ ทั่วทุกสารทิศ จากนิวซีแลนด์ วางดอกไม้แสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจหน้ามัสยิดทั้งสองที่ถูกโจมตีรวมทั้งภาพประทับใจอีกมากมายที่ไม่สามารถบรรยายได้

นายอิมรอน โสะสัน (นักศึกษาปริญญาเอก สาขา นโยบายสาธารณะ แห่ง สถาบันการศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งโอ๊คแลนด์ AUT University ประเทศนิวซีแลนด์) ได้สะท้อนเรื่องนี้ต่อผู้เขียนว่า “ความเป็นจริง ได้สัมผัสกับมุสลิมที่นี่ อ่านงานวิจัยเรื่องเกี่ยวกับมุสลิมที่นี่ก็พบว่า ส่วนใหญ่อพยพมาจากเอเชียใต้ จากอินเดียและปากีสถาน เมื่อ ต้น1900 แต่ด้วยจรรยามารยาทของพวกเขา ความออบโอ้มอารี การเป็นมือบน ที่มีต่อคนพื้นที่ แม้ต่างศาสนา ต่างความเชื่อ ให้เกียรติต่อผู้อื่น มากๆ ทำให้ ได้รับการปกป้องจากผู้นำประเทศ ได้รับกำลังใจ จากคนนิวซีแลนด์ที่จะยืนเคียงบ่าเคียงไหลกับมุสลิมนิวซีแลนด์  ในขณะองค์กรสมาพันธ์มุสลิมนิวซีแลนด์ FIANZ (https://fianz.com) ออกทุกสื่อให้มุสลิมอดทน อดกลั้น ให้อภัย มีสติ ร่วมมือร่วมใจกับรัฐบาล และประชาชนนิวซีแลนด์ในการสร้างบ้านด้วยกันดังที่ผู้นำนิวซีแลนด์กล่าวว่านี่คือบ้านของพวกเขาสิ่งเหล่านี้คนไทยโดยเฉพาะมุสลิมไทยต้องเรียนรู้พร้อมนำบทเรียนไปปรับใช้ ในขณะที่เมื่อดูกระบวนการยุติธรรมถึงแม้ว่าชัดเจนจับฆาตกรได้แต่กระบวนการยุติธรรมเขาที่มีต่อผู้ต้องหามาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชนมากๆ อันเนื่องมาจากคนนิวซีแลนด์ถูกปลูกฝังถึงคุณค่าด้านนี้ซึ่งรัฐไทยเองก็ควรนำมาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทยที่เราพูดกันมานาน

ในเวทีเสวนา “พินิจเหตุการณ์ไครเชิทต์ ผ่านมุมมองศาสนธรรมในสังคมไทย” (ณ.อาคารเรียน REG 401 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ วันที่ 30 มีค เวลา 13.30) โดยผู้นำทุกศาสนาเช่น พระครูธีรสุตคุณ ขุนอักษร เจ้าคณะอำเภอจะนะจังหวัดสงขลา ศจ.โมเสส เลิศพฤทธิพร ประธานคริสเตียนกลางจังหวัดสงขลา ดร.วิสุทธิ์ บินลาเต๊ะ ประธานสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักสำนักจุฬาราชมนตรีเห็นพ้องต้องกันว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้ค้านกับหลักคุณธรรม จริยธรรมของทุกศาสนา ในขณะเดียวกันทุกคนต้องร่วมกันนำคุณค่าทางศาสนธรรมมาค้ำจุนโลกพร้อมทั่งปฏิเสธแนวคิดสุดโต่ง ที่ตกขอบซึ่งไม่เห็นคุณค่าความเท่าเทียมกันของมนุษยชาติ และทุกคนต้องมีขันติธรรมมีสติในการแก้ปัญหา  ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี จากมหาวิทยาลัยพายัพ ให้ทัศนะว่า ท่ามกลางแนวคิดอิสลาโมฟีเบีย (โรคหวาดกลัวอิสลาม) มุสลิมเองจะต้องไม่ใช้คำพูดที่รุนแรงตอบโต้เพราะมันจะยังยังผลร้ายกับมุสลิมด้วยเช่นกัน ดร. ซอและห์ ตาแหละ อาจารญ์จากมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้ขอให้มุสลิมเองนำหลักคำสอนของศาสนาอิสลามโดยเฉพาะต้องอดทน มีวิทยปัญญาในการพูดคุยหรือตอบคำถามที่ปราศจากถ้อยคำที่รุนแรงหรือ Hate Speechโดยเฉพาะในโลกโซเซียล (ปรากฏการณ์ใหม่ใช้วาจาสร้างความเกลียดชัง)

(โปรดดูการเสวนา ฉบับเต็มใน https://www.facebook.com/1245604111/posts/10219057040917359?sfns=mo)

กล่าวโดยสรุป ไม่ว่าพุทธ อิสลามและคริสต์ เราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของความเกลียดชัง ซึ่งสอดคล้องกับแถลงการณ์จุฬาราชมนตรีไทย และทัศนะของเพื่อนผู้เขียน ผศ.ดร.วุฒิศักดิ์ พิศสุวรรณ เลขากรรมการอิสลามจังหวัดนครศรีธรรมราชที่กล่าวว่าอย่าตกเป็นเหยื่อ ของความเกลียดชัง

เพราะต้นทางของผู้ก่อการ คือความเกลียดชัง และปลายทางของผู้ก่อการ คือขยายความเกลียดชัง อาวุธของเราคือ ความอดทน อดกลั้น และดุอาอฺ (ขอพร)
เพราะมันคืออาวุธที่ทรงพลังของผู้ศรัทธา 
จงแสดงออกด้วยวิถีที่สวยงาม จงรวมอยู่และอยู่ร่วมกับประชาคมโลกผู้มีหัวใจที่เป็นธรรม จงประกาศออกไปถึงเจตจำนงของเราภายใต้กรอบคิดแห่งอิสลาม ไม่ว่าผู้ก่อการคือใคร เหยื่อผู้ถูกกระทำคือกลุ่มใดการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ #มันไม่มีวันโอเคสำหรับเรา

……………….

 

 

หมายเหตุ

สรุปยอดตามสัญชาติที่เสียชีวิตในนิวซิแลนด์ จากการบุกฆ่าของกลุ่มก่อการร้าย

- ปาเลสไตน์. 19 คน
- ตูนีเซีย 5 คน
- บังกลาเทศ. 5 คน
- อียิปต์ 4 คน
- โมรอคโค 4 คน
- เยแมน 3 คน
- โซมาเลีย. 3 คน
- อีรัก 3 คน
- จอแดน. 2 คน
- ซีเรีย. 1 คน
- อิหร่าน 1 คน
- อัฟกานิสถาน 1 คน
- ซาอุดีอาระเบีย 1 คน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์