“Love Jihad” กับการคุกคามสิทธิและเสรีภาพชาวมุสลิมและหญิงอินเดีย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

แม้คำว่า “ญิฮัด” จะถูกใช้ในบริบทสงครามอย่างแพร่หลาย แต่ความหมายที่แท้จริงในศาสนาอิสลาม แปลว่า การต่อสู้ หรือความพยายามอันหนักหน่วงเพื่อแสดงออกถึงศรัทธาในพระเจ้า เช่น การเอาชนะความต้องการอันดำมืด ดำรงตนในศีลธรรม ตามคำสั่งสอนของพระผู้เป็นเจ้า การเพิ่มหรือรักษาศรัทธาในพระเจ้า

“Love Jihad” เป็นวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝ่ายฮินดูหัวรุนแรงในอินเดีย ใช้เพื่อเรียกกฎหมายต่อต้านการเปลี่ยนศาสนา ผ่านการแต่งงานข้ามศาสนาระหว่างชายมุสลิมและหญิงที่นับถือพราหมณ์-ฮินดู (Prohibition of Unlawful Conversion of Religion Ordinance) โดยอ้างว่า การแต่งงานข้ามศาสนาในลักษณะดังกล่าว เกิดขึ้นเพราะฝ่ายมุสลิมต้องการก่อ “สงคราม” เพื่อบ่อนทำลายหรือ “กลืน” ศาสนาฮินดู โดยใช้ความรักเป็นเครื่องมือ เปลี่ยนศาสนาของหญิงฮินดูให้กลายเป็นมุสสลิม และบังคับให้พวกเธอผลิตลูกหลานเพื่อสืบเชื้อสายมุสลิมต่อไป

แม้การแต่งงานข้ามศาสนาระหว่างอิสลามและพราหมณ์-ฮินดูจะถูกมองในแง่ลบมาโดยตลอด แต่วาทกรรมนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายและรุนแรงมากขึ้น เมื่อพรรคฮินดูอนุรักษ์นิยม Bharatiya Janata Party (BJP) นำโดย Narendra Modi ได้รับเลือกตั้งเป็นพรรครัฐบาลในปี 2557

หลังจากนั้น ฝ่ายรัฐบาลได้เผยแพร่ชุดข้อมูลและแคมเปญต่างๆ ผ่านสื่อและองค์กรของรัฐ เพื่อสนับสนุนวาทกรรม “Love Jihad” สร้างความเกลียดชังต่อชุมชนมุสลิมในอินเดีย รวมไปถึงการออกกฎหมายในรัฐอุตตรประเทศ เมื่อ 28 พฤศจิกายน 2563 และวางแผนจะนำกฎหมายนี้ไปบังคับใช้กับรัฐอื่นๆ ที่นำโดยพรรค BJP เพื่อแบนการแต่งงานข้ามศาสนาระหว่างชายมุสลิมและหญิงฮินดูด้วย

หนึ่งเดือนผ่านไป ภายใต้กฎหมายที่ทำให้ความรักเป็นอาชญากรรม

ภายหลังการประกาศใช้กฎหมาย Love Jihad การแต่งงานระหว่างชายหญิงมุสลิม และชายมุสลิมกับหญิงฮินดูก็ถูกขัดขวางหรือร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่อยู่บ่อยครั้ง แม้จะเป็นการแต่งงานที่เกิดขึ้นด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย รายงานจาก The Indian Express ชี้ให้เห็นว่า เพียงหนึ่งเดือนหลังการบังคับใช้กฎหมายห้ามการแต่งงานระหว่างศาสนา ตำรวจรัฐอุตตรประเทศก็ได้รับเรื่องร้องเรียนไปแล้วกว่า 14 คดี มีการจับกุมชาวมุสลิมกว่า 51 คน และ 49 คนจากจำนวนนั้นยังคงอยู่ในเรือนจำ

The Guardian รายงานว่า เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าขัดขวางพิธีแต่งงานระหว่างคู่รักชาวมุสลิมคู่หนึ่งในเมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ และจับกุมไฮเดอร์ อาลิ ผู้เป็นเจ้าบ่าวในพิธี ซึ่งระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ ฝ่ายชายอ้างว่าตนเองถูกกระทำความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่ด้วย ภายหลังครอบครัวของผู้เสียหายแสดงหลักฐานยืนยันว่าฝ่ายหญิงเป็นชาวมุสลิมแต่กำเนิด เจ้าหน้าที่จึงยินยอมปล่อยตัว

อีกกรณีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าขัดขวางพิธีแต่งงานระหว่างโมฮัมมัด อาซิฟ ชายมุสลิม และไรนา คุปตะ หญิง ฮินดู ในเมืองลัคเนา แม้ว่าครอบครัวของทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนการแต่งงานในครั้งนี้ และยืนยันว่าจะไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนศาสนา เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่อนุญาตให้พิธีแต่งงานดำเนินต่อไปได้

ในทำนองเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า มีการจับกุมสามีภรรยาที่เป็นคู่สมรสข้ามศาสนา และพี่ชายของฝ่ายชาย เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม โดยฝ่ายสามีและพี่ชายถูกนำตัวไปขังคุก ส่วนฝ่ายภรรยาถูกคุมตัวอยู่ในที่พักของทางการขณะกำลังตั้งครรภ์ และอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ฉีดยาและทำร้ายอยู่หลายครั้งจนแท้งลูก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐไม่แสดงท่าทีตอบโต้ข้อกล่าวหานี้ หรือชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับยาที่ใช้กับหญิงผู้เสียหาย

นอกจากนี้ ด้วยโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี โดยไม่สามารถประกันตัวได้ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า “Love Jihad” เป็นกฎหมายที่ล้าหลังและคุกคามเสรีภาพของประชาชน ถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐในการอนุญาตหรือปฏิเสธสิทธิในการแต่งงานและเลือกคู่สมรส หรือใช้กีดกันการแต่งงานข้ามศาสนา แม้จะเป็นไปด้วยด้วยความสมัครใจของคู่สมรสและครอบครัวก็ตาม และยังเป็นการแสดงออกถึงการเลือกปฏิบัติต่อชุมชนมุสลิมในอินเดีย เนื่องจากเป้าหมายของการจับกุมมีเพียงชายมุสลิมเท่านั้น ไม่มีผู้นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่ถูกจับกุมด้วยกฎหมายเดียวกันนี้แต่อย่างใด

ก้าวไปข้างหลัง: “Love Jihad” คือการคุกคามสิทธิผู้หญิงอินเดีย

ไม่เพียงแต่ “Love Jihad” แสดงให้เห็นถึงการกดทับเชิงโครงสร้างต่อชุมชนชาวมุสลิมในอินเดีย และสนับสนุนอคติต่อชาวมุสลิม (Islamophobia) ที่มีมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นการตอกย้ำความรุนแรงต่อผู้หญิงอินเดีย ที่ต้องอยู่ภายใต้ระบบสังคมปิตาธิปไตยด้วย

การที่เจ้าหน้าที่รัฐจับกุมเฉพาะชายชาวมุสลิม แต่กักขังหรือคุมควบคุมตัวฝ่ายหญิง เป็นเพราะกฎหมาย “Love Jihad” สร้างขึ้นบนฐานความคิดที่ว่า ผู้หญิงไม่มีสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกาย (Autonomy) ไม่มีสิทธิเหนือการกระทำ (Agency) ของตนเอง จึงไม่อาจมีอำนาจต่อรองในความสัมพันธ์ หรือมีเสรีภาพในการเปลี่ยนศาสนา การเลือกคู่ครอง การสืบทอดตระกูล รวมไปถึงทางเลือกอื่นๆ ที่เกี่ยวพันกับชีวิตทางเพศได้

บทความจาก Feminism in India ระบุว่า คติโบราณในศาสนาฮินดูมีการกำหนดตำแหน่งแห่งที่ของผู้หญิงให้กลายเป็นเครื่องหมายของศีลธรรมและความบริสุทธิ์ การแต่งงานข้ามวรรณะหรือศาสนาจึงเป็นการสั่นคลอนค่านิยมดังกล่าว และเป็นสิ่งต้องห้ามในสังคมอินเดียที่คงแนวคิดนี้ไว้อย่างเข้มข้น เพราะผู้หญิงอ่อนแอเกินกว่าจะตัดสินใจได้ด้วยตนเอง และเพื่อปกป้องความบริสุทธิ์นี้ จึงต้องอยู่ในความดูแลของผู้ชายอยู่เสมอ

แม้ระยะหลัง สังคมอินเดียจะตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเรียกร้องสิทธิสตรีที่กำลังเติบโตเป็นอย่างมากในสังคมโลก แต่การเข้ามาของรัฐบาลฮินดูอนุรักษ์นิยมกลับยิ่งเน้นย้ำอคติทางเพศต่อผู้หญิงอินเดีย โดยการนำฐานคิดนี้ไปผนวกกับกฎหมายจนกลายเป็นความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ผลักให้ผู้หญิงต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ชายและครอบครัว และถูกจำกัดเสรีภาพในการใช้ชีวิต

“Love Jihad” จึงนับเป็นอุปสรรคสำคัญในการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ ไม่ว่าเหตุผลของกฎหมายจะมาในนามของการปกป้องคุ้มครองผู้หญิง หรือธำรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของสังคมฮินดูก็ตาม

 

อ้างอิง
Jihad https://en.wikipedia.org/wiki/Jihad
Love Jihad https://en.wikipedia.org/wiki/Love_Jihad
1 month of UP ‘love jihad’ law: 14 cases, 49 in jail, woman ‘victim’ complainant in only two https://indianexpress.com/article/india/love-jihad-law-up-police-7124001/
‘Love jihad’: What a reported miscarriage says about India’s anti-conversion law https://www.bbc.com/news/world-asia-india-55314832
Musliams targeted under Indian state’s ‘love jihad’ law https://www.theguardian.com/world/2020/dec/14/muslims-targeted-under-indian-states-love-jihad-law
Why ‘Love Jihad’ is an Attack on Women’s Rights https://feminisminindia.com/2019/03/18/love-jihad-attack-women-rights/
Love Jihad Law: Making Hindu Women ‘Nirbhar’ in ‘Aatmanirbhar’ India https://feminisminindia.com/2021/01/12/love-jihad-law-hindu-women-patriarchy/

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์