แอมะซอนขู่ไล่ออกพนักงาน 2 ราย ข้อหาเคลื่อนไหวแก้ปัญหาโลกร้อน

ช่วงต้นปีนี้ บรรษัทแอมะซอนคุกคามลูกจ้างของตัวเองอย่างน้อย 2 ราย ด้วยสาเหตุเรื่องที่ลูกจ้างเหล่านี้ทำการเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขปัญหาโลกร้อน

ร้านค้าของแอมะซอน (ที่มา: วิกิพีเดีย)

23 ม.ค. 2563 เมื่อช่วงต้นปีนี้ มีลูกจ้างแอมะซอนอย่างน้อย 2 ราย ได้รับจดหมายเตือนจากนายจ้างของพวกเขาว่าพวกเขาอาจจะถูกไล่ออกได้ถ้าหากให้สัมภาษณ์กับสื่อ หลังจากที่ลูกจ้างเหล่านี้เคยดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมการแก้ปัญหาโลกร้อนมาก่อน

ลูกจ้างเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพนักงานแอมะซอนเพื่อความเป็นธรรมด้านประเด็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Amazon Employees for Climate Justice) พวกเขาเคยเผยแพร่จดหมายเรียกร้องให้บรรษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่างแอมะซอนรับรองแผนการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโลกร้อนของพวกเขา โดยมีการส่งจดหมายดังกล่าวไปเมื่อเดือน เม.ย. 2562 และได้รับการลงนามจากลูกจ้างมากกว่า 8,700 รายชื่อ

อย่างไรก็ตาม ลูกจ้างอย่างน้อย 2 รายที่ถูกมองว่าเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็ได้รับจดหมายเตือนระบุว่าพวกเขาละเมิด "นโยบายการสื่อสาร" มีหนึ่งในลูกจ้าง 2 รายนี้คือ มาเรน คอสตา นักออกแบบสำหรับประสบการณ์ผู้ใช้งานของแอมะซอนเป็นคนที่เคลื่อนไหวมากในกลุ่มพนักงานแก้วิกฤตโลกร้อนและเป็นคนที่เคยพูดกับสื่อมวลชนมาก่อน

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงปี 2562 ในเดือน ก.ย. มีการจัดประท้วงด้วยการวอล์กเอาท์ออกจากที่ทำงานเพื่อเรียกร้องให้แอมะซอนปฏิบัติตามเป้าหมายยกเลิกการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ภายในปี 2573 และข้อเรียกร้องอื่นๆ ถึงแม้ว่าแอมะซอนจะเคยให้คำมั่นว่าจะปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2583 แต่พวกเขาก็ไม่เห็นด้วยกับหนึ่งในข้อเรียกร้องของลูกจ้างที่ต้องการให้แอมะซอนยกเลิกสัญญากับบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิล

เจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอของแอมะซอนกล่าวอ้างสาเหตุที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของพนักงานว่า เขาต้องการให้บริษัทเชื้อเพลิงเหล่านี้มี "เครื่องมือที่ดีที่สุด" ก่อนถึงจะให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงมาเป็นพลังงานหมุนเวียนได้ การให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงมาใช้พลังงานหมุนเวียนด้วย "เครื่องมือที่แย่" นั้นไม่ใช่ความคิดที่ดี

คอสตาเคยแสดงความคิดเห็นต่อวอชิงตันโพสต์ในเดือน ต.ค. 2562 ว่า "จุดยืนของแอมะซอนวางอยู่บนข้อสนับสนุนปลอมๆ และเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากความจริงที่ว่าแอมะซอนต้องการได้ผลประโยชน์ในธุรกิจที่มีส่วนโดยตรงในการทำให้เกิดหายนะทางสภาพภูมิอากาศ"

หลังจากที่คอสตาแสดงความคิดเห็นเอาไว้เช่นนี้ไม่นานเธอก็ถูกเรียกตัวโดยแผนกบุคคล และต่อมาก็ได้รับจดหมายกับอีเมลจากอัยการในกลุ่มลูกจ้างสัมพันธ์เตือนว่าเธอฝ่าฝืนนโยบายการสื่อสารอีกครั้งและขู่ว่าอาจจะทำให้เธอถูกเลิกจ้างได้ เรื่องนี้เพิ่งมีการเปิดเผยในสื่อเมื่อ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา

คอสตาบอกว่ามันเป็นเรื่อง "น่ากลัว" ที่เธอถูกเรียกตัวไปพบและได้รับอีเมลขู่ว่าจะไล่ออกถ้าเธอพูดกับสื่ออีก แต่ที่เธอยังคงเปิดเผยต่อสื่อในเรื่องนี้ต่อไปเพราะเธอเกรงว่าผลกระทบเลวร้ายต่อวิกฤตภูมิอากาศจะส่งผลต่ออนาคตของคนรุ่นลูกหลาน

โฆษกของแอมะซอนชี้แจงต่อสื่อเดอะเวิร์จว่า "เช่นเดียวกับนโยบายของบริษัททั่วไป ลูกจ้างอาจจะได้รับแจ้งเตือนจากทีมฝ่ายบุุคคลของพวกเรา ถ้าหากพวกเรารับรู้ทันทีที่มีการไม่ปฏิบัติตามนโยบายของพวกเรา"

แต่คอสตาก็กล่าวโต้ตอบว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาปิดปากคนส่งสาร พวกเขาควรจะมีนโยบายการสื่อสารในทำนองที่ทำให้คนทำงานพูดออกสื่อได้เกี่ยวกับเรื่องบทบาทของบริษัทของพวกเขาที่มีต่อวิกฤตภูมิอากาศ

นอกจากแอมะซอนแล้วก่อนหน้านี้ยังเคยมีการประท้วงแบบวอล์กเอาท์ด้วยสาเหตุเดียวกันจากกลุ่มคนทำงานกูเกิลและไมโครซอฟต์ในช่วงเดือน ก.ย. 2562

เรียบเรียงจาก

Amazon employees who spoke out about climate change could be fired, The Verge, Jan. 3, 20200

Amazon Threatens to Fire Workers over Environmental Activism, Democracy Now!, Jan. 3, 2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์