ระบบนิเวศน้ำโขงทรุด-สาหร่ายสั้นลง-ต้นไคร้ตาย-ปรากฏการณ์น้ำใส

ระบบนิเวศน้ำโขงทรุด-สาหร่ายสั้นลง-ต้นไคร้ตาย-ปรากฏการณ์น้ำใส 'ครูตี๋' เชื่อเหตุจากตะกอนถูกเขื่อนจีนกัก แนะคำนึงถึงระดับน้ำตามฤดูกาล

10 ก.พ. 2563 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่าเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจเกาะแก่งแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนไทยลาว จ.เชียงราย ตรงข้ามแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว พบว่าระบบนิเวศมีความเปลี่ยนแปลงหลายประการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  ที่ชัดเจนมากที่สุดคือ ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 พบว่าน้ำในแม่น้ำโขง มีลักษณะใส มองเห็นท้องน้ำอย่างชัดเจน และเมื่อมองจากที่สูงในตอนกลางวันจะเห็นเป็นสีเขียวคราม โดยผู้สูงอายุหลายราย อาทิ นายรุณ คนขับเรือโดยสารในแม่น้ำโขง วัย 86 ปี บอกตรงกันว่า เกิดมาไม่เเคยเห็นน้ำโขงใสขนาดนี้ และเพิ่งเกิดขึ้นที่ อ.เชียงแสน และอ.เชียงของ ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา

ประธานกลุ่มอนุรักษ์กล่าวว่า คาดว่าเหตุการณ์น้ำโขงใส น่าจะมีสาเหตุจากตะกอนถูกกักเก็บในแม่น้ำโขงเขื่อนตอนบน ในมณฑลยูนนานนับ 11 เขื่อนเป็นเวลาต่อเนื่องหลายปี นอกจากนี้ในฤดูฝนปีที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงไม่ได้เพิ่มสูงตามฤดูกาล  จึงไม่มีน้ำท่วมหลากสองฝั่งตลิ่ง ลำน้ำสาขา และพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้ตะกอนแร่ธาตุตามริมฝั่งไม่ได้ถูดพัดพาตามระบบธรรมชาติ  นอกจากนี้ยังพบว่า ไก หรือสาหร่ายแม่น้ำโขง มีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด  โดยปกติตามธรรมชาติแล้ว  ไก จะเกิดตามหาดหินและเกาะแก่งในช่วงฤดูแล้ง เมื่อแม่น้ำโขงใสสะอาด ไกจะขึ้นเป็นเส้นยาว ในอดีตนั้นชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ทั้งฝั่งไทยและลาว ต่างพากันมาเก็บไก นำไปขายสด และแปรรูป สร้างรายได้เป็นอย่างมากในช่วง 3 เดือนของฤดูแล้ง แต่จากการสำรวจในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ไก ที่เกิดในแม่น้ำโขงมีลักษณะไม่สมบูรณ์ ออกเป็นกระจุกสั้นๆ ไม่ยาวเหมือนปีที่ผ่านๆ มา

“จากการลงพื้นที่หาดหินในแม่น้ำโขง ได้พูดคุยกับคนเก็บไก ที่ขับเรือมมาจากบ้านดอน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ต่างก็พูดตรงกันว่า ปีนี้ ไก มีลักษณะแปลกไปจากทุกปี นอกจากมีเส้นสั้น ผิดจากธรรมชาติที่เคยเกิด ยังเป็นกระจุก แล้วยังมีสีสนิม ไม่สะอาด ถือว่าผิดปกติมาก อย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน คาดว่าโดยธรรมชาติแล้ว แร่ธาตุอาหารของ ไก คือตะกอนที่พัดมาตามน้ำหลากและตกอยู่ตามแก่งหิน ตามท้องน้ำ และหาดหินต่างๆ แต่ในปีที่ผ่านมา ในช่วงฤดูฝนกลับไม่มีน้ำหลากตามธรรมชาติ อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ไก ไม่สมบูรณ์” นายนิวัฒน์ กล่าว

ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เขื่อนทางตอนบนในจีน และเขื่อนตอนล่าง จะต้องใช้งานโดยคำนึงถึงระดับน้ำตามฤดูกาลของแม่น้ำโขง ต้องระบายน้ำให้เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งวงจรน้ำขึ้น-น้ำลงในรอบปี เป็นปัจจัยสำคัญของระบบนิเวศแม่น้ำโขง ที่เอื้อให้เกิดการหลากของตะกอนแร่ธาตุที่พัดไปกับแม่น้ำ เป็นอาหารของปลา เป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีมูลค่ามหาศาลต่อพืชพรรณต่างๆ รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรม ตลอดลุ่มน้ำลงไปถึงดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เวียดนาม

นายจีระศักดิ์ อินทะยศ ผู้ประสานงานสถาบันองค์ความรู้ท้องถิ่นโฮงเฮียนแม่น้ำของ กล่าวว่า นับเป็นปรากฎการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงปีเดียว ที่น่าเป็นห่วงคือ สิ่งนี้อาจจะซ้ำเติมผลกระทบต่อนิเวศและชุมชนริมสายน้ำโขงทางภาคอีสาน ที่อยู่ท้ายน้ำเขื่อนไซยะบุรี

นายจีระศักดิ์ กล่าวว่า จากการสำรวจเกาะแก่งแม่น้ำโขงล่าสุด พบว่า ต้นไคร้หางนาค ที่เป็นพืชท้องถิ่นขึ้นอยู่บนแก่งหินตลอดสองฝั่งและบนเกาะกลางแม่น้ำโขง พบว่าต้นไคร้ตายเป็นจำนวนมาก ถือเป็นวิกฤติของต้นไคร้หางนาค ที่โดยปกติแล้ว ในฤดูแล้ง เมื่อแม่น้ำโขงลดระดับ จะผลิใบงอกงาม แต่ที่ตายกันมากในเวลานี้เนื่องจากความผันผวนของแม่น้ำโขงที่ไม่ป็นไปตามฤดูกาล ไคร้หางนาคนี้คืออาหารที่สำคัญของปลาแม่น้ำโขงที่อพยพมาในฤดูน้ำหลาก

ตัวแทนโฮงเฮียนแม่น้ำของ กล่าวว่า ต้นกำเนิดของแม่น้ำโขง มาจากหิมะละลายในเขตทิเบต เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย น้ำในแม่น้ำโขงตอนบน ที่พรมแดนไทยลาวพม่า สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะที่ต้นน้ำแทบจะ 100 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง แต่เมื่อมีเขื่อนขนาดใหญ่กว่า 11 เขื่อน สร้างกั้นแม่น้ำโขงทางตอนบน ทำให้ท้ายน้ำเกิดผลกระทบอย่างชัดเจน ซึ่งที่แม่น้ำโขงในแถบนี้ ในปีนี้ เดือนนี้ เราพบว่าน้ำใสที่สุดในรอบชีวิตของคนลูกน้ำโขงที่เกิดมาพบเจอ แต่ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานว่าพบแม่น้ำโขงสีคราม ที่ภาคอีสาน ทางท้ายน้ำเขื่อนไซยะบุรี ตั้งแต่ปลายปี 2562 

อนึ่ง เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมให้ยุติการดำเนินโครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง (หรือที่รู้จักกันว่า โครงกรระเบิดแก่งแม่น้ำโขง) ภายใต้ความตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง พ.ศ. 2543 ซึ่งครม.มีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินงานเบื้องต้น (Preliminary Work) โครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง ภายใต้ความตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง พ.ศ. 2543 และให้ความเห็นชอบการยุติการดำเนินโครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง แต่อย่างไรก็ตามเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง มีความเห็นว่าภัยคุกคามต่อแม่น้ำโขยังคงต้องรีบแก้ไข โดยเฉพาะผลกระทบจากเขื่อน ทั้งในจีน และในลาว อาทิ เขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนดอนสะโฮง

ทั้งนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2559-2562) มีการฟื้นโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงอีกครั้ง โดยให้บริษัทที่ปรึกษาจากจีนเข้ามาทำการสำรวจและออกแบบตลอดลำน้ำบริเวรพรมแดนนั้น กลุ่มอนุรักษ์และเครือข่ายชุมชนใน จ.เชียงราย ได้พบและให้ข้อมูลแก่หลายหน่วยงาน อาทิคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และหน่วยงานรัฐต่างๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งพบว่า การรับฟังต่างก็มีความเห็นไปในทางเดียวกัน คือโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง จะสร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และความมั่นคง จนนำไปสู่การเสนอให้ ครม.มีมติยุติโครงการ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์