นับ 1 ใหม่ หลังอยู่ศาลทหารกว่า 5 ปี 'คดีขอนแก่นโมเดล' โอนมาศาลพลเรือน ประกันตัวออกได้อีก 2 คน

นัดสืบพยานต่ออีก 108 ปาก ตั้งแต่ พ.ย. 63 - ต.ค. 64 'คดีขอนแก่นโมเดล' หลังโอนมาศาลพลเรือน โดยก่อนหน้านี้อยู่กับศาลทหารกว่า 5 ปี ขณะที่วันนี้ประกันตัวได้ 2 คน คนละ 4 แสนบาท

6 มี.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงาานว่า วันนี้ เมื่อเวลา 21.30 น. วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความและเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) โพสต์แจ้งผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า ล่าสุด 21.30 น. แจ้งข่าวการได้รับอิสรภาพของจำเลย 2 คนในคดีขอนแก่นโมเดล ทั้ง 2 ในจำนวน 26 คนที่ติดคุกตั้งแต่พฤษภาคม 2557 โดยได้รับการประกันตัวแล้วครั้งนึงเมื่อต้นปี 2558 และต่อมาได้ถูกจับกุมอีกครั้งในคดีเตรียมการก่อเหตุงาน Bike for dad ในเดือนพฤศจิกาปีเดียวกัน และติดยาวมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้รับการประกันตัว 

"ค่ำวันนี้พวกเขาได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาในศาลจังหวัดขอนแก่น เรา สกสส. สู้กับระบบยุติธรรมลายพรางมา 5 ปีเศษแล้ว ประชาชนเดินดินถูกกระทำสารพัด หลายชีวิตถูกอำนาจเผด็จการเผาผลาญทำลาย" วิญญัติ โพสต์

ผู้สื่อข่าวสอบถาม วิญญัติ เพิ่มเติมการประกันตัวในครั้งนี้ โดย วิญญัติ กล่าวว่า ประกันตัวคนละ 4 แสน อย่างไรก็ตามในกลุ่มคดีนี้ยังเหลืออีก 1 คน ที่ยังไม่ได้ประกันตัว เนื่องจากปฏิเสธข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ฯ ตาม ม.112 ที่ถูกแจ้งเพิ่มว่าเตรียมการก่อเหตุในกิจกรรม Bike for Dad ในปี 2558

สำหรับ 2 คน ที่เพิ่งได้รับการประกันตัวนั้น ก็ถูกดำเนินคดีตาม ม.112 ว่าเตรียมการก่อเหตุในกิจกรรม Bike for Dad เช่นกัน แต่ทั้งคู่รับสารภาพ ว่าเป็นผู้ร่วมสมคบคิด เนื่องจากติดคุกอยู่แล้ว ทำให้ตอนนี้พ้นโทษในคดีดังกล่าวแล้วด้วย

ขณะที่ความคืบหน้าคดี “ขอนแก่นโมเดล” หลังจากเมื่อ ส.ค.62 ถูกโอนจากศาลทหารที่พิจารณาคดีอยู่ถึง 5 ปีมาศาลพลเรือนนั้น วิญญัติ กล่าวว่า คดีนี้โอนมาที่ศาลจังหวัดขอนแก่น และเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา เพิ่งนัดพร้อมประชุมคดี และจะสืบพยายานอีกที

นัดสืบพยานต่ออีก 108 ปาก ตั้งแต่ พ.ย. 63 - ต.ค. 64

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดขอนแก่นนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน รวมถึงกำหนดวันนัดพิจารณาคดี ในคดีขอนแก่นโมเดล ซึ่งมี ประธิน จันทร์เกศ และพวกรวม 26 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ร่วมกันขัดประกาศ คสช.ที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง, ร่วมกันตระเตรียมก่อการร้าย, เป็นซ่องโจร, มีอาวุธปืนและวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองฯ จำเลยที่เหลืออยู่ทั้งหมด 22 คน (หลบหนี 2 คน เสียชีวิตไปแล้ว 2 คน) มาศาล ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และถามคำให้การ จำเลยทั้งหมดยืนยันให้การปฏิเสธ

โจทก์แถลงว่าประสงค์จะสืบพยาน 70 ปาก เป็นพยานจากบัญชีระบุพยานเดิมที่อัยการทหารอ้างรวม 57 ปาก และเป็นพยานที่อัยการพลเรือนยื่นเพิ่มเติม 13 ปาก โดยโจทก์ขอสืบพยานเป็นกลุ่มๆ โดยแบ่งเป็น กลุ่มเจ้าพนักงานชุดจับกุม 6 ปาก และยังเหลือที่ฝ่ายจำเลยยังไม่ได้ถามค้านอีก 4 ปาก, พยานที่รู้เห็นเกี่ยวข้องกับการชุมนุม 9 ปาก, พยานที่เห็นเหตุการณ์ขณะเจ้าพนักงานเข้าตรวจค้นและจับกุมที่โรงแรมชลพฤกษ์ 4 ปาก, ผู้ตรวจพิสูจน์ของกลาง 22 ปาก, ผู้ตรวจสอบการอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน 13 ปาก และพนักงานสอบสวน 16 ปาก รวม 21 นัด

จำเลยทั้งหมดแถลงแนวทางการต่อสู้คดีว่า จำเลยแต่ละคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และไม่ได้มีความผิดเกิดขึ้นดังที่โจทก์กล่าวหา โดยจำเลยแต่ละคนถูกจับกุมมาจากหลายท้องที่ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกัน ส่วนจำเลยที่ถูกจับกุมได้ที่โรงแรมชลพฤกษ์ก็เป็นการมาพบกันในกิจกรรมอื่นซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองแต่อย่างใด ฝ่ายจำเลยขอสืบพยานรวม 38 ปาก แบ่งเป็นตัวจำเลย 22 คน และพยานที่เกี่ยวข้องอีก 16 ปาก ใช้เวลาสืบทั้งหมด 10 นัด

ในการหารือระหว่าง โจทก์ จำเลย ได้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 - สิงหาคม 2564 และสืบพยานจำเลยในเดือนกันยายน - ตุลาคม 2564 คาดจะแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี

คดีข้างต้นอัยการศาลทหารได้ยื่นฟ้องต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 23 ในวันที่ 22 ส.ค. 57 ต่อมาศาลมณฑลทหารบกที่ 23 มีคำสั่งให้โอนคดีไปยังศาลยุติธรรม และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลทหารเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 62 นับเป็นเวลา 5 ปีเต็มที่คดีอยู่ในการพิจารณาของศาลทหาร ทำการสืบพยานโจทก์ไปได้เพียง 9 ปาก ในจำนวนนี้ฝ่ายจำเลยยังไม่ได้ถามค้าน 4 ปาก

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับคดีขอนแก่นโมเดล

เกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหารได้ 1 วัน เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 22 คน ถัดจากนั้นอีก 4 วันก็มีการเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 คน และขยายผลจับกุมเพิ่มอีก 2 คน รวมทั้งสิ้น 26 คน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดมีอายุอยู่ในช่วง 55-70 ปี และเป็นกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน เจ้าหน้าที่รัฐเรียกผู้ต้องหากลุ่มนี้ว่า 'ขอนแก่นโมเดล' โดยเชื่อว่าพวกเขาตระเตรียมการโดยสะสมกำลังพล อาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สินเพื่อดำเนินการตามแผนการสร้างความปั่นป่วนเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนและเพื่อก่อการร้าย โดยอัยการยื่นฟ้อง 9 ข้อหากับผู้ต้องหาทุกคน ซึ่งมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานไว้เมื่อ มี.ค.60 ว่า อัยการทหารอ้างพยานบุคคลรวม 90 ปาก เริ่มสืบพยานโจทก์นัดแรก เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 59 โดยพยานโจทก์ปากแรกคือ พล.ต.ชาญชัย เอมอ่อน ผู้สั่งการให้จับกุมจำเลยในคดีนี้ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 8 และผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 8 ซึ่งตั้งขึ้นหลังการรัฐประหาร พ.อ. พยัคฆพล และ ร.อ.ธนศักดิ์ เข้าเบิกความเป็นพยานโจทก์ปากที่ 2 และ 3 ในวันที่ 23 ธ.ค.59 แต่ทนายจำเลยยังไม่ได้ซักค้าน เนื่องจากหมดเวลาเสียก่อน ศาลจึงนัดให้อัยการนำพยานทั้งสองมาให้ทนายจำเลยซักค้านในวันที่ 20 ก.พ. 60 แต่วันนัดดังกล่าว พ.อ. พยัคฆพล ป่วย ไม่มาศาล จึงเลื่อนการซักค้านมาเป็นวันที่ 24 มี.ค.นี้ พร้อมทั้งนัด ส.อ.สังวาลย์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์จับกุมจำเลยที่ 1 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยฯ เช่นเดียวกัน มาเบิกความ แต่แล้วก็ต้องเลื่อนออกไปอีก

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 23 พ.ค.57 หลังคณะรัฐประหารเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพียง 1 วัน กำลังทหารจากกรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย จ.ขอนแก่น ได้เข้าตรวจค้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และที่โรงแรมชลพฤกษ์เลคไซด์ และจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายคน วันต่อมา พล.ต.ธวัช สุกปลั่ง รองแม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ต.ศักดา เปรุนาวิน ผู้บัญชาการกองพลทหารที่ 3 ร่วมกันแถลงข่าวว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีจะออกปฏิบัติการ “ขอนแก่นโมเดล” ในลักษณะกวนเมืองขอนแก่น จึงทำการสืบสวนจนทราบว่า ที่หมู่บ้านชลพฤกษ์ ในอำเภอเมืองขอนแก่น ได้มีกลุ่มดังกล่าวประชุมร่วมกัน พล.ต.ศักดา จึงได้นำกำลังเข้าทำการตรวจค้น และจับกุมผู้ต้องหาที่มาประชุมร่วมกันในที่ดังกล่าวได้ 23 คน พร้อมของกลาง ได้แก่ บัตรประจำตัว “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” 2 ใบ, โทรศัพท์มือถือ 25 เครื่อง, แท็บเล็ต 2 เครื่อง, วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง, มีดสปาต้า 1 เล่ม, มีดปลายปืน 2 เล่ม, ลูกระเบิดขว้าง 2 ลูก, ลูกระเบิดปิงปอง 1 ลูก, ลูกระเบิดควัน เอ็ม 18 จำนวน 1 ลูก, แม็กกาซีนปืน 2 อัน, กระสุนปืนพกขนาด 9 มม. 202 นัด, 11 มม. 154 นัด, กระสุนปืนลูกซอง 15 นัด, ถังแก๊ส 2 ใบ, ไขควง 3 อัน, ค้อน 2 ตัว, กุญแจมือ 8 อัน, เสื้อเกราะ 1 ตัว, ผ้าพันคอสีแดงประมาณ 300 ผืน, เสื้อยืดสีขาวประมาณ 100 ตัว, ป้ายไวนิลสีแดงขนาดใหญ่จำนวน 3 ผืน เอกสารเป็นแผนภูมิวางระเบิดในภาคใต้ แผนผังทำวงจรระเบิดในเขตพื้นที่ จ.ขอนแก่น, ภาพฝึกอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ จากนั้น วันที่ 12 มิ.ย. 57 ทหารและตำรวจ ร่วมกันแถลงข่าวว่า มีการจับกุมต่อเนื่องผู้ต้องหาในคดี “ขอนแก่นโมเดล” รวมทั้งสิ้น 25 ราย และตรวจยึดอาวุธเพิ่มเติมได้อีกในท่อประปาภูเขา บริเวณป่าละเมาะที่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์

หลังการจับกุม ผู้ต้องหาถูกส่งไปควบคุมตัวที่กรมทหารราบที่ 8 เป็นเวลา 7 วัน ก่อนถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น และขังที่เรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น โดยอัยการศาล มทบ.23 ส่งฟ้องต่อศาล มทบ.23 ในวันที่ 22 ส.ค.57 จากนั้น ในเดือน ต.ค. 57 – ก.พ.58 ศาลทยอยให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 26 คน อย่างไรก็ตาม ปลายเดือน พ.ย.58 จ.ส.ต.ประธิน ถูกจับอีกครั้งและถูกนำไปควบคุมตัวใน มทบ.11 ก่อนถูกออกหมายจับพร้อมจำเลยขอนแก่นโมเดลอีก 3 คน และคนอื่น ๆ รวม 9 คน ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีการแถลงข่าวว่า ทั้งหมดเตรียมการก่อเหตุในกิจกรรม Bike for Dad และเชื่อมโยงว่าเป็นขบวนการเดียวกับ “ขอนแก่นโมเดล” จนสื่อมวลชนเรียกขานกรณีดังกล่าวว่า “ขอนแก่นโมเดล 2” ทั้งนี้ ผู้ถูกจับกุมในกรณีดังกล่าว รวม 6 คน ถูกขังอยู่ที่เรือนจำกลาง และเรือนจำพิเศษจังหวัดขอนแก่น โดยไม่ได้รับการประกันตัว

อย่างไรก็ตาม จำเลยคดีขอนแก่นโมเดลบางคนให้ข้อมูลกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า ในวันเกิดเหตุ พวกเขาตั้งใจมาประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลเรื่องการปลูกพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ คือ ถ้่วดาวอินคา แต่กลับถูกบุกเข้าจับกุม โดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อถูกเจ้าหน้าที่สอบปากคำ โดยกล่าวถึง “ขอนแก่นโมเดล” นั้น พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน และการถูกควบคุมในค่ายทหาร 7 วัน แม้ไม่ถูกทำร้ายร่างกาย แต่ได้รับการปฏิบัติที่กดดันต่อสภาพร่างกายและจิตใจอย่างมาก หลังได้รับการประกันตัว จำเลยบางคนและครอบครัวยังถูกทหารติดตามพฤติกรรมอยู่โดยตลอด โดยเข้าไปพบที่บ้านหรือที่อื่นประมาณอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์