ผู้บริหาร สปสช. ลงพื้นที่ พบ ผอ.เขตทั่ว กทม.เตรียมรับมือยกเลิกสัญญาคลินิกเอกชนเพิ่มเติม 

สปสช.จัดทีมผู้บริหารลงพื้นที่ พบผู้อำนวยการสำนักงานเขตในพื้นที่ กทม. 50 เขต ชี้แจงทำความเข้าใจสถานการณ์ เตรียมรับผลกระทบจากการยกเลิกสัญญาคลินิกเอกชนในระบบบัตรทองเพิ่ม ขอบคุณ 'กรมการแพทย์' ร่วมดูแล ปชช.บัตรทองเหตุคลินิกถูกยกเลิกสัญญา ขอความร่วมมือ ห้องฉุกเฉินเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. ลงพื้นที่ พบ ผอ.เขตทั่ว กทม.เตรียมรับมือยกเลิกสัญญาคลินิกเอกชนเพิ่มเติม 

28 ก.ย.2563 ทีมสื่อ สปสช. รายงานว่า นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้เดินทางไปประชุมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตคลองเตย บางนา พระโขนง และเขตวัฒนา เพื่อชี้แจงสถานการณ์และการเตรียมการเพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่ สปสช. ได้ยกเลิกสัญญากับคลินิกชุมชนที่ทุจริตเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเตรียมที่จะยกเลิกสัญญากับคลินิกเอกชนเพิ่มเติมอีก ซึ่งจะมีผลในวันที่ 30 กันยายนนี้ โดย สปสช. จะมีการแถลงข่าวการเตรียมมาตรการรองรับดูแลและแนวทางการแก้ไขปัญหาในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) โดยในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ตนได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งมี นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ประธานสภา กทม. เป็นประธานการประชุม ถึงการเตรียมมาตรการรองรับเพื่อบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนสิทธิบัตรทองในพื้นที่ กทม. 

ขณะเดียวกันในระหว่างวันที่ 28-30 ก.ย. 2563 นี้ สปสช. ได้จัดทีมผู้บริหารลงพื้นที่พบปะหารือกับผู้อำนวยการเขตต่างๆ ทั่ว กทม. รวมทั้งหมด 50 เขต เพื่อชี้แจงสถานการณ์และเตรียมการรองรับเช่นกัน 

“ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ กทม. และผู้อำนวยการเขตต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือในการดูแลประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่ได้รับผลกระทบ การลงพื้นที่ไปยังสำนักงานเขตต่างๆ นอกจากเป็นการชี้แจงสถานการณ์ให้รับทราบแล้ว ยังเป็นการรับฟังข้อคิดเห็นจากสำนักงานเขตต่างๆ ว่าการดำเนินการต่างๆ มีปัญหาในจุดไหน มีข้อเสนอแนะอย่างไร และสปสช.จะเข้าไปสนับสนุนทางสำนักงานเขตเพิ่มเติมได้อย่างไรอีกบ้าง” เลขาธิการ สปสช. กล่าว 

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า แน่นอนว่าการที่หน่วยบริการประจำของประชาชนถูกยกเลิกเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบกับระบบการให้บริการ ซึ่งทาง กทม.ได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือให้ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม.ทั้ง 69 แห่ง ในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ความดัน ให้สามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข และจะมีประชาชนที่เป็นสิทธิว่างอีกบางส่วนที่จะเข้าไปรับบริการเกี่ยวกับโรคทั่วๆ ไปในอนาคต ซึ่งทาง สปสช.จะสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ทั้งการร่วมมือกับสำนักงานเขตประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้สิทธิทราบข้อมูลที่ถูกต้องและไม่เกิดความตื่นตระหนก รวมทั้งได้เชื่อมต่อข้อมูลเพื่อให้ศูนย์บริการสาธารณสุขสามารถเรียกดูประวัติการรักษาจากฐานข้อมูล สปสช.ได้เลย โดยไม่ต้องให้ผู้ป่วยกลับไปขอเวชระเบียนจากคลินิกเดิม ขณะเดียวกันยังจะเพิ่มการสต๊อกยาเพื่อให้เพียงพอสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มารับบริการอีกด้วย 

ขอบคุณ 'กรมการแพทย์' ร่วมดูแล ปชช.บัตรทองเหตุคลินิกถูกยกเลิกสัญญา

วันเดียวกัน นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า สปสช.ขอขอบคุณกรมการแพทย์และโรงพยาบาลภายใต้สังกัดกรมการแพทย์อย่างมาก ที่ได้เข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยบัตรทองที่ได้รับผลกระทบจากการที่ สปสช.จำเป็นต้องยกเลิกสัญญากับหน่วยบริการเอกชนที่ทุจริตเบิกค่าบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (กองทุนบัตรทอง) ในครั้งนี้ ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษา 30% แต่ก็ทำให้เกิดภาระงานกับโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนที่เข้ามารองรับดูแล รวมถึงโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ ซึ่งมีโรงพยาบาลหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร  

จากความร่วมมือโดยกรมการแพทย์นี้ ทำให้ที่ผ่านมาผู้ป่วยบัตรทองที่ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งเข้ารับบริการ ได้รับการดูแลและรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคนด้วย โดยทุกคนต่างทำงานและให้บริการอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะมีภาระงานงานที่เพิ่มมากขึ้นก็ตาม ทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังสามารถดำเนินต่อไปได้ และลดความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่จำเป็นต้องเข้าถึงการรักษาโดยเร็ว      

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ขณะเดียวกัน สปสช.เองต้องขอความร่วมมือจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน โดยในการเข้ารับบริการขอให้เป็นผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับบริการก่อน อาทิ ผู้ป่วยที่มีนัดผ่าตัด ผู้ป่วยที่ต้องรับยาต่อเนื่อง เป็นต้น โดยกรณีการเข้ารับบริการที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ควรเป็นผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้สถานการณ์ระบบการบริการรักษาพยาบาลเกิดผลกระทบอย่างมาก และอาจทำให้ผู้ป่วยเร่งด่วนที่ต้องได้รับการดูแลเข้าไม่ถึงการรักษาในที่สุด   

“ผมขอขอบคุณกรมการแพทย์และโรงพยาบาลในสังกัดที่ได้เข้ามาร่วมดูแลผู้ป่วยบัตรทอง ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนผ่าน โดย สปสช. จะเร่งหาหน่วยบริการระดับปฐมภูมิเข้ามาร่วมดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด ในที่นี้ขอขอบคุณหน่วยงานอื่นๆ อาทิ กรมการแพทย์ทหารบก กรมการแพทย์ทหารเรือ กรมการแพทย์ทหารอากาศ ที่มีโรงพยาบาลในสังกัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วย รวมถึงโรงเรียนแพทย์ต่างๆ ขอบคุณมา ณ ที่นี้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว   

ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ยินดีช่วยแบ่งเบาทุกข์และร่วมบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่จำเป็นต้องเข้าถึงการรักษาพยาบาล แต่ด้วยโรงพยาบาลแต่ละแห่งในช่วงเวลาปกติที่ในแต่ละวันมีผู้ป่วยเข้ารับบริการเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ประชาชนที่เข้ารับบริการอาจเกิดความไม่สะดวกขึ้นได้บ้าง เพราะด้วยสถานที่ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีจำกัดในการบริการ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนเข้าใจหากเกิดความล่าช้าหรือติดขัดบ้าง ซึ่งยืนยันว่ากรมการแพทย์ยินดีให้บริการอย่างเต็มที่อยู่แล้ว     

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์