กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจเชิญ กขค.ชี้แจงพรุ่งนี้ กรณีมีมติให้ CP ควบห้างโลตัสได้

บ่ายโมงพรุ่งนี้(25 พ.ย.63) กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจเรียกบอร์ดแข่งขันทางการค้า (กขค.) ชี้แจงกรณีมีมติให้ ซี.พี.ควบรวมโลตัสได้ ศิริกัญญา ก้าวไกลตั้งคำถาม ทำไม กขค.เห็นว่ารวมแล้วมีอำนาจเหนือตลาดก็ยังให้รวม แล้วมาตรการป้องกันก็ยังเบามากเพียงแค่คุมพฤติกรรมแต่ไม่ลดขนาดธุรกิจ

24 พ.ย.2563 ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานว่า ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนฯ กล่าวว่า กมธ.มีมติเชิญบอร์ดแข่งขันทางการค้า (กขค.) มาชี้แจงกรณีอนุญาตให้รวมธุรกิจของกลุ่มซีพีและเทสโก โลตัส โดยทางบอร์ดระบุว่าจะส่งตัวแทนมาชี้แจงแทน ในวันที่ 25 พ.ย. อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้ทาง กมธ.ยังไม่ได้รับรายงานทางวิชาการที่ใช้ประกอบการพิจารณาที่ได้ขอไป โดยแจ้งว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการ

นอกจากนี้ ศิริกัญญา ยังได้เตรียมคำถามที่คับข้องใจและที่อยากฟังคำตอบจาก กขค. ได้แก่

1. ตลาดที่ กขค.พิจารณา คือ ตลาดอะไรกันแน่ สิ่งที่ กขค. เรียกว่า “ตลาดร้านค้าปลีกสมัยใหม่ สินค้าอุปโภคบริโภคประเภทร้านค้าปลีกขนาดเล็ก” ประกอบด้วยผู้เล่นรายใดบ้าง ได้พิจารณาอำนาจเหนือตลาดทั้งตลาดฝั่งผู้บริโภคและฝั่งผู้ผลิตหรือ supplier ด้วยหรือไม่

2. ทำไมคำวินิจฉัยระบุว่า "มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ" แต่กลับบอกว่า “ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคส่วนรวม” บอร์ดได้คำนึงถึงการผูกขาดในเชิงพื้นที่หรือไม่ มีหลายพื้นที่ที่ทั้งจังหวัดมีแค่ห้างแม็คโคร ไม่ก็เทสโก้โลตัส เมื่อควบรวมแล้ว ผู้บริโภคก็ไม่เหลือทางเลือกอื่น

3. เหตุผลในการออกเงื่อนไขทั้ง 7 ข้อ มีวัตุประสงค์อะไร จะเป็นการเยียวยาได้อย่างไร จะสามารถป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดได้อย่างไร มีกระบวนการบังคับใช้อย่างไรบ้าง มีบทลงโทษหากผิดเงื่อนไขหรือไม่ ตามพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า หากไม่ทำตามเงื่อนไขนั้นให้เพิกถอนการอนุญาตได้เลย แต่บอร์ดจะมีวิธีการตรวจสอบได้อย่างไร

4. เหตุใดจึงเลือกมาตรการเยียวยาที่เป็นเงื่อนไขควบคุมพฤติกรรม แต่ไม่ใช้เงื่อนไขโครงสร้างตลาด เช่น ลดขนาดการควบรวม ห้ามขยายสาขา ลดจำนวนสาขา

5. ด้วยข้อมูลสนับสนุนชุดเดียวกัน เพราะเหตุใดบอร์ดจึงเสียงแตก และมีคำวินิจฉัยที่แตกต่างออกเป็น 2 ขั้วได้ขนาดนี้ กรรมการเสียงข้างมากอนุญาตแบบมีเงื่อนไขที่เห็นว่าจะควบคุมอำนาจตลาดตรงไหน ส่วนกรรมการเสียงข้างน้อยนั้นไม่นุญาตเลย

6. แนวทางอื่นๆ ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจเหนือตลาดหลังจากมีการควบรวมนอกเหนือไปจากการใช้ ม.50

7. แนวทางป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้อีกในอนาคต รวมถึงการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ. และกฎหมายลูก โดยเฉพาะเรื่องกฎเกณฑ์การมีอำนาจเหนือตลาด กลไกสนับสนุนการฟ้องคดีโดยประชาชนแบบ class action

ทั้งนี้ ศิริกัญญา เคยออกมาแสดงความกังวลถึงมติของบอร์ด กขค. ต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า เงื่อนไขในการควบรวมของบอร์ด กขค. ได้วางเพียงเงื่อนไขเรื่องพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่และเป็นมาตรการที่เบามากจนไม่รู้สึกว่าจะสามารถป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดได้จริง และหากเทียบกับการควบรวมธุรกิจค้าปลีกในประเทศที่มีการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าจริงจัง ปกติแล้วจะกำหนดเงื่อนไขโดยมีจุดประสงค์ให้ขนาดของบริษัทเมื่อควบรวมเรียบร้อยแล้วมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป เช่น อาจจะกำหนดเงื่อนไขให้ 'ลดขนาด' ของการควบรวม หรือแม้กระทั่งกำหนดให้ 'ขาย' กิจการบางส่วนออกไปก่อนการควบรวมเพื่อให้เมื่อควบรวมแล้วธุรกิจตลอดสายไม่ได้มีขนาดใหญ่จนสร้างผลเสียต่อการแข่งขันในตลาด

ที่ผ่านมาธุรกิจเครือซีพี เป็นทั้งเจ้าของกิจการค้าส่งในธุรกิจแม็คโคร และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ส่วนล่าสุดที่ควบรวมเข้ามาก็คือเทสโก้โลตัสซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่

ศิริกัญญา ยังระบุอีกว่า หากผู้ใดต้องการฝากคำถามนอกจากนี้ สามารถส่งคำถามมาได้ที่เฟซบุ๊ก Sirikanya Tansakun - ศิริกัญญา ตันสกุล และหากขอมติที่ประชุมให้มีการไลฟ์สดได้ ขอให้ติดตามพร้อมกันในพรุ่งนี้ (25 พ.ย.) เวลา 13.00 น.

'ศิริกัญญา' ชี้หลังควบรวม 'ซีพี-เทสโก' หากพบการค้าที่ไม่เป็นธรรม แจ้งเบาะแสได้

ก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเผยแพร่คำสั่งของ กขค.ในเว็บไซต์ ระบุว่ากรรมการเสียงข้างมากจึงมีมติอนุญาตให้รวมธุรกิจระหว่างบริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แต่ก็เห็นว่าการรวมธุรกิจดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ขออนุญาตรวมธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีอำนาจเหนือตลาดในตลาดร้านค้าปลีกแต่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงและไม่กระทบต่อประโยชน์ของผู้บริโภคส่วนรวม และได้กำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้รวมธุรกิจปฏิบัติ ดังนี้

(1) ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้รวมธุรกิจและผู้ประกอบธุรกิจที่มีสถานะเสมือนเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกัน กระทำการรวมธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นในตลาดร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่สินค้าอุปโภคบริโภค เป็นระยะเวลา 3 ปี ทั้งนี้ ไม่รวมถึงตลาดอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce)

(2) ให้บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด เพิ่มสัดส่วน ของยอดขายสินค้าที่มาจากผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรชุมชน สินค้าชุมชน สินค้าวิสาหกิจชุมชนหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (OTOP) และกลุ่มสินค้าอื่น ๆ ของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ เทสโก้ สโตร์ส รวมกันทุกรูปแบบ ในอัตราเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี

ทั้งนี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตามความในกฎหมายว่าด้วยการกำหนดลักษณะของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

(3) ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้รวมธุรกิจและผู้ประกอบธุรกิจที่มีสถานะเสมือนเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกันในตลาดร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่สินค้าอุปโภคบริโภค ใช้ข้อมูลร่วมกันหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรือวัตถุดิบ โดยให้ถือว่าเป็นความลับทางการค้า

(4) ให้บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด คงไว้ซึ่งเงื่อนไขของสัญญาและข้อตกลงระหว่างผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรือวัตถุดิบรายเดิม ที่ได้มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงไว้ เป็นระยะเวลา 2 ปี เว้นแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญาที่เป็นคุณหรือเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรือวัตถุดิบรายเดิม และต้องได้รับการยินยอมจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรือวัตถุดิบนั้น ๆ ด้วย

(5) ให้บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด สนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตามความในกฎหมายว่าด้วยการกำหนดลักษณะของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น ด้วยการกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) เป็นระยะเวลา 30 – 45 วัน นับจากวันที่ยื่นเอกสารเรียกเก็บเงินเป็นระยะเวลา 3 ปี จำแนกเป็น

(5.1) กลุ่มสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรชุมชน สินค้าชุมชน สินค้าวิสาหกิจชุมชนหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (OTOP) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน

(5.2) กลุ่มสินค้าอื่น ๆ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 45 วัน

ทั้งนี้ กรณีข้อกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อเดิมที่มีผลใช้บังคับก่อนคณะกรรมการการแข่งขัน ทางการค้าออกคำสั่งนี้มีระยะเวลาการให้สินเชื่อน้อยกว่าที่คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ากำหนดให้ใช้ข้อกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อเดิม หรือกรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

(6) ให้บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด รายงานผลการประกอบธุรกิจ ภายใต้การดำเนินการตามกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขที่ได้รับจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นรายไตรมาสหรือในระยะเวลาที่กำหนด ตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ากำหนด เป็นระยะเวลา 3 ปี

(7) ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตรวมธุรกิจและผู้ประกอบธุรกิจที่มีสถานะเสมือนเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกันในตลาดร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่สินค้าอุปโภคบริโภค กำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติทางการค้าที่ดี (Code of Conduct) เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน และถือปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว ตลอดจนประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกกับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัดและต้องไม่กระทำการที่เป็นข้อห้ามของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์