'ศิริกัญญา' ชี้หลังควบรวม 'ซีพี-เทสโก' หากพบการค้าที่ไม่เป็นธรรม แจ้งเบาะแสได้

'ศิริกัญญา ตันสกุล' ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ระบุจับตาหลังควบรวม 'ซีพี-เทสโก' ขอความร่วมมือให้ SME ที่เป็นคู่ค้ากับทั้ง 2 บริษัท หากพบการค้าที่ไม่เป็นธรรม ให้แจ้งเบาะแส ข้อมูลหลักฐานให้กับพรรคก้าวไกลได้


ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล (แฟ้มภาพ)

7 พ.ย. 2563 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ได้พิจารณาการขออนุญาตรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้น จำกัด และบริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย)

กรรมการเสียงข้างมากมีมติอนุญาตให้ควบรวมกิจการได้โดยมีเงื่อนไขโดยให้ความเห็นว่าการควบรวมธุรกิจครั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจมีอำนาจเหนือตลาดเพิ่มขึ้นในตลาดร้านค้าปลีกสมัยใหม่ สินค้าอุปโภคบริโภคประเภทร้านค้าปลีกขนาดเล็ก แต่ไม่เป็นการผูกขาด ส่งผลให้การแข่งขันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคส่วนรวม แต่มีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเพื่อลด หรือเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

แน่นอนว่าการตัดสินว่าการควบรวมครั้งนี้ไม่เป็นการผูกขาดนั้นไม่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะการกำหนดว่าอะไรคือ “ตลาด” นั้นใช้ดุลพินิจได้ค่อนข้างมาก และในกรณีนี้กำหนดว่าเป็นตลาดของร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ Modern trade ซึ่งรวมทั้งร้านค้าสะดวกซื้อ และไฮเปอร์มาร์เก็ต ส่วนการใช้ส่วนแบ่งตลาดเป็นเกณฑ์ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าแข็ง และตายตัวเกินไป จำเป็นต้องพิจารณาถึงยอดขายรายสินค้า ทรัพย์สิน และส่วนแบ่งตลาดที่อาจเพิ่มขึ้นภายหลังควบรวมด้วย

เมื่อไม่ผูกขาด แต่มีอำนาจเหนือตลาดเพิ่มขึ้น (หมายถึงอำนาจที่จะขึ้นราคาสินค้ากับผู้บริโภค หรือกดราคาสินค้ากับซัพพลายเออร์ได้) ก็จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดที่นำไปสู่การค้าที่ไม่เป็นธรรม ผลการวินิจฉัยกล่าวว่าจะไม่กระทบผู้บริโภค แต่จะกระทบกับคู่ค้าของซีพีและเทสโก้ โลตัส เช่น ซัพพลายเออร์ ผู้ประกอบการคลังสินค้าและโลจิสติกส์

มาดูกันว่าในมติไมีการระบุเงื่อนไขเพื่อลดหรือเยียวยาผลกระทบไว้อย่างไรบ้าง โดยเงื่อนไข 7 ข้อ ที่บอร์ดประกาศออกมา มีทั้งที่ซีพี และเทสโก้ต้องทำ และห้ามทำ

ที่ห้ามทำ คือ ห้ามควบรวมอีกใน 3 ปี และห้ามแชร์ข้อมูลซัพพลายเออร์ระหว่างกัน

ที่ต้องทำ คือ 1. ให้ซีพี และเทสโก้เพิ่มสัดส่วนยอดขายของ SME ประกอบด้วย OTOP และวิสาหกิจชุมชนในอัตราเพิ่มขึ้นปีละ 10% เป็นเวลา 5 ปี 2. ให้เทสโก้คงเงื่อนไขตามสัญญากับซัพพลายเออร์เดิม เป็นเวลา 2 ปี 3. ให้ซีพีและเทสโก้กำหนดสินเชื่อการค้าระยะเวลา credit term เป็น 30-45 วัน เฉพาะสินค้าจาก SME 4. ให้ซีพีและเทสโก้ส่งรายงานผลการปฏิบัติตามเงื่อนไข รายไตรมาสกับบอร์ดแข่งขันทางการค้า และ 5. ให้ทำมาตรฐานการปฏิบัติทางการค้าที่ดี (code of conduct) เผยแพร่กับสาธารณะ

จะเห็นว่าเป็นเงื่อนไขเรื่อง “พฤติกรรม” เป็นส่วนใหญ่ และซอฟต์มากจนไม่ได้รู้สึกว่าจะป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดได้จริง ทั้งเรื่องเพิ่มสัดส่วนสินค้า otop การลดระยะเวลาสินเชื่อการค้าซึ่งไม่ต่างจากเดิมมากนักสำหรับสินค้าเกษตร การคงเงื่อนไขตามสัญญาและข้อตกลงการค้าเดิมก็กำหนดระยะเวลาไว้เพียง 2 ปี แต่ไม่มีเงื่อนไขที่เกี่ยวกับเรื่องของขนาดภายหลังการควบรวมเลย และพฤติกรรมเหล่านี้ แม้ไม่มีการควบรวมก็สมควรกำหนดให้ทำอยู่แล้ว

ในขณะที่คดีควบรวมในธุรกิจค้าปลีกในประเทศที่มีการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าจริงจัง โดยปกติจะกำหนดเงื่อนไขโดยมีจุดประสงค์ให้ขนาดของบริษัทเมื่อควบรวมเรียบร้อยแล้วมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป โดยอาจจะกำหนดเงื่อนไขให้ “ลดขนาด” ของการควบรวม หรือแม้กระทั่งกำหนดให้ “ขาย” กิจการบางส่วนออกไปก่อนการควบรวมเพื่อให้เมื่อควบรวมแล้วธุรกิจตลอดสายไม่ได้มีขนาดใหญ่จนสร้างผลเสียต่อการแข่งขันในตลาด

ลองนึกภาพดูว่า ระหว่างการมานั่งตรวจสอบการใช้อำนาจเหนือตลาดต่อคู่ค้าเป็นรายกรณี กับการปล่อยให้ตลาดมีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งเป็นการลดอำนาจเหนือตลาดทางอ้อม แบบไหนมีต้นทุนในการควบคุมน้อยกว่ากัน และการสลายการควบรวม (divestiture remedy) ในภายหลังเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก (แม้จะมีอำนาจก็ตาม) เพราะต้นทุนสูงทั้งต่อสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าในการตรวจสอบ และต่อผู้ประกอบการผู้รับคำสั่งเองด้วย

อีกทั้งเปิดเผยว่าคณะ กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ จะติดตามรายละเอียดของมติบอร์ดแข่งขันในครั้งนี้ต่อ และอยากขอความร่วมมือให้ SME ที่เป็นคู่ค้ากับทั้ง 2 บริษัทหากพบการค้าที่ไม่เป็นธรรม ให้แจ้งเบาะแส ข้อมูลหลักฐานให้กับ พรรคก้าวไกล หรือ ส.ส.ของพรรค ทางเรายินดีจะปกปิดตัวตนของท่านระหว่างการตรวจสอบ เพราะเราทราบดีว่าการออกมาเปิดเผยข้อมูลอาจนำไปสู่ผลเสียต่อธุรกิจของท่านได้

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์