พีมูฟร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ยุติรับฟังความเห็นกฎหมายลูกพ.ร.บ.อุทยานฯ ชี้ขาดการมีส่วนร่วม

พีมูฟร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ยุติรับฟังความเห็นกฎหมายลูก พ.ร.บ.อุทยานฯ ชี้ขาดการมีส่วนร่วม-เนื้อหาละเมิดสิทธิชุมชน ด้าน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ รับจะคำนึงสัดส่วนผู้เข้าร่วม และผู้มีส่วนได้เสีย และจะเข้าร่วมสังเกตการณ์เวทีรับฟังความคิดเห็นทุกครั้ง 

16 ธ.ค. 2563 วันนี้ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ยื่นหนังสือถึงนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ร้องยกเลิกกระบวนการรับฟังความเห็นต่อร่างกฎหมายลำดับรองประกอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ชี้ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ และมีเนื้อหาหลายประการที่ละเมิดสิทธิชุมชน

จำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กล่าวว่า การยื่นเรื่องร้องเรียนครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2563 พีมูฟได้มายื่นเรื่องร้องเรียนถึงคณะกรรมาธิการฯ ดังกล่าวแล้วจึงเกิดเวทีประชุมครั้งนี้ ซึ่งตนเห็นว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ มีสัดส่วนผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายเข้าร่วมน้อยมาก ซึ่งจะสร้างผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

“จะเกิดผลกระทบครั้งใหญ่ต่อประชาชน เพราะเขาไม่รับฟังความเห็นต่าง พยายามปิดกั้นตลอด เวลาให้เราพูดก็มีน้อยนิด ให้เวลาแค่กับคนที่เห็นด้วยอยู่แล้ว ซี่งเป็นมาตั้งสมัย สนช. ตั้งแต่ตอนออกกฎหมายแม่ที่เราพยายามไปคัดค้าน ก็ไม่รับฟังเรา พอกฎหมายลูกยิ่งหนัก เราคิดว่าต้องหยุดกระบวนการแล้วรับฟังความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมทั่วถึงกัน ถึงจะเกิดความยุติธรรม” จำนงค์กล่าว

กันยา ปันกิติ จากชุมชนบ้านน้ำปลิว ตำบลหนองปรือ อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ตนยืนยันว่าเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่อาศัยและทำกินมาก่อน และเห็นว่ากระบวนการสำรวจตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติที่ผ่านมามีแปลงทำกินหลายแปลงต้องหลุดมือ เพราะติดเงื่อนไขแปลงคดีและพื้นที่ล่อแหลม ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขตามร่างกฎหมายลำดับรอง

“แปลงที่ถูกดำเนินคดีจากช่วงทวงคืนผืนป่าเขาไม่รังวัดให้ ที่ดินหลุดมือ และเมื่อเดินไปแล้วสิ่งที่ตามมาคือใช้ภาพถ่ายทางอากาศเป็นตัวตั้ง จะกระทบกับวิถีการเกษตรแบบผสมผสาน ที่ถ้ามองในภาพถ่ายจะเหมือนป่า แต่จริงๆ เป็นพื้นที่การเกษตร เขาก็บอกว่าเป็นป่า นอกจากนั้นยังติดคำว่าล่อแหลม ซึ่งเราไม่รู้ว่าเขาเอาอะไรเป็นเกณฑ์ ที่บ้านน้ำปลิวประมาณ 166 ราย 170 แปลง ล่อแหลมไปแล้ว 100 แปลง” กันยากล่าว

นอกจากนั้น กันยายังย้ำว่า การแก้ไขปัญหาจะเกิดขึ้นได้ ตนเข้าใจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่พยายามแก้ไขกฎหมายเพื่อผ่อนผันให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้ แต่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่มีส่วนร่วมและโปร่งใสเท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนอยู่กับป่าภายใต้หลักการการเคารพสิทธิมนุษยชน

ด้าน กฤติน หลิมตระกูล ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า เรามีแผนจะดำเนินการในเดือนมกราคม หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน กรมอุทยานฯ จะดำเนินการจัดให้มีเวทีการรับฟังความคิดเห็นเป็นรายภาค จะจัดที่เชียงใหม่ ขอนแก่น ปราจีนบุรี และนครศรีธรรมราช จะนำข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาจัดทำร่างกฎหมายลูกที่ครอบคุลมที่สุด ให้คำมั่นสัญญาว่า จะเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด

ปดิพัทธ์ สันติภาดา ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะให้มีการหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นภูมิภาค และส่งมาที่กรรมาธิการฯ ด้วย เรื่องสัดส่วนผู้เข้าร่วม ประธานการประชุม และผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งจะส่งผู้แทนจากคณะกรรมาธิการฯ เข้าร่วมสังเกตการณ์เวทีรับฟังความคิดเห็นทุกครั้ง และให้กรมอุทยานฯ แยกประเด็นรายมาตรา เพื่อนำไปหารือกับคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพูดคุยหาทางออกกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป

 

พีมูฟร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ยุติรับฟังความเห็นกฎหมายลูก พ.ร.บ.อุทยานฯ...

โพสต์โดย ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move เมื่อ วันอังคารที่ 15 ธันวาคม 2020

 

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์