ประธาน กมธ.ที่ดินลงพื้นที่ข้อพิพาทที่ดินแดนทุ่งลุยลาย เร่งแก้ปัญหาสิทธิที่ทำกิน

ปธ.กมธ.ที่ดินฯ ลงพื้นที่ทุ่งลุยลายในเวทีรับฟังปัญหา ชี้ต้องให้ชาวบ้านเข้าถึงสิทธิถือครองที่ดิน ต้องไม่มีการจับกุม ข่มขู่ คุกคาม ดำเนินคดี และต้องแก้ปัญหาในระดับนโยบาย

3 ก.พ. 2564 เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ประธานคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กมธ.) เดินทางมายังศาลาการเปรียญวัดทุ่งลุยลาย ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เพื่อร่วมงาน "เวทีรับฟังปัญหาประชาชน' นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานรัฐในพื้นที่ เช่น หัวหน้าหน่วยป้องกันและรักษาป่าไม้ (ชย.4) กำนันตำบลทุ่งลุยลาย รวมทั้งผู้แทนนายอำเภอคอนสาร  ผู้แทนหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผาผึ้ง และผู้แทนนายกเทศบาลตำบลทุ่งลุยลาย เพื่อร่วมรับฟังกรณีปัญหาข้อพิพาทที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการถูกประกาศเขตป่าทับซ้อนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย

ในฐานะประธาน กมธ.ได้กล่าวเปิดเวที โดยกล่าวถึงการลงมาพื้นที่ได้รับร้องเรียนว่า ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อน ร่วมกันผลักดันมาหลายชุดรัฐบาล กระทั่งมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีความคืบหน้า แต่ในทางปฎิบัติกลับติดตรงที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกเฉย ไม่ดำเนินการ 

ฉะนั้นในฐานะตัวแทนประชาชน เมื่อได้รับการร้องเรียนจึงเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ต้องลงมาเพื่อรับฟังถึงปัญหาที่ได้รับผลกระทบ เพื่อติดตามและจะทำหนังสือเชิญร่วมประชุมหารือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพ และในการเป็นผู้แทนประชาชน (ส.ส.) จะใช้กลไกทางรัฐสภาในการพูดคุยเพื่อให้มีมติการแก้ไขปัญหาในเชิงนโยบาย เป็นการต่อไป

แม้ในพื้นที่พิพาทผู้เดือดร้อนยังไม่ได้สิทธิการถือครองทำประโยชน์ แต่ในการแก้ไขปัญหาระยะสั้น จะต้องให้ชาวบ้านเข้าถึงในสิทธิที่ดินทำกินได้ เพราะฉะนั้นในระหว่างการแก้ไขปัญหา ต้องไม่มีการจับกุม ข่มขู่ คุกคาม และไม่ดำเนินคดี ตลอดจนผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ซึ่งหน่วยงานระดับท้องถิ่นต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะชาวบ้านเป็นผู้อยู่ในพื้นที่ สิ่งที่ชาวบ้านอาศัยและทำกินพวกเขาก็ต้องรักษาและฟื้นฟูป่าอยู่แล้ว

ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เมื่อเป็นปัญหาระดับนโยบายก็ต้องแก้ด้วยนโยบาย และก็ต้องหาแนวทางแก้ไขอย่างมีส่วนร่วมกันในทุกภาคส่วน คือต้องกำหนดเขตพื้นที่ป่าให้ชัดเจน ไม่ให้กระทบต่อชาวบ้าน และปัญหาส่วนใหญ่มาจากการรวมศูนย์ของรัฐบาลที่บริหารจัดการฝ่ายเดียว ดังนั้นต้องให้มีการกระจายอำนาจ รวมทั้งแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการจัดสรรเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงในสิทธิที่ดินทำกิน 

ซึ่ง ทางพรรคก้าวไกลในขณะนี้ เตรียมที่จะมีการจัดตั้งทีมเพื่อศึกษาให้เห็นถึงสภาพปัญหา รวมทั้งในเรื่องกฎหมายโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดิน จะผลักด้นเพื่อแก้ไขให้ประชาชนได้รับรองในสิทธิชุมชนอย่างแท้จริง คือประชาชนต้องมีสิทธิออกแบบอย่างมีส่วนร่วม สามารถกำหนดอนาคตตัวเองได้

หลังจาก ประธาน กมธ. กล่าวเปิดถึงที่มา ปัญหา และแนวทางแก้ไขร่วมกันเสร็จสิ้น ประชาชนกว่า 100 คน ที่เข้ามาร่วมในเวที ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผาผึ้ง รวมทั้งสวนป่าโคกยาว ทับที่กินทำกิน รวมทั้งถูกไล่รื้อ และถูกดำเนินคดี ซึ่งชาวบ้านได้มีตัวแทนสลับกันพูดถึงประเด็นปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากการถูกประกาศเขตป่าทับซ้อนทับที่ดินทำกิน  จากนั้นได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมาธิการที่ดินฯ

ต่อมา เวลา 13.00 น. ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะ ประธาน กมธ. ร่วมลงดูพื้นที่พิพาทพร้อมกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ และตัวแทนห้วหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผาผึ้ง

จากนั้นประมาณ 13.30 น. เดินทางไปยังวัดคอนสารวนาราม (วัดน้ำพุปางวัว) ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ต.คอนสาร และ ต.ดงบัง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตที่ดินทับที่อยู่อาศัย โดยมีกำนันพร้อมด้วยชาวบ้านรวมกว่า 50 คน เข้าร่วมเวที เพื่อกล่าวถึงปัญหาที่ได้รับผลกระทบ ให้ ประธาน กมธ.รับทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับขาวบ้าน เป็นการต่อไป

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์