Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (ThaiTGA) จัดเวทีเสวนา “Identity is Real” เมื่อชีวิตจริงของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศยังไม่ถูกกฎหมายรับรอง


เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ AIS Siam มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (ThaiTGA) จัดเวทีเสวนา “Identity is Real” เมื่อชีวิตจริงของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศยังไม่ถูกกฎหมายรับรอง ภายใต้งาน Trans Pride Thailand 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 16 มิถุนายน 2569

เวทีดังกล่าวเปิดพื้นที่พูดคุยผ่านมุมมองของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศจากหลากหลายสายอาชีพ ทั้งสายบันเทิง นักกิจกรรม ผู้ประกอบธุรกิจ และผู้ทํางานในระบบวิชาชีพ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมีชีวิตประจําวันเช่นเดียวกับทุกคน และประสบความสําเร็จได้ในทุกอาชีพ แต่ยังคงเผชิญอุปสรรคจากระบบกฎหมายและโครงสร้างทางสังคมที่ไม่รับรองตัวตนของพวกเขาอย่างเท่าเทียม

ในมุมมองของผู้ทํางานในสายวิชาชีพ คุณคชิสรา ศรีดาโคตร (รองชนะเลิศอันดับ 1 Miss Tiffany 2024 แพทย์เวชปฏิบัติ และนักเพศวิทยาคลินิก) ยังคงเผชิญกับการตั้งคําถาม ข้อสงสัยจากคนไข้เมื่อต้องเข้ารับบริการกับหมอที่เป็นคนข้ามเพศ เนื่องจากสังคมไม่มีภาพจําเกี่ยวกับคนข้ามเพศในวิชาชีพนี้มากเพียงพอ ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในสายตาคนไข้นอกจากนี้ยังเกี่ยวโยงกับคํานําหน้าชื่อกับอัตลักษณ์ที่ไม่ตรงกัน เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความสับสนให้กับคนไข้เช่นเดียวกัน และประเด็นเรื่องสวัสดิการฮอร์โมน มุมมองของสายวิชาชีพ คุณคชิสรามองว่า ที่ผ่านมายังไม่มีการจัดระบบหรือให้ข้อมูลเรื่องการใช้ฮอร์โมนที่ถูกต้อง การมีสวัสดิการฮอร์โมนจะช่วยให้การดูแลคนข้ามเพศเป็นระบบครบองค์รวมมากยิ่งขึ้น เพราะการให้ฮอร์โมนไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลงรูปร่างข้างนอกเท่านั้นแต่มันคือการทําให้ร่างกายตรงกับจิตใจ

โฆษณา - Advertising

ในขณะที่ด้านของผู้ประกอบธุรกิจ คุณธนาธิป เกตุชาติ ธาร์ล่อน (เจ้าของร้านอาหารอีเปีย) บอกเล่าถึงประสบการณ์การใช้ชีวิตและทํางานในฐานะคนข้ามเพศในต่างประเทศ เธอได้รับการปฏิบัติเหมือนผู้หญิงคนหนึ่ง ได้รับ
การเคารพในตัวตนของเธออย่างชัดเจน และในการทํางานความสามารถถูกสนใจมากกว่าอัตลักษณ์ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย ความเคารพจะได้รับเฉพาะจากคนที่รู้จักกัน และการตีตรา มองภาพเหมารวมว่าคนข้ามเพศทําได้แค่บางอาชีพ เช่น ช่างแต่งหน้า นางโชว์ หรือทํางานในแวดวงบันเทิง เป็นสิ่งที่ล้าหลังมาก รวมถึงประเด็นเรื่องสวัสดิการฮอร์โมน

คุณธนาธิปมองว่าตรงนี้ไม่ใช่แค่การขอฮอร์โมนฟรี แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ สวัสดิการฮอร์โมนไม่ใช่เรื่องที่พึ่งต่อสู้มาเมื่อวาน หรือแค่ในเดือนไพรด์ แต่มีการเดินทางมานาน ผ่านการเก็บข้อมูล สถิติและงานวิจัยต่าง ๆ อยากให้คนข้างนอกได้รับรู้ผ่านตัวอย่างของคนข้ามเพศที่รับฮอร์โมน หากพูดคุยด้วยเหตุผล เชื่อว่าจะสามารถหาทางออกให้กับข้อถกเถียงที่กําลังเกิดขึ้นในสังคมได้

คุณรตี แต้สมบัติผู้อํานวยการมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (ThaiTGA) บอกเล่าในความท้าทายที่พบเจอฐานะคนทํางานในแวดวงวิชาการ การถูกตั้งคําถามเรื่องอัตลักษณ์ ตัวตน เช่น การถูกขอให้แต่งกายตามเพศกําเนิดในที่ทํางาน การถูกตั้งคําถามเรื่องการใช้พื้นที่สาธารณะ แม้กระทั่งในการขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่ผ่านมา ในสภายังมีการถกเถียงประเด็นการก่อตั้งครอบครัว คําเรียกบุพการีที่มีความหลากหลายทางเพศว่าจะเรียกอย่างไร ความกังวลเรื่องการรับบุตรบุญธรรม กฎหมายลําดับรอง เป็นต้น ซึ่งที่กล่าวมานี้สิ่งที่สําคัญที่สุดคือความสมัครใจ ทั้งคําในการเรียกบุพการี หรือการแต่งกายในที่ทํางาน คุณรตีมองว่า เพราะเราถูกสอนมาตลอดว่าจะปฏิบัติในฐานะ สุภาพบุรุษ / สุภาพสตรี อย่างไร แต่เราควรจะปฏิบัติในฐานะสุภาพชน โดยไม่ต้องแบ่งชายหญิง การใช้พื้นที่สาธารณะควรจะเป็นเรื่องของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยไม่มีเรื่องเพศเป็นตัวตัดสิน ไม่อยากจะสร้างให้เกิดบทสนทนาที่แบ่งแยกเพศ

ในประเด็นเรื่องสวัสดิการฮอร์โมน คุณรตีมองว่าคนสังคมควรจะมีความรู้เท่าทันในการนําเสนอของสื่อ และตรวจสอบข้อเท็จจริง หลายครั้งสื่อบางสื่อไม่เป็นกลาง มีอคติ นําเสนอแค่บางด้านที่เกี่ยวข้องกับคนเพศ หรือคนที่มีความหลากหลายทางเพศ และจากกระแสสังคมที่มองว่ามีเรื่องอื่นที่สําคัญมากกว่าสวัสดิการฮอร์โมน คุณรตีมองว่าประเด็นสุขภาพทุกเรื่องเป็นเรื่องจําเป็น ทุกเรื่องเป็นเรื่องสําคัญ เรื่องฮอร์โมน ชายและหญิง ได้รับเรื่องสิทธิประโยชน์ฮอร์โมนอยู่แล้ว การมีฮอร์โมนเพื่อคนข้ามเพศ เป็นแค่การทําเรื่องไกด์ไลน์คําอธิบายให้คุณหมอจ่ายฮอร์โมนสําหรับคนข้ามเพศได้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นสิทธิของคนทุกคน

ทางฝั่งสายบันเทิง คุณชยทัต แสงพงษ์ (รองอันดับ 2 Miss Fabulous Thailand Season 3 Content Creator, Drag Queen) อาจจะเป็นแวดวงที่พบเจอกับสิ่งที่บั่นทอน หรือการตั้งคําถามต่อตัวตนน้อย ด้วยสายงานที่ค่อนข้างเปิดกว้าง ประกอบกับการเลือกที่จะมองข้าม ปล่อยวางและมีความสุขกับการทํางาน

ผู้ร่วมเสวนาทุกท่านมุมมองไปในทางเดียวกันว่า ถ้ากฎหมายรับรองเพศสภาพผ่านออกมาใช้ได้จริง ชีวิตก็จะยังคงดําเนินไปตามปกติที่เคยเป็น และไม่ใช่ทุกคนจะออกไปใช้กฎหมายเพื่อเปลี่ยนคํานําหน้าเลย เพราะต้องผ่านขั้นตอนการตัดสินใจ เหมือนกับกระบวนการการข้ามเพศ แต่การมีกฎหมายฉบับนี้จะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคม ทําให้เห็นว่าสังคมมีความแตกต่างหลากหลาย เป็นพลวัต การมีกฎหมายรับรองเพศ ก็คือการอัพเดทข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของคนข้ามเพศ คนข้ามเพศจะรู้สึกเป็นตัวเองมากขึ้น ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และไม่โดนตั้งคําถามถึงตัวตนเวทีเสวนานี้มุ่งหวังที่จะสื่อสารให้เห็นว่า “กฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ” ไม่ใช่เพียงประเด็นเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิในการใช้ชีวิต และโอกาสในการทํางานอย่างเท่าเทียมของบุคคลทุกคนในสังคมภายใต้หลักกการ Self – Determination เจตจํานงในการเลือกเพศได้ด้วยตัวเอง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising