ภาคเอกชนเชียงใหม่แจ้งยอดความต้องการฉีดวัคซีน 1.7 แสนคน หลังยอดจองล็อตแรกยังน้อย

ภาคเอกชนเชียงใหม่แจงยอดความต้องการฉีดวัคซีน COVID-19 กว่า 1.7 แสนคน หลังจองฉีดล็อตแรกกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ณ 12 พ.ค. 2564 ยังจองน้อยแค่ 49,995 ราย เป้าเชียงใหม่มีกว่า 6.1 แสนคน

12 พ.ค. 2564 เพจข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่าประชาชนชาวเชียงใหม่ได้ลงชื่อจองฉีดวัคซีนแล้วทั้งสิ้น 49,995 ราย แยกเป็นผู้ที่จองผ่านระบบ “หมอพร้อม” 41,860 ราย และจองคิวผ่านโรงพยาบาล, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ อสม. จำนวน 8,135 ราย ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายในการฉีดวัคซีนรอบนี้มีทั้งสิ้น 612,550 ราย แยกเป็น ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 430,356 ราย กลุ่มผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง 182,194 ราย

ทั้งนี้มีรายงานเบื้องต้นว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. จังหวัดเชียงใหม่ และองค์กรพันธมิตร ได้แจ้งความต้องการรรับวัคซีนภาคเอกชนของจังหวัดเชียงใหม่มีอยู่ราว 177,050 คน แยกเป็น สมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ 420 กิจการ 20,000 คน หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ 817 กิจการ 30,000 คน ชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ 18 กิจการ 3,800 คน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่และองค์กรพันธมิตร 700 กิจการ 20,000 คน สมาคมส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการไทยจังหวัดเชียงใหม่ 625 กิจการ 6,250 คน สมาคมผู้ผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ (NOHMEX) 250 กิจการ 12,000 คน สมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดเชียงใหม่ 155 กิจการ 5,000 คน และสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ 14,751 กิจการ 80,000 คน นอกจากนี้ยังมีชมรมธุรกิจรถเช่าจังหวัดเชียงใหม่ อีก 131 คน ซึ่งแจ้งความประสงค์แล้วว่า พร้อมฉีดวัคซีน

สำหรับสถานการณ์ COVID-19 จ.เชียงใหม่ วันที่ 12 พ.ค. 2564 พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 10 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย

 

รายงานสถานการณ์ COVID-19 จังหวัดเชียงใหม่  วันที่ 12 พ.ค. 64  - พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 10 ราย - เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย

โพสต์โดย ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม  2021

ด้าน ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ เปิดเผยว่า วันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือเพียงจำนวน 10 ราย ซึ่งต่ำสุดในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,944 ราย รักษาหายแล้ว 3,325 ราย คิดเป็นร้อยละ 84 ของผู้ป่วยทั้งหมด ยังคงมีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 605 ราย คิดเป็นร้อยละ 16 ของผู้ป่วยทั้งหมด และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสมของจังหวัดเชียงใหม่จนถึงขณะนี้ 14 ราย ขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 469 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 90 ราย อาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 32 ราย และผู้ป่วยอาการหนัก (สีแดง) 14 ราย ซึ่งลดลงเป็นจำนวนมาก

การตรวจกลุ่มเสี่ยงและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงวันนี้ ได้ทำการตรวจไปทั้งหมด 1,549 ราย พบผู้มีผลบวกเพียงร้อยละ 0.97 แต่เมื่อพิจารณาตามจุดตรวจต่าง ๆ ยังคงพบว่าจุดตรวจจากโรงพยาบาลอำเภอยังคงพบผู้ติดเชื้อสะสมเป็นจำนวนที่สูง รองลงมาเป็นโรงพยาบาลเอกชน และจุดตรวจเฉพาะกิจต่าง ๆ ตามลำดับ ส่วนความเสี่ยงของผู้ติดเชื้อ พบว่าเป็นการสัมผัสในครอบครัวสูง นอกจากนี้ยังพบว่าการสัมผัสในชุมชน และการนำเข้าจากต่างจังหวัด เริ่มกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง ขณะที่การสัมผัสในสถานที่ทำงานลดลง และการสัมผัสในสถานบันเทิงไม่พบผู้ที่เสี่ยงมา 2-3 วันแล้ว

กรณี Fake News ที่ได้มีการเผยแพร่ว่าพบการติดเชื้อโควิด-19 ในตลาดเช้าพื้นที่อำเภอแม่ริม โดยมีผู้ขอรับการตรวจเป็นจำนวนมากแต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจให้ได้นั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และยังไม่มีการพบผู้ติดเชื้อในสถานที่ดังกล่าวแต่อย่างใด

ส่วนการตรวจเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเสี่ยงสูง ที่จะเป็นแหล่งแพร่ระบาดในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการตรวจแล้ว 36 แห่ง โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในด้านการจัดสถานที่ และบุคลากรที่จะเข้ารับการตรวจ รวมถึงการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อเอื้อต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี จากการค้นหากว่า 6,400 ราย พบผู้ติดเชื้อเพียง 51 ราย ซึ่งถือว่าจังหวัดเชียงใหม่มีความปลอดภัยสูง สำหรับแผนการดำเนินงานต่อไปจะได้ทำการตรวจในกลุ่มพนักงานขับรถขนส่งสินค้า พนักงานขับรถส่งพืชผลทางการเกษตร พนักงานขับรถทัวร์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ยังคงพบผู้ติดเชื้อในคลัสเตอร์งานศพที่อมก๋อยอยู่ โดยในวันนี้พบผู้ติดเชื้อสัมผัสในชุมชนเพิ่มอีก 1 ราย คัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงแล้วกว่า 70 ราย พบผลเป็นลบทั้งหมด และทางทีมสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จะได้มีการลงพื้นที่สนับสนุนการทำงานของทีมเจ้าหน้าที่อำเภออมก๋อยต่อไป และคลัสเตอร์ใหม่ 1 คลัสเตอร์ ที่พบเพิ่มในวันนี้ คือคลัสเตอร์โรงพยาบาลเซ็นทรัลเชียงใหม่เมมโมเรียล มีผู้ป่วยและผู้สัมผัสร่วมบ้าน 4 ราย บุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานสนับสนุน 8 ราย รวมทั้งหมด 12 ราย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่จึงขอแจ้งให้ประชาชน ผู้ป่วย และพนักงานที่เข้าใช้บริการโรงพยาบาลเซ็นทรัลเชียงใหม่เมมโมเรียล ระหว่างวันที่ 1-6 พ.ค. 2564 เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือศูนย์วัณโรคเขต 1 เดิม หน้าร้านสุริวงศ์บุ๊คเซนเตอร์ ทุกวันในเวลาราชการ

ด้านนายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ได้ชี้แจงรายละเอียดกรณีมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 2 รายว่า รายแรกเป็นชายไทย อายุ 64 ปี มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวาน มีประวัติเดินทางไปในสถานที่เสี่ยง ติดเชื้อจากในชุมชน วันที่ 24 เมษายน มีอาการหายใจหอบเหนื่อย ตรวจพบเชื้อโควิด-19 และรับไว้รักษาที่โรงพยาบาลสนาม วันที่ 1 พ.ค. มีอาการเหนื่อยมากจึงถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลจอมทอง วันที่ 9 พ.ค. เกิดภาวะแทรกซ้อนลิ่มเลือดอุดตันขาซ้าย จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ศัลยแพทย์ประเมินแล้วพบว่ากล้ามเนื้อขาซ้ายเน่าตายจากการอุดตันของเส้นเลือด และได้ทำการตัดขาซ้ายออกระดับเหนือเข่า แต่อาการยังไม่ดีขึ้น กระทั่งเสียชีวิตลงในวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา

รายที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 66 ปี มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง ไวรัสตับอักเสบซี พบติดเชื้อจากคนในครอบครัว และได้ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 25 เม.ย. และถูกรับไว้รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน วันที่ 27 เม.ย. มีไข้ ไอ มีเสมหะเป็นเลือด หายใจลำบาก จึงถูกส่งตัวเข้ารักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ต่อมาวันที่ 8 พ.ค. เกิดภาวะแทรกซ้อน ไตวาย เกลือแร่ผิดปกติ และได้เสียชีวิตลงในวันที่ 10 พฤษภาคม

ในการนี้ นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า เป็นข่าวดีกับชาวเชียงใหม่เนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายจัดวัคซีนให้กับคนไทยทุกคน โดยจังหวัดเชียงใหม่มีเป้าหมายฉีดวัคซีนทั้งหมด 1 ล้าน 6 แสนคน แบ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขี้นไป และกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง จำนวน 559,304 คน และกลุ่มประชาชนทั่วไปอายุ 18-59 ปี จำนวน 953,562 คน จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับการฉีดวัคซีนได้ที่ระบบหมอพร้อม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลทุกแห่งใกล้บ้าน หรือแจ้งไปยังอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ ซึ่งจะคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยการฉีดวัคซีนจะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 มิ.ย. 2564 ซึ่งเร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม และในเบื้องต้นได้มีแผนการกระจายวัคซีน 3 แนวทาง ตามสัดส่วน 30 : 50 : 20 คือ การฉีดตามนัดของผู้ที่ลงทะเบียนไว้ในระบบหมอพร้อม ร้อยละ 30 การนัดฉีดจากสถานพยาบาลตามรายชื่อผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายที่มีอยู่ ร้อยละ 50 และการปูพรมฉีดตามจุดต่าง ๆ ในจังหวัด ร้อยละ 20 ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปรับการฉีดตามจุดที่กำหนดได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า

โดยในขณะนี้ จังหวัดเชียงใหม่มีสถานที่ฉีดวัคซีนทั้งหมด 41 แห่ง เป็นโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลประจำอำเภอ สนามกีฬาสมโภช 700 ปี และศูนย์การค้าที่ได้อนุเคราะห์ให้ใช้สถานที่ ทั้งนี้ได้มีภาคเอกชน องค์กรต่าง ๆ จำนวนมาก ประสานเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแจ้งความจำนงค์ขอรับการสนับสนุนฉีดวัคซีน ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่จะได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาการจัดสรรวัคซีนให้ในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค. 2564)

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์