เจ้าหน้าที่บุกตรวจ DNA ชาวบ้านห้วยถ้ำ อ.เชียงดาว อ้างขยายจับกุมเครือข่ายยาเสพติด

เจ้าหน้าที่อ้างคำสั่งนายอำเภอเชียงดาว สนธิกำลังเข้าชุมชนลาหู่บ้านห้วยถ้ำ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บุกตรวจ DNA ชาวบ้านในขณะปิดชุมชนป้องกันโควิด-19 อ้างขยายการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด ด้านนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนย้ำ กระทบสิทธิส่วนบุคคล-สิทธิมนุษยชน จี้ดำเนินการทางวินัย

วันนี้ (22 ก.ค. 2564) เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง หรือ IMN ได้รับรายงานจากชาวบ้านในพื้นที่หย่อมบ้านห้วยถ้ำ หมู่บ้านแกน้อย หมู่ 2 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองลาหู่ ว่าเช้านี้เวลาประมาณ 6 นาฬิกา มีการสนธิกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ประมาณ 40 นาย เข้าไปยังชุมชน และแจ้งให้ผู้นำชุมชนประกาศให้สมาชิกชุมชนมารวมตัวกันเพื่อทำการตรวจหาสารพันธุกรรม (DNA) ตามคำสั่งของนายอำเภอเชียงดาว ขณะที่หมู่บ้านละแวกนี้อยู่ระหว่างการปิดชุมชนและห้ามมิให้บุคคลภายนอกเข้า เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวมแล้ว 7 ราย

ทีมข่าว IMN ได้รับเอกสารที่อ้างว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของนายอำเภอเชียงดาว ถึงผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 และหมู่ 12 ตำบลเมืองนะ ลงวันที่ 21 ก.ค. 2564 เรื่อง ขอความร่วมมือและอำนวยความสะดวกเจ้าหน้าที่ในการปิดล้อมตรวจค้นฯ พื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติด โดยหนังสือระบุว่าเป็นการขยายผลจากการจับกุมยาเสพติด แล้วพบว่าขบวนการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงถึงคนในพื้นที่ จึงขอความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการตรวจหาสารพันธุกรรม (DNA)

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากหมู่บ้านละแวกนั้นอยู่ระหว่างการปิดชุมชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากที่พบผู้ติดเชื้อรวมแล้ว 7 ราย และอยู่ระหว่างตรวจหาเชื้อเพิ่มเติมจากกลุ่มเสี่ยงด้วย โดยแหล่งข่าวแจ้งว่า ชาวบ้านบางส่วนสงวนสิทธิ์ในการตรวจหาสารพันธุกรรม เนื่องจากเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ พร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่นำคำสั่งศาลที่ระบุตัวบุคคลชัดเจนมา หากจะขอตรวจ DNA

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ชาวบ้านได้สลายตัวจากห้องประชุม แต่ก็มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นตามแต่ละบ้านด้วย และได้มีการนำรายชื่อชาวบ้านที่ได้รับมาจากอำเภอเชียงดาวให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศเรียกชื่อ ข่มขู่หากว่าไม่มารายงานตัวและยินยอมตรวจ DNA จะมีการดำเนินคดี

ด้าน พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เห็นว่า การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ละเมิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชน การตรวจเก็บ DNA ส่วนใหญ่จัดเก็บจากเนื้อเยื่อจากกระพุ้งแก้ม เป็นสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย และข้อมูล DNA เป็นข้อส่วนบุคคล ต้องมีการขอคำยินยอมโดยมีคำอธิบายให้ชัดเจน ทั้งวิธีการ การนำไปใช้ และเหตุผล รวมทั้งต้องมีการลงชื่อในเอกสารยินยอมและต้องมีช่องที่บอกว่าไม่ยินยอม

“การกระทำวันนี้ที่เชียงดาวไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้เป็นพิเศษ จดหมายขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดและคิดว่าตนต้องให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะเป็นสถานการณ์โควิด มีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อโควิด พบว่ามีประกาศจังหวัดไม่ให้รวมตัวกัน การรวมตัวกัน 40-50 คนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่และชาวบ้านหลายสิบคน โดยเจ้าหน้าที่ใช้สำลีเก็บเยื่อกระพุ้งแก้ม เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่งในเวลานี้” พรเพ็ญกล่าว

นอกจากนั้น ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรมยังย้ำว่า รัฐมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดเป็นสิ่งที่ดี แต่มาตรการที่ใช้ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง การเก็บ DNA ไม่สามารถปราบปรามการค้ายาเสพติดได้ การเลือกดำเนินการในพื้นที่ห่างไกลและเน้นเก็บเฉพาะชนเผ่าพื้นเมืองตามเขตชายแดน อาจมีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ อยู่บนพื้นฐานการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติหรือไม่ เชื่อว่ารัฐจะไม่มาเก็บ DNA ในเขตพื้นที่ที่กรุงเทพโดยอ้างการปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งเสนอให้มีการตรวจสอบการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ด้วย

“ต้องตรวจสอบการทำงานของนายอำเภอ ทหาร และตำรวจในวันเกิดเหตุ ลงโทษทางวินัย มีคำสั่งทำลาย DNA ทั้งหมดที่ไม่ได้เกิดจากการยินยอมของชาวบ้าน เนื่องจากไม่ได้รับข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน และทบทวนนโยบายการเก็บ DNA ทั้งหมดทั้งในสามจังหวัดชายแดนใต้ กับชาวบางกลอย และกับพี่น้องที่เชียงดาว โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด และการปิดล้อมหมู่บ้านต้องมีหมายศาล” พรเพ็ญย้ำ

รายงานล่าสุดระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางออกจากชุมชนแล้วเมื่อประมาณ 13.00 น. ขณะนี้ชาวบ้านห้วยถ้ำยังคงอยู่ในอาการหวาดกลัว และเนื่องจากเกรงว่าการเก็บตัวอย่าง DNA ดังกล่าวจะกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล และมีกระบวนการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงต้องการนำ DNA นั้นคืนจากเจ้าหน้าที่เพื่อนำมาทำลายต่อไป

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์