เปิดหนังสือ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขอ แคปซูลน้ำมัน 20 ถัง จากผู้ว่าฯ รถไฟ วางหน้าวัง สกัด #ม็อบ7สิงหา

เปิดหนังสือที่ผู้ช่วย ผบ.ตร. ทำถึงผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอรับการสนับสนุนตู้โบกี้รถไฟ และแคปซูลน้ำมัน ซึ่งพบว่าตู้ดังกล่าวถูกนำตั้งวางบริเวณท้องสนามหลวงเพื่อปิดกั้น #ม็อบ7สิงหา

ภาพช่วงติดตั้ง

7 ส.ค.2564 ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 6 ส.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 7 ส.ค. ที่บริเวณสนามหลวงใกล้พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นจุดหมายที่กลุ่มผู้ชุมนุม #ม็อบ7สิงหา ประกาศไว้ว่าจะเคลื่อนขบวนไปเพื่อติดตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ปรากฎมีเจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางเตรียมขวางกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนดังเช่นเคย แต่ครั้งนี้ปรากฏโบกี้น้ำมันหรือแคปซูลน้ำมันด้วย จนเกิดการเผยแพร่ภาพทั้งสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์ พร้อมการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมจำนวนมาก

 

 

ล่าสุด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า สื่อมวลชนเปิดหนังสือที่ผู้ช่วย ผบ.ตร. ทำถึงผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอรับการสนับสนุนตู้โบกี้รถไฟ และแคปซูลน้ำมัน ซึ่งพบว่าตู้ดังกล่าวถูกนำตั้งวางบริเวณท้องสนามหลวงเพื่อปิดกั้น #ม็อบ7สิงหา วันนี้ ในการชุมนุมหลายครั้งก่อนหน่านี้ ตำรวจได้ขอรถเมล์เก่าจากขสมก.มาจอดปิดกั้นการชุมนุม

13.17 น. สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการนำตู้สินค้ารถไฟไปเป็นแนวกั้นการชุมนุม

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ระบุว่าตามที่ได้มีการนำเสนอภาพทางสื่อออนไลน์ และสื่อทั่วไป โดยภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการนำตู้สินค้ารถไฟซึ่งอาจจะเลิกใช้การแล้ว นำไปทำเป็นแนวกันชนป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อไม่ให้เข้าไปในเขตหวงห้ามนั้น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว เนื่องจาก

1.หากมีผู้ไม่ประสงค์ดี ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด อาจนำวัตถุอันตรายไปใส่ไว้ในตู้ ที่ปิดมิดชิด โดยเฉพาะตู้บรรทุกน้ำมัน แล้วเกิดเหตุอันตรายที่ไม่พึงประสงค์ จนอาจก่อให้เกิดความสูญเสียเกิดขึ้น จะไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาล

2.จะเกิดความเข้าใจผิดกับผู้ที่เคลื่อนไหว ประชาชน ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางและวิธีการดังกล่าวจะกล่าวหาได้ว่าผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) , สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) และคนรถไฟ ถูกครอบงำสั่งการจากนักการเมือง หรืออาสาดำเนินการเอง ก็จะเกิดความขัดแย้งกับประชาชนที่เห็นต่างกับรัฐบาล เพราะการรถไฟฯมีหน้าที่ในการให้บริการประชาชน เป็นมิตร ให้บริการกับทุกคนโดยไม่เลือก เชื้อชาติ ศาสนา เพศสภาพ สีผิว หรือลัทธิความเชื่อใด

3.จากประวัติศาสตร์การต่อสู้ภาคประชาชนต่อความขัดแย้งทางความคิด อุดมการณ์ทางการเมือง และความไม่พอใจต่อรัฐบาลนั้น ปราการสิ่งกีดขวางแค่นี้คงไม่สามารถทานกระแสและการลุกขึ้นสู้ของประชาชนได้ จึงไม่ควรก่อให้เกิดสถานการณ์น้ำผึ้งหยดเดียว

4.ความขัดแย้ง ความเห็นต่าง การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ขยายเป็นวงกว้างในเวลานี้ จากหลายเรื่อง หลายประเด็น ทั้งเรื่องอำนาจทางการเมือง การจัดการเรื่องเศรษฐกิจ จนมาถึงวิกฤตการณ์ด้านสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน แต่รัฐบาลต้องแสวงหาแนวทางโดยสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เห็นด้วย เห็นต่าง อย่างเข้าใจ และเป็นมิตร จริงใจ

ดังนั้น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) จึงขอให้ยกเลิกการนำตู้สินค้ารถไฟไปเป็นแนวกั้นการชุมนุมของประชาชน และขอให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าการนำตู้สินค้ารถไฟออกไปนั้นกระทำการด้วยวิธีการอย่างไร ใครเป็นคนสั่งการ สร.รฟท.ยืนยันว่าไม่เห็นด้วย ดังเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น และการเคลื่อนไหวของประชาชนหากเคลื่อนไหวด้วยสงบ ปราศจากอาวุธ สันติ ก็เป็นสิทธิที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และ กฎหมายในระดับสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และขอให้รัฐบาลคำนึง ตระหนักถึงสิทธิเหล่านี้

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์