ทะลุฟ้าจัดคาร์ม็อบ 'ส่งเสียงถึงศาล ส่งสารถึงเพื่อน' เคลื่อนขบวนจากศาลอาญาสู่เรือนจำพิเศษ

กลุ่มทะลุฟ้าจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ “ส่งเสียงถึงศาล ส่งสารถึงเพื่อน” อ่านแถลงการณ์ถึงศาลยุติธรรมและศาลรัฐธรรมนูญที่หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ก่อนเคลื่อนขบวนต่อไปที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตั้งเวทีปราศรัยขนาดย่อม พูดความในใจถึงเพื่อนนักกิจกรรมที่ถูกคุมขังอยู่ด้านใน พร้อมเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัวแก่เพื่อนเรา

8 ธ.ค. 2564 วันนี้ (8 ธ.ค. 2564) กลุ่มทะลุฟ้าจัดกิจกรรมชุมนุม CAR MOB “ส่งเสียงถึงศาล ส่งสารถึงเพื่อน” ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป โดยเคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถ.งามวงศ์วาน โดยกิจกรรมในช่วงแรกที่บริเวณหน้าศาลอาญา เป็นการแขวนป้ายผ้าและอ่านแถลงการณ์ส่งเสียงถึงศาล

14.00 น. ผู้สังเกตการณ์การชุมนุมระบุว่าบริเวณหน้าศาลอาญาประตู 8 เจ้าหน้าที่นำโซ่คล้องกุญแจมาปิดประตูทางเข้า ขณะที่รถเครื่องเสียงทีมงานทะลุฟ้าเริ่มเปิดเครื่องเสียง มีประชาชนมารวมตัวกันจำนวนหนึ่ง มีรถยนจอดเรียงแถวริมฟุตบาท 1 แถว และมีตำรวจจราจรคอยอำนวยความสะดวก

14.38 น. แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าซึ่งสวมชุดคอสเพลย์เป็นตัวละครผู้คุมกฎในซีรีส์เรื่อง Squid Game และแต่งตัวเป็นตัวละครในซีรีส์เรื่อง Money Heist ประกาศว่าไม่มีเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนศาลออกมารับหนังสือแถลงการณ์ แกนนำจึงเริ่มอ่านแถลงการณ์

ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้าที่แต่งกายด้วยชุดตัวละครในซีรีส์เรื่อง Money Heist ปราศรัยหน้าศาลอาญา
 

14.47 น. เมื่ออ่านแถลงการณ์จบ แกนนำได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมตั้งขบวนเตรียมเคลื่อนต่อไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปตั้งหัวขบวนที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ข้างศาลอาญา และเริ่มเคลื่อนขบวนในเวลา 14.55 น. โดยพบด่านตรวจ 1 จุดที่ ถ.รัชดาภิเษก ก่อนถึง สน.พหลโยธิน

กลุ่มผู้ชุมนุมที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ตั้งขบวนเตรียมเคลื่อนไปที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
 

แถลงการณ์ถึงศาล

เมื่อไหร่ท่านจะทำตัวเป็นศาลที่น่าเคารพ? 

รัฐธรรมนูญฉบับปี 40 ที่เรียกได้ว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดนั้นได้กำหนดให้มีการจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อรักษาหลักกฎหมายในประเทศ ปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยลอกแบบมาจากเยอรมัน

ศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนีที่ประเทศไทยไปลอกมานั้นทำหน้าที่พิทักษ์สิทธิมนุษยชนอย่างแข็งขัน คอยปกป้องประชาชนจากการใช้อำนาจของรัฐ ล่าสุดได้มีคำวินิจฉัยว่าการปกป้องสภาพอากาศนั้นเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคนเพื่อให้ประชาชนที่ออกมาประท้วงเพื่อให้รัฐเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมทำงานได้ง่ายขึ้น

ตรงข้ามกับศาลรัฐธรรมนูญไทยที่ทำหน้าที่สร้างความขัดแย้งให้สังคมไทยด้วยการทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน ทำคำวินิจฉัยโดยไม่สนใจหลักกฎหมายใดๆ จนมีคำกล่าวที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญเอาแต่ยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่กลับเงียบเป็นเป่าสาก ไม่มีน้ำยาเมื่อเขาทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ 

ผลงานชิ้นโบแดงครั้งแรกของตุลาการพวกนี้คือการวินิจฉัยให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นโมฆะ เป็นต้นเหตุทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองจนทหารเข้ามาทำรัฐประหารซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความฉิบหายของบ้านเมืองจนถึงทุกวันนี้

หลังจากทำให้ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการอำนาจนิยมได้แล้ว คำวินิจฉัยต่อมาที่สร้างความสงสัยให้กับสังคมคือการวินิจฉัยว่านายสมัครสิ้นสภาพการเป็นนายกรัฐมนตรีจากการเป็นพิธีกรรายการชิมไปบ่นไปที่แม้กระทั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญก็ออกมาพูดเองว่าเป็นการทำคำวินิจฉัยที่ผิดพลาด

ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงต้นปี 2663 มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ด้วยมุมมองที่บิดเบี้ยวของศาลรัฐธรรมนูญที่มองว่าพรรคอนาคตใหม่นั้นเป็นองค์กรของรัฐ และใช้วิธีมององค์กรของรัฐมาเพื่อตัดสินว่าพรรคทำสิ่งที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ

คำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่นี้เองที่เป็นตัวจุดชนวนความขัดแย้งอย่างไม่มีวันหวนกลับในสังคมไทยอีกครั้ง เพราะหลังจากคำวินิจฉัยดังกล่าว การชุมนุมต่อต้านเริ่มมีขึ้นอีกครั้งหลังจากการเข้ามาของ คสช

เมื่อเดือนที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำวินิจฉัยอีกว่าการชุมนุมที่สนามหลวงในวันที่ 19 กันยายนนั้นเป็นการล้มล้างการปกครอง ซึ่งอาจส่งผลให้แกนนำในวันนั้นถูกฟ้องคดีอาญาฐานล้มล้างการปกครองต่อไปอีก

ไม่เพียงเท่านั้น จากเรื่องสมรสเท่าเทียม ศาลรัฐธรรมนูญยังทำคำวินิจฉัยเฮงซวยออกมาโดยการอธิบายว่าการสมรสของผู้คนที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นขัดกับธรรมชาติ และกล่าวหาว่าพวกเขาจะเป็นภาระของรัฐ

ทุกคนเห็นพ้องต้องกันหมดว่าตั้งแต่มีศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นมา องค์กรนี้ไม่เคยทำหน้าที่เป็นคนกลาง ยึดหลักกฎหมายเพื่ออำนวยความเป็นธรรมให้ประชาชน นอกจากจะไม่ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีแล้ว ยังดูเหมือนกับว่าศาลรัฐธรรมนูญเอาแต่ใช้ศัพท์แสงยากๆ มาสน้างความชอบธรรมให้เผด็จการประยุทธ์และทอดทิ้งประชาชนไว้ข้างหลังอย่างไรเยื่อใย

ทะลุฟ้า

8 ธันวาคม 2564

15.12 น. ผู้สังเกตการณ์ชุมนุมรายงานเพิ่มเติมว่าพบตำรวจตั้งด่านตรวจอีก 1 จุด บริเวณตีนสะพานข้ามแยกงามวงศ์วาน-วิภาวดี หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฝั่งขาลง และเจอรถฉีดน้ำแรงดันสูง 1 คัน พร้อมรถเติมน้ำ 1 คัน จอดอยู่ด้านในรั้วเรือนจำ

15.25 น. ขบวนคาร์ม็อบมุ่งหน้าเข้าจุดหมาย นำขบวนโดยกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยมีการบีบแตรใส่ตำรวจที่ยืนอยู่

15.31 น. ขบวนคาร์ม็อบเดินทางถึงจุดหมาย แต่ไม่จัดกิจกรรมบริเวณประตูเติมที่เคยจัดกิจกรรม เพราะมีการวางลวดหนาม กลุ่มผู้จัดจึงเลื่อนมาจัดการชุมนุมบริเวณประตูถัดไป มีการปิดถนนบริเวณหน้าเรือนจำ 3 เลน แต่ตำรวจมาเจรจาขอให้เปิดถนนหนึ่งเลน ผู้จัดกิจกรรมจึงปิดถนนแค่ 2 เลน

ตำรวจนำรั้วลวดหนามและรั้วเหล็กมากั้นบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
 

16.09 น. แกนนำทะลุฟ้าในชุด Squid Game ปราศรัยเริ่มต้นกิจกรรม ‘ส่งสารถึงเพื่อน’ โดยระบุว่ากิจกรรมในวันนี้คือกิจกรรมที่เรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้กับเพื่อนเราทุกคน เพื่อนของเราบางคนถูกคุมขังมากกว่า 100 วัน โดยเป้าหมายวันนี้ กลุ่มทะลุฟ้าจะส่งเสียงถึงเพื่อนเราที่หน้าเรือนจำเป้นเวลา 112 นาที

“พวกเราไม่ได้มาเรียกร้องความเห็นใจ แต่จะขอความเป็นธรรม ต้องขออภัยในความหม่สะดวกที่ทำให้การจราจรติดขัดแต่โปรดจงรู้ไว้นี้คือหนทางเดียวแล้ว กับระบอบความยุติธรรมไทย”

ตลอดการทำกิจกรรม 112 นาทีที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีผู้ร่วมชุมนุมขึ้นมากล่าวปราศรัยส่งสารถึงเพื่อน และเรียกร้องสิทธิการประกันตัว #ปล่อยเพื่อนเรา เช่น วรวรรณ แซอั้ง หรือป้าเป้า, บอมเบย์ จากกลุ่มราษฎรเอ้ย ตัวแทนเยาวชน และวรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา แกนนำกลุ่มราษฎรเอ้ย

วรรณวลี กล่าวว่า ขอให้ทุกคนระลึกไว้ว่าทุกครั้งที่ทุกคนสามารถเดินทางไปไหนมาไหน หรือกำลังนั่งเรียนหนังสือ ยังมีเพื่อนเราอีกหลายคนที่ถูกจองจำอย่างเปล่าประโยชน์ และไร้จิตสำนึกของศาลยุติธรรม ทั้งเบนจา อะปัญ พริษฐ์ ชิวารักษ์, อาทิตย์ ทะลุฟ้า, อานนท์ นำภา หรืออัญชัน (สงวนนามสกุล) นอกจากนี้ วรรณวลียังระบุอีกว่าจดหมายฉบับล่าสุดของเบนจา ทำให้ตนรู้สึกปวดใจอย่างมาก เพราะเบนจาผู้มีความฝันจะพัฒนาประเทศต้องพักการเรียนเพราะถูกศาลสั่งคุมขังและจองจำอยู่ในเรือนจำขณะนี้

วรรณวลีกล่าวต่อไปอีกว่าการที่ทุกคนที่ถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้เป็นผลพวงมาจากความกลัวของผู้ใหญ่และระบบยุติธรรมของบ้านเมือง

“นักโทษทางความคิดไม่ควรมีใครต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำเพราะเขาไม่ได้เป็นภัยต่อความมั่นคงแต่เป็นภัยต่อระบบไดโนเสาร์ของประเทศนี้” วรรณวลีกล่าว พร้อมถามไปยังกระทรวงการต่างประเทศไทยว่าเหตุใดถึงไปโกหกที่เวทีต่างประเทศเรื่องการฝากขังนักโทษคดีการเมืองว่าหากยื่นอุทธรณ์ก็ได้ปล่อยตัว เพราะในความเป็นจริง ทนายความของยื่นประกันตัวหลายครั้งแล้วแต่ศาลกลับไปอนุญาตปล่อยตัว

ก่อนจบการปราศรัย วรรณวลีกล่าวว่าวันนี้มาเรียกร้องให้มีการคืนสิทธิประกันตัวแก่นักกิจกรรมทั้งหมด เรียกร้องให้รัฐหยุดคุกคามประชาชน หยุดยัดเยียดโควิด-19 และความตายให้ประชาชน

“หยุดบอกว่าเราเป็นกบฎเพราะคนที่เป็นกบฎคือคนที่นั่งอยู่ในสภา” วรรณวลีกล่าว

หลังจากนั้นเวลา 18.00 น. แกนนำประกาศให้ทุกคนยืนตรงเคารพธงชาติและชูสามนิ้วพร้อมกัน ก่อนจะตะโกนคำว่า “ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” และมีการโปรยกระดาษที่เขียนข้อความ อาทิ “ยกเลิก 112 สิ แล้วจะเล่าให้ฟัง”

บรรยากาศการชุมนุมบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
 

18.02 น. สมาชิกเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยขึ้นกล่าวปราศรัย ส่งความในใจถึงนักกิจกรรมที่ถูกคุมขังในเรือนจำ ต่อมาเวลา 18.15 น. ธนพัฒน์ (สงวนนามสกุล) หรือปูน จากกลุ่มทะลุฟ้า กล่าวปราศรัยเป็นคนถัดไป โดยธนพัฒน์กล่าวว่าการต่อสู้ครั้งนี้คงไม่จบภายในสิ้นปีนี้ อาจจะมีต่อไปในปีหน้าหรือปีต่อๆ ไป แต่ตัวแปรสำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในการต่อสู้ได้คือประชาชนที่ร่วมต่อสู้กันมาถึงทุกวันนี้ และขอให้ทุกคนปรบมือให้ตัวเอง

ธนพัฒน์กล่าวว่าวันที่ 17 ธ.ค. นี้จะมีการไต่สวนประกันตัวนักกิจกรรมอีกครั้ง และในวันที่ 12 ธ.ค. นี้จะมีกิจกรรมชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์ ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อขบวนการเคลื่อนไหวและการประกันตัวของเพื่อนเราในครั้งนี้

“ไม่มีใครสมควรถูกจับกุมคุมขังเพียงเพราะเราพูดในสิ่งที่ชนชั้นนำไม่ต้องการให้เราพูด” ธนพัมน์กล่าว พร้อมระบุว่าตนเชื่อว่าการลงชื่อยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 จะมีผู้เข้าชื่อมากกว่า 2 แสนคนอย่างแน่นอน

“การต่อสู้ของเรามันสืบเนื่องกันมาหลายปีต่อหลายปี แต่เราก็ไม่เคยเห็นใครตายเพียงเพราะการต่อสู้ที่เกี่ยวกับประชาธิปไตย นอกเสียจากการกระทำของเผด็จการ อย่ากลัวที่จะต่อสู้ แต่จงกลัวที่จะหยุดสู้ แล้วเราจะแพ้ กลัวที่ว่าเราจะกลับไปอยู่ในวันแบบเก่า ขอให้เอาความกลัวเหล่านี้เป็นที่ตั้ง อย่ากลัวที่จะโดนดำเนินคดี อย่ากลัวที่จะโดนจับกุมคุมขัง แต่จงกลัวว่าท่านจะไม่สามารถพูดความจริงได้ในประเทศที่ท่านเป็นเจ้าของ” ธนพัฒน์กล่าว พร้อมกล่าวย้ำถึงการชุมนุมในวันที่ 12 ธ.ค. นี้ ก่อนจะตะโกนคำว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” และ “ปล่อยเพื่อนเรา”

18.25 น. แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าประกาศว่ากิจกรรมบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพครบ 112 นาทีแล้ว และมีการจุดพลุ ก่อนจะประกาศยุติการชุมนุม

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์